สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน สมัครงานราชการได้ไหม? รวมตำแหน่งงานไม่ต้องใช้ ก.พ.
Career Tips

สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน สมัครงานราชการได้ไหม? รวมตำแหน่งงานไม่ต้องใช้ ก.พ.

Joy writer
7 มีนาคม 2569
4 นาทีในการอ่าน
181 ครั้ง
สมัครงานราชการ 3

การเริ่มต้นเดินทางบนเส้นทางในสาย งานราชการ นั้น “การสอบ ก.พ.” นับได้ว่าเป็นด่านแรกที่สุดแสนจะสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความต้องการอยากจะเข้าทำงานภายในหน่วยงานของรัฐโดยตรง เนื่องจากการสอบในรูปแบบนี้จะเปรียบเสมือนเป็นใบเบิกทางไปสู่การบรรจุเพื่อเป็น “ข้าราชการพลเรือน” ได้อย่างเต็มตัว จึงส่งผลทำให้หลาย ๆ คนมีความฝันอยากจะทำ งานราชการ แต่สำหรับเส้นทางนี้ใช่ว่าทุกคนจะสอบผ่านเสมอไป บางคนต้องพบเจอว่าตนเองสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จนทำให้เกิดความท้อแท้และความสับสนในใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกท่านที่สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน ไม่ใช่ว่าหมดหนทางที่จะไปต่อ แต่ยังคงมีทางเลือกดี ๆ และโอกาสดี ๆ อีกมากมาย โดยในบทความนี้ Rongram Job จะขอนำพาทุกท่านไปศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานราชการและการสอบ ก.พ. และวิธีวางแผนใหม่หลังสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน พร้อมแนะนำเคล็ดลับในการเตรียมตัวสอบครั้งต่อไป และทางเรายังได้รวบรวมโอกาสงานในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ใช้ทักษะพร้อมทั้งความรู้ที่มีความใกล้เคียงกับการสมัครงานราชการแบบไม่ผ่าน ก.พ. เพื่อที่ทุกท่านจะยังคงสามารถทำงานและมีอาชีพที่เติบโตและมั่นคงได้ต่อไป ส่วนจะมีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยค่ะ

งานราชการ คืออะไร? เข้าใจให้ถูกก่อนวางแผน

งานราชการ คือ การทำงานในหน่วยงานรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการให้บริการสาธารณะพร้อมทั้งดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยรวม พนัก งานราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐมักจะมีบทบาทที่หลากหลาย เช่น การให้บริการทางด้านสาธารณสุข, การคมนาคม, การบริหารงานภาครัฐ, การบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น

ลักษณะสำคัญของงานราชการ

  1. มีความมั่นคงพร้อมสวัสดิการชัดเจน ทั้งเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะแน่นอนเมื่อเทียบกับงานเอกชน

  2. มีกฎระเบียบและข้อกำหนดที่ชัดเจน การทำงานราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมายและตามระเบียบราชการ พร้อมทั้งขั้นตอนต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดขึ้น

  3. เน้นการให้บริการสาธารณะ  เป้าหมายสำคัญคือการสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและสังคมเป็นหลัก ไม่ใช่การแสวงหากำไร

  4. มีโอกาสที่จะเติบโตและเลื่อนขั้น ผ่านระบบตำแหน่งงานและการสอบเลื่อนขั้นตามเกณฑ์

มาทำความเข้าใจกันก่อน สอบ ก.พ. คืออะไร ทำไมต้องสอบ?

การสอบ ก.พ. นับได้ว่าเป็นการสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้ารายการพลเรือน หรือเรียกว่า ภาค ก การสอบในรูปแบบนี้เป็นการทดสอบเพื่อที่จะวัดความรู้ความเข้าใจ รวมไปถึงความสามารถโดยทั่วไปของผู้ที่ต้องการจะสมัครเข้ารับราชการ เพื่อที่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมทั้งมีคุณสมบัติที่มีความเหมาะสมกับการทำ งานราชการ โดยตรง ด้วยเหตุนี้ ใบผ่าน ก.พ. จึงเปรียบเสมือนเป็นพาสปอร์ตเพื่อนำทุกท่านไปสู่เส้นทางอาชีพข้าราชการได้ ผู้ที่สอบ ก.พ. ผ่านจะมีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกภายในตำแหน่ง งานราชการ ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งกระทรวง กรม หรือแม้กระทั่งหน่วยงานรัฐในรูปแบบอื่น ๆ หากไม่มีใบผ่าน ก.พ. ก็ไม่สามารถสมัครสอบเพื่อที่จะบรรจุเป็นข้าราชการได้ ขั้นตอนนี้จึงนับได้ว่าเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ทุกท่านจะต้องผ่านให้ได้ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบราชการ นั่นเอง

