
การเริ่มต้นเดินทางบนเส้นทางในสาย งานราชการ นั้น “การสอบ ก.พ.” นับได้ว่าเป็นด่านแรกที่สุดแสนจะสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีความต้องการอยากจะเข้าทำงานภายในหน่วยงานของรัฐโดยตรง เนื่องจากการสอบในรูปแบบนี้จะเปรียบเสมือนเป็นใบเบิกทางไปสู่การบรรจุเพื่อเป็น “ข้าราชการพลเรือน” ได้อย่างเต็มตัว จึงส่งผลทำให้หลาย ๆ คนมีความฝันอยากจะทำ งานราชการ แต่สำหรับเส้นทางนี้ใช่ว่าทุกคนจะสอบผ่านเสมอไป บางคนต้องพบเจอว่าตนเองสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จนทำให้เกิดความท้อแท้และความสับสนในใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกท่านที่สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน ไม่ใช่ว่าหมดหนทางที่จะไปต่อ แต่ยังคงมีทางเลือกดี ๆ และโอกาสดี ๆ อีกมากมาย โดยในบทความนี้ Rongram Job จะขอนำพาทุกท่านไปศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับงานราชการและการสอบ ก.พ. และวิธีวางแผนใหม่หลังสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน พร้อมแนะนำเคล็ดลับในการเตรียมตัวสอบครั้งต่อไป และทางเรายังได้รวบรวมโอกาสงานในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจที่ใช้ทักษะพร้อมทั้งความรู้ที่มีความใกล้เคียงกับการสมัครงานราชการแบบไม่ผ่าน ก.พ. เพื่อที่ทุกท่านจะยังคงสามารถทำงานและมีอาชีพที่เติบโตและมั่นคงได้ต่อไป ส่วนจะมีรายละเอียดอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยค่ะ
งานราชการ คืออะไร? เข้าใจให้ถูกก่อนวางแผน
งานราชการ คือ การทำงานในหน่วยงานรัฐ โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการให้บริการสาธารณะพร้อมทั้งดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยรวม พนัก งานราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐมักจะมีบทบาทที่หลากหลาย เช่น การให้บริการทางด้านสาธารณสุข, การคมนาคม, การบริหารงานภาครัฐ, การบังคับใช้กฎหมาย เป็นต้น
ลักษณะสำคัญของงานราชการ
มีความมั่นคงพร้อมสวัสดิการชัดเจน ทั้งเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการต่าง ๆ