รูปแบบข้อสอบ ก.พ. ปัจจุบันแบ่งออกเป็นกี่ภาค

การสอบ ก.พ. ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ภาคหลัก เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ารับราชการ ซึ่งแต่ละภาคมุ่งเน้นเพื่อประเมินคนละด้านของสามารถ ดังต่อไปนี้

ภาค ก - ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป

สำหรับภาค ก นับได้ว่าเป็นด่านแรกที่ทุกคนจำเป็นจะต้องสอบ เนื่องจากเป็นการทดสอบพื้นฐานทั่วไปที่ผู้สมัครทุกคนจำเป็นจะต้องผ่านก่อนที่จะสมัครเข้าตำแหน่ง งานราชการ ต่าง ๆ เพื่อเป็นการวัดความรู้พื้นฐานพร้อมทั้งศักยภาพในด้านการคิดการวิเคราะห์ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมกรข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วนหรือ 3 วิชาหลัก ๆ ดังนี้

  • ความสามารถในด้านของการคิดวิเคราะห์ ทั้งเชิงตรรกะ ตัวเลข และเหตุผล  จำนวน 50 ข้อ ทั้งหมด 100 คะแนน

  • ความรู้ภาษาอังกฤษ  Vocabulary  Grammar  Reading  จำนวน 20 ข้อ ทั้งหมด 50 คะแนน

  • คุณธรรม จริยธรรม และ ความเข้าใจภารกิจของภาครัฐ  จำนวน 25 ข้อ ทั้งหมด 50 คะแนน

ผู้ที่สอบผ่านในภาค ก จะมีโอกาสได้รับ “ใบรับรองผ่าน ก.พ.” สามารถนำไปใช้สมัครสอบในตำแหน่งราชการได้ทั่วประเทศ

ภาค ข – ทดสอบความรู้และความสามารถที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่สมัคร

ในส่วนของภาค ข นั้น นับได้ว่าเป็นการทดสอบเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับสายงานที่สมัครโดยตรง อย่างเช่น กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน วิศวกรรม สายบริหาร บัญชี  ซึ่งข้อสอบจะถูกออกแบบมาให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานหรือตำแหน่งงานนั้น ๆ เพื่อที่จะคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ตรงสายจริง ๆ จัดโดยหน่วยงานที่มีการเปิดรับสมัคร ( เช่น กรมสรรพากร กรมชลประทาน กรมบัญชีกลาง และอื่น ๆ อีกมากมาย) และจากที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่า ในส่วนของข้อสอบจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ลักษณะงานของตำแหน่งงานนั้น ๆ เช่น

  • สายบริหาร หรือ นโยบาย  สอบความรู้เกี่ยวกับการบริหารรัฐกิจ การจัดการองค์กร และนโยบายสาธารณะ

  • สายบัญชี หรือ การเงิน  สอบหลักการบัญชี การอ่านงบกระแสเงินสด งบการเงิน และการวิเคราะห์งบ

  • สายวิศวกรรม หรือ เทคนิค   สอบหลักวิศวกรรมพื้นฐาน การอ่านแบบแปลน และ มาตรฐานความปลอดภัย

  • สายกฎหมาย  สอบเกี่ยวกับความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงาน และระเบียบข้อบังคับภาครัฐ

ภาค ค - ความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน (สอบสัมภาษณ์)

สำหรับ ภาค ค นับได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสอบบรรจุราชการ จัดขึ้นโดยหน่วยงานที่เปิดรับสมัครโดยตรง ในขั้นตอนนี้จะใช้เพื่อประเมินความพร้อมทางด้านบุคลิกภาพ ความรับผิดชอบ ทัศนคติ และความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมกันกับผู้อื่น เพื่อที่จะดูว่าทางด้านผู้สมัครนั้นมีความเหมาะสมกับวัฒนธรรมและหน้าที่ในตำแหน่งงานหรือไม่ เช่น

  • การสอบสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม และ เชิงสถานการณ์  อย่างเช่น หากเกิดเหตุฉุกเฉินภายในหน่วยงานควรทำอย่างไร?

  • การทดสอบทางด้านบุคลิกภาพ   ทั้งในเรื่องของการแต่งกาย การพูด น้ำเสียง และมารยาท

  • ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจหน่วยงาน   เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครได้ศึกษามาก่อนและมีความตั้งใจจริง

  • ทัศนคติ ค่านิยมของข้าราชการที่ดี  อย่างเช่น  ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น

ต้องการสมัคร งานราชการ หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะเกิดผลกระทบอย่างไร?  

การสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน ย่อมส่งผลต่อเส้นทางราชการของผู้สมัครโดยตรง เนื่องจากตำแหน่งงานข้าราชการส่วนใหญ่มักจะกำหนดให้ทุกคน “ต้องผ่านภาค ก” ถึงจะสามารถสมัครเพื่อเข้าสอบรอบเฉพาะตำแหน่งได้ต่อไป ส่งผลทำให้ผู้ที่สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือกภาค ข และ ค ได้ แม้ว่าผู้สมัครจะมีคุณสมบัติหรือทักษะเฉพาะทางที่มีความเหมาะสมก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีผลทำให้แผนการเริ่มต้นสู่อาชีพราชการ ต้องเลื่อนออกไป และต้องรอรอบสอบใหม่อีกครั้งซึ่งจะมีจัดขึ้นเพียงแค่ปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผลต่อโอกาสในการสร้างรายได้และการเลื่อนขั้น รวมไปถึงอายุงานในระยะยาว และยังสร้างแรงกดดันทางด้านจิตใจของผู้สมัครอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การที่ไม่ผ่าน ก.พ. ครั้งแรกไม่ได้แปลว่าทุกท่านจะล้มเหลวแบบถาวร ทุกท่านสามารถนำประสบการณ์จากการสอบรอบที่ผ่านมาไปปรับปรุงกลยุทธ์ทั้งทางด้านการอ่านหนังสือและการทำข้อสอบได้ เพื่อให้ทุกท่านมีความพร้อมมากยิ่งขึ้นในการสอบรอบถัดไป จนกระทั่งสามารถกลับเข้าสู่เส้นทางราชการได้อย่างมั่นใจ นั่นเอง 

วิเคราะห์ปัญหา ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน

  • เตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างเต็มที่แต่ไม่ตรงจุด  : หลายคนใช้เวลาหลายเดือนในการเตรียมตัวอ่านหนังสือ แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าข้อสอบออกอะไรบ้าง เลยทำให้อ่านหนังสือได้ไม่ตรงจุด

  • ไม่เคยฝึกทำข้อสอบ  : ข้อสอบ ก.พ. ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบทักษะและความรู้หลาย ๆ ด้าน รวมไปถึงทักษะเฉพาะทางที่ตรงกับสายงานร่วมด้วย การเตรียมตัวฝึกทำข้อสอบย่อมเป็นทางเลือกที่ดีและทำให้ประสบความสำเร็จได้

  • ความกดดันในสนามสอบ : การสอบ ก.พ. นับได้ว่าเป็นระบบการสอบที่สำคัญ ส่งผลทำให้หลาย ๆ ท่านรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก และความกดดันนี่เองที่อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลาย ๆ ท่านสอบไม่ผ่านในที่สุด

หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน ควรสอบ ก.พ. ใหม่หรือไม่ หรือควรเลือกทางอื่น?

เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่พบเจอประสบการณ์ในการสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน อาจจะเกิดความสงสัยที่ว่า หากสอบไม่ผ่านควรสอบ ก.พ. ใหม่หรือควรเลือกทางอื่นดี?  โดยคำตอบนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในชีวิตของคุณเสียมากกว่า หากคุณต้องการอยากจะทำ งานราชการ โดยตรงเท่านั้น และคุณต้องการอยากจะได้ความมั่นคงระยะยาว อยากได้บำนาญ การสอบ ก.พ. ใหม่อีกครั้งนับได้ว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ

แต่ถ้าหากคุณอยากจะเริ่มต้นหรือได้งานทำเร็วขึ้น และอยากจะมีรายได้ทันที การเลือกพนัก งานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งทางเลือกอื่น ๆ หรือสมัครงานในสายงานที่ใกล้เคียงกับงานราชการ อาจจะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุดนั่นเอง

วิธีเตรียมตัวและการวางแผนใหม่หลังสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน

เมื่อคุณสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน สิ่งสำคัญคือไม่ควรท้อใจหรือท้อถอย แต่ควรมองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้มีได้ปรับปรุงตนเองและมีโอกาสได้วางแผนใหม่ในการสอบครั้งต่อไป ซึ่งการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบย่อมทำให้ผู้สมัครสอบมีความมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

1. วิเคราะห์ถึงผลสอบครั้งที่ผ่านมา

ควรวิเคราะห์ผลสอบในครั้งที่ผ่านมา หรือทำการทบทวนข้อสอบพร้อมทั้งผลคะแนน รวมไปถึงวิเคราะห์ว่าภาคไหนที่คุณทำได้ดี ภาคไหนที่คุณทำได้ไม่ดี และมีจุดอ่อนอยู่ที่ตรงไหนบ้าง การทำความเข้าใจถึงจุดอ่อนที่พบเจอจะช่วยทำให้โฟกัสสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมหรือแก้ไขเพื่อการสอบครั้งต่อไปได้อย่างตรงจุดมากขึ้น

2. วางแผนการเรียนพร้อมทั้งทบทวนใหม่อีกครั้ง 

ในระหว่างรอสอบครั้งถัดไป คุณสามารถสร้างตารางเวลาอ่านหนังสือ พร้อมทั้งทบทวนสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ สามารถแบ่งเวลาเรียนแต่ละภาคและทำการกำหนดเป้าหมายแบบรายสัปดาห์ อย่างเช่น ฝึกโจทย์ภาษาไทยวันละ 20 ข้อ ฝึกโจทย์คณิตศาสตร์วันละ 30 ข้อ และทำข้อสอบย้อนหลังเพื่อที่จะประเมินความก้าวหน้าต่อไป  

3. ควรเสริมทักษะและความรู้ที่จำเป็น 

การเสริมทักษะและความรู้ที่จำเป็นนั้น นับได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างเช่น การอ่านจับใจความ การคิดเลขเร็ว การคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงตรรกะ เทคนิคการทำข้อสอบเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจให้กับตัวคุณได้มากยิ่งขึ้น

4. จัดการความเครียดและควรสร้างวินัย

การจัดการความเครียดพร้อมทั้งสร้างวินัยให้กับตนเอง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความจำเป็นเพราะจะทำให้คุณมีความพร้อมที่จะสอบในครั้งถัดไปได้มากยิ่งขึ้น อย่างเช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ การพักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงการสร้างวินัยการเรียนรู้ที่สม่ำเสมอ เป็นต้น

5. ควรวางแผนทางเลือกพร้อมทั้งโอกาสอื่น ๆ ร่วมด้วย

ในระหว่างที่คุณรอสอบในรอบถัดไปนั้น คุณสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์หรือพิจารณาในทางเลือกอื่น ๆ ได้เพิ่มเติม อย่างเช่น การทำงานภาคเอกชน โครงการอาสา รัฐวิสาหกิจ เพื่อที่จะเสริมโปรไฟล์และได้ฝึกวินัยในการทำงานจริง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เข้าใจระบบ งานราชการ ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีมุมมองที่กว้างขึ้นอีกด้วย

ทางเลือกงานในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ สำหรับคนที่ยังไม่ผ่านการสอบ ก.พ.

ถึงแม้ว่าคุณจะยังไม่ผ่านการสอบ ก.พ. ก็ไม่ได้หมายความว่า “ประตูที่นำไปสู่งานภาครัฐของคุณจะปิดลง” เพราะในปัจจุบันยังคงมีงานจำนวนมากภายในหน่วย งานราชการ ไม่ผ่าน ก.พ. และรัฐวิสาหกิจก็ยังคงเปิดรับบุคลากรโดยที่ไม่ต้องใช้ผลสอบ ก.พ. เช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนของตำแหน่งงานเฉพาะทางหรือโครงการชั่วคราว ที่ได้มีการมุ่งเน้นไปทางด้านประสบการณ์และทักษะมากกว่าในส่วนของการทดสอบเชิงข้อสอบนั่นเอง ซึ่งการทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพื่อเก็บประสบการณ์และความรู้ พร้อมทั้งสร้างเส้นทางอาชีพภายในภาครัฐ และนำไปสู่การต่อยอดในการสอบบรรจุราชการภายในอนาคตอันใกล้ของคุณได้

รวมตำแหน่งภาครัฐ ที่ไม่ต้องสอบ ก.พ.

สำหรับภาครัฐนับได้ว่ามีหลายตำแหน่งที่ยังคงเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปโดยที่ไม่ต้องผ่านภาค ก ของ ก.พ. ด้วยซ้ำไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปแบบของ “พนักงานจ้างชั่วคราว” หรือ “จ้างเหมาบริการ” แต่ตำแหน่งงานต่าง ๆ เหล่านี้ยังคงมีความมั่นคงและมีโอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพสูงมาก โดยสามารถแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้

  • พนักงานราชการเฉพาะทาง ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ

สำหรับพนักงานราชการเฉพาะทาง ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ นับได้ว่าเป็นตำแหน่งที่ทางภาครัฐได้เปิดรับสมัครผู้ที่มีความรู้ความสามารถหรือมีประสบการณ์แบบเฉพาะด้าน อย่างเช่น  วิศวกร นักบัญชี  นักวิชาการ นักวิจัย หรือ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เป็นต้น ซึ่งมีลักษณะงานเฉพาะเจาะจงตามหน่วยงานนั่นเอง

  • ลูกจ้าง หรือ พนักงานจ้างเหมาะบริการราชการ

อีกหนึ่งตำแหน่งชั่วคราวที่จ้างโดยหน่วยงานราชการที่ไม่ผ่าน ก.พ. เพื่อที่จะปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างเช่น งานธุรการ การสนับสนุนโครงการต่าง ๆ งานบริการ โดยงานต่าง ๆ เหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอยากจะสะสมประสบการณ์ภาครัฐก่อนที่จะสมัครตำแหน่ง งานราชการ ถาวร

  • ครูผู้ช่วย และ ครูอัตราจ้าง

ตำแหน่งครูผู้ช่วยหรือครูอัตราจ้างภายในโรงเรียนของรัฐ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ยังคงเปิดรับสมัครโดยที่ไม่ต้องสอบ ก.พ. ส่งผลทำให้งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการสอนและต้องการอยากจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพครูโดยตรงนั่นเอง

  • เจ้าหน้าที่วิชาการเฉพาะด้าน

ตำแหน่งงานนี้ต้องใช้ความรู้เชิงวิชาการเฉพาะด้านจริง ๆ เท่านั้น อย่างเช่น การวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนโครงการต่าง ๆ รวมไปถึงด้านวิชาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาเข้าทำงานนั่นเอง

รวมตำแหน่งงานรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ต้องสอบ ก.พ.

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “รัฐวิสาหกิจ” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่อยากจะมีอาชีพที่มั่นคง แต่ไม่จำเป็นจะต้องผ่านการสอบ ก.พ. เนื่องจากรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มักจะมีระบบในการสอบคัดเลือกของตนเองโดยเฉพาะ ซึ่งจะเน้นความรู้เฉพาะทางพร้อมทั้งประสบการณ์ที่ตรงกับตำแหน่งงาน โดยตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจมีตั้งแต่สายเทคนิคไปจนถึงสายบริการลูกค้า ซึ่งเหมาะสมกับทั้งนักศึกษาที่จบใหม่และคนทำงานที่มีประสบการณ์ โดยสามารถแบ่งประเภทงานหลัก ๆ ได้ดังนี้

  • สายงานเทคนิค วิศวกรรม

เป็นสายงานที่เน้นรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม ไฟฟ้า เครื่องกล คอมพิวเตอร์ และงานเทคนิคเฉพาะด้าน เพื่อที่จะดูแลระบบพร้อมทั้งเครื่องจักรของรัฐวิสาหกิจ โดยงานนี้จำเป็นจะต้องใช้ความรู้และประสบการณ์แบบตรงสาย

  • สายงานธุรการและบริการ

นับได้ว่าเป็นตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับงานสำนักงาน งานเอกสารต่าง ๆ รวมไปถึงงานธุรการและงานบริการลูกค้าภายในองค์กร โดยจะเน้นทักษะการทำงานองค์กรและความแม่นยำโดยตรง

  • สายงานขายและลูกค้าสัมพันธ์ 

เป็นตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการตลาด การขาย และการดูแลลูกค้าโดยตรง ทำให้ต้องเน้นทักษะทางด้านการสื่อสาร การเจรจา และการบริการลูกค้า ซึ่งมีความสำคัญในการสร้างรายได้พร้อมทั้งภาพลักษณ์ของรัฐวิสาหกิจนั่นเอง

  • ตำแหน่งเฉพาะด้าน

ตำแหน่งเฉพาะด้านเป็นการเปิดรับผู้เชี่ยวชาญแบบเฉพาะสาขา เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล นักออกแบบ นักบัญชี เจ้าหน้าที่การเงิน โดยจะเน้นประสบการณ์และความรู้เชิงวิชาชีพเป็นหลัก

ทางเลือกสายงานต่าง ๆ ที่ใช้ความรู้ใกล้เคียงกับ งานราชการ

นอกจากงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจแล้ว ยังคงมีงานในภาคเอกชนอีกมากมายที่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับ งานราชการ อีกทั้งยังมีระบบการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งมีลำดับขั้นตอนพร้อมทั้งความรับผิดชอบต่าง ๆ ที่คล้ายกับหน่วย งานราชการ ทั้งหมด และยังนับได้ว่าเป็นสายงานที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและเป็นประสบการณ์ที่นำไปต่อยอดได้ง่าย ๆ หากต้องการจะกลับมาสอบเข้ารับราชการใหม่ในอนาคต

สายงานสนับสนุนองค์กรและสายงานธุรการ

สายงานธุรการ ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็ตาม  เนื่องจากเป็นตำแหน่งงานที่ดูแลการประสานงาน การจัดทำเอกสารต่าง ๆ และระบบงานหลังบ้านให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยผู้สมัครจะต้องมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ การจัดการเอกสาร พร้อมทั้งจะต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดีและชัดเจน

ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน  เช่น   เจ้าหน้าที่ธุรการ, เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ, เลขานุการผู้บริหาร เป็นต้น

สายงานวิเคราะห์และวางแผน

สำหรับงานวิเคราะห์นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีโครงสร้างต่าง ๆ ใกล้เคียงกับ งานราชการ โดยตรง เพราะจำเป็นจะต้องใช้ทักษะด้านตรรกะข้อมูลและการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้สมัครงานตำแหน่งนี้จำเป็นจะต้องมีทักษะทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ความเข้าใจในธุรกิจ และสามารถสื่อสารผลวิเคราะห์ต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน

ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน  เช่น  นักวิเคราะห์ธุรกิจ, นักวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิจัยตลาด, นักวางแผนกลยุทธ์องค์กร เป็นต้น

สายงานบริการลูกค้าและงานประชาสัมพันธ์

สำหรับสายงานบริการลูกค้าและงานประชาสัมพันธ์ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีความคล้ายคลึงกับการทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กรของภาครัฐ เนื่องจากต้องรับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์และการให้บริการ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนทั่วไปและผู้ใช้บริการโดยตรง ทางด้านผู้สมัครจำเป็นจะต้องมีทักษะการสื่อสาร มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีทักษะในการแก้ปัญหา

ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน เช่น เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า  เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ พนักงานต้อนรับลูกค้า ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์  เป็นต้น

สายงานบริหารจัดการทั่วไป

งานบริหารจัดการภายในภาคเอกชนนับได้ว่ามีความใกล้เคียงกับตำแหน่งผู้บริหารหรือหัวหน้ากลุ่มงานในภาครัฐโดยตรง เนื่องจากเน้นการให้บริการทรัพยากร มีการวางแผนและกำกับดูแลองค์กรให้สามารถดำเนินการต่าง ๆ ไปตามเป้าหมาย ผู้สมัครงานตำแหน่งนี้จำเป็นจะต้องมีทักษะในการจัดการเวลา การวางแผนงาน และความสามารถในการประสานงานในหลาย ๆ ฝ่ายด้วยกัน

ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน  เช่น  ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ ผู้จัดการสำนักงาน ผู้ประสานงานฝ่ายปฏิบัติงาน เป็นต้น

สายงานบัญชีและการเงินเบื้องต้น

สายงานบัญชีและการเงินเบื้องต้น ถือได้ว่าเป็นหัวใจของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารงบประมาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายรับ - รายจ่าย และการจัดทำเอกสารทางการเงินทั้งหมด ผู้สมัครงานตำแหน่งนี้ควรมีความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านบัญชี  การจัดทำงบการเงิน และความรอบคอบในการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ

ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน เช่น เจ้าหน้าที่บัญชี  เจ้าหน้าที่การเงิน  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีภายใน ผู้ช่วยนักบัญชี เป็นต้น

เทคนิคสมัครงานข้าราชการและงานอื่น ๆ ให้ติด แม้ไม่มี ก.พ.

  • ควรสมัครงานแบบกระจายความเสี่ยง  คุณไม่ควรเลือกที่จะสมัครงานเพียงแค่ตำแหน่งเดียว ควรเลือกสมัครงานในหลาย ๆ หน่วยงานพร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้งานมากยิ่งขึ้น

  • ควรเตรียมตัวก่อนสมัคร  การเตรียมตัวก่อนสมัครนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก อย่างน้อยคุณควรศึกษาองค์กรและตำแหน่งงานให้ชัดเจน เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องคุณสมบัติและความต้องการของบริษัทหรือองค์กร เพื่อที่คุณจะสามารถปรับตัวและเตรียมตัวได้อย่างตรงจุดนั่นเอง

  • ทำเรซูเม่และเอกสารสมัครงาน  ควรจัดเตรียมเรซูเม่และเอกสารประกอบต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยเรซูเม่ควรมีความกระชับและจัดเจน เน้นประสบการณ์และทักษะที่ตรงกับสายงานที่คุณสมัคร พร้อมทั้งนำเสนอผลงานที่ตรงกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครไว้

  • เตรียมตัวสอบหรือทำการทดสอบเบื้องต้น  หากตำแหน่งงานที่คุณสนใจอยากจะสมัครงานนั้นต้องมีการสอบข้อเขียนหรือทดสอบทักษะ ให้คุณฝึกทำโจทย์หรือทดลองทำแบบทดสอบต่าง ๆ ล่วงหน้า เพื่อที่จะเพิ่มความมั่นใจและความตื่นเต้นให้กับตัวคุณเอง

  • ควรเตรียมตัวสัมภาษณ์  ก่อนที่จะเดินทางไปสัมภาษณ์งาน ควรฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์ทั้งด้านความรู้ ความสามารถและบุคลิกภาพ และควรเตรียมคำถามเพื่อสอบถามผู้สัมภาษณ์ เพื่อที่จะสร้างความประทับใจและความพร้อมในการสื่อสารนั่นเอง

  • ควรสร้างเครือข่ายและโอกาส   ใช้โอกาสจากเพื่อนร่วมงานหรือโซเชียลมีเดียเพื่อที่จะสร้างเครือข่ายให้กับตัวคุณ เปรียบเสมือนเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับงานที่คุณสมัคร และได้รับคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรง

  • ควรติดตามผลและปรับปรุง  หลังจากที่คุณได้สมัครงานหรือได้สอบสัมภาษณ์ไปแล้ว คุณควรติดตามผลและทำการประเมินการทำงานของตนเอง หรือปรับปรุงเรซูเม่ เทคนิคในการสัมภาษณ์งาน หากผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง คุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ด้วยการเตรียมตัวสำหรับโอกาสในครั้งต่อ ๆ ไป

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานราชการไม่ผ่าน ก.พ.

สำหรับหลาย ๆ ท่านที่ยังคงสงสัยเกี่ยวกับงานราชการไม่ผ่าน ก.พ. ทางเราได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจพร้อมคำตอบที่ครบครันมาให้ทุกท่านได้ศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้

หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะสมัครงานข้าราชการได้ไหม?

หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน สามารถสมัครงานข้าราชการได้ โดยเลือกตำแหน่งงานที่ไม่ต้องใช้ ก.พ. โดยในปัจจุบันมีตำแหน่งงานรองรับมากมายหลากหลายงานด้วยกัน

ถ้าไม่ผ่าน ก.พ. จะสามารถสมัครได้อีกไหม?

ทุกท่านที่สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะสามารถสมัครสอบ ก.พ. ได้ใหม่ทุกปีตามประกาศของสำนักงาน ก.พ.  เพราะการสอบไม่ผ่านครั้งแรกไม่ได้หมายถึงคุณหมดโอกาสไปตลอดชีวิต เพียงแค่คุณต้องทบทวนข้อสอบพร้อมทั้งวิเคราะห์จุดอ่อนของตนเอง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบในครั้งถัดไป

งานรัฐวิสาหกิจ สมัครงานยากกว่า งานราชการ หรือไม่?

ในบางตำแหน่งของรัฐวิสาหกิจนับได้ว่ามีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในสายงานเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญ แต่การสมัครถือว่าไม่ได้ยากมากจนเกินไป หากคุณมีคุณสมบัติตรงตามประกาศอย่างครบถ้วน และได้เตรียมตัวสอบหรือสัมภาษณ์มาเป็นอย่างดี โอกาสที่จะได้งานย่อมมีโอกาสสูง

ถ้าเลือกทำงานเอกชน จะได้ใช้ความรู้จาก ก.พ. ไหม?

ความรู้ต่าง ๆ จาก ก.พ. เช่น  การวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ การใช้เหตุและผล การสื่อสาร จะช่วยให้คุณสามารถทำงานเอกชนบางสายงานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของงานธุรการ การวางแผน และการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ เป็นต้น

ทำงานเอกชนดีไหม เงินเดือนเป็นอย่างไร?

งานเอกชนถือได้ว่าเป็นสายงานที่มีโอกาสเติบโตและได้เงินเดือนในระดับที่แข่งขันได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริษัท ตำแหน่งงาน พร้อมทั้งทักษะของคุณโดยตรง เพราะบางสายงานอาจจะมีโบนัสหรือสวัสดิการเสริมที่ดีและดึงดูดกว่า และงานเอกชนยังสามารถสร้างประสบการณ์เพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งงานอื่น ๆ ที่สูงกว่าได้

สรุป

ถึงแม้ว่าการสอบ ก.พ. นับได้ว่าเป็นเส้นทางที่สุดแสนจะสำคัญในการเข้าสู่ราชการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ยังสอบ ก.พ. ไม่ผ่านนั้นจะหมดหนทางหรือโอกาสเสมอไป เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีตำแหน่งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจหลายประเภทที่ไม่ต้องใช้ผลสอบ ก.พ. ในการสมัครงานโดยตรง นอกจากนี้ยังคงมีงานเอกชนหลายสายงานที่ใช้ความรู้และทักษะใกล้เคียง งานราชการ เช่นกัน การเตรียมตัวสมัครงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเรซูเม่ที่น่าสนใจ การฝึกทักษะการสอบหรือสัมภาษณ์งาน การสร้างเครือข่าย และการติดตามผล จะช่วยให้โอกาสที่จะได้งานมีมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าไม่ผ่าน ก.พ. ในวันนี้ คุณก็ยังมีเส้นทางอื่น ๆ หลากหลายเส้นทางให้เลือกทั้งในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทักษะ ประสบการณ์ พร้อมทั้งการวางแผนของคุณเอง

หากคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้คุณได้บรรลุเป้าหมายในชีวิต อย่าลืมหางาน สมัครงานราชการ หรืองานในฝันของคุณผ่านทาง  Rongram Job  แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขาเอาไว้อย่างมากมาย ทั้งงานธุรกิจ สายงานโรงแรม การเงิน การตลาด และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกท่านสามารถสมัครงานกันได้ง่าย ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางสายงานและพัฒนาศักยภาพตัวคุณได้ในทันที

 

แชร์บทความ:

เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer

Joy writer

ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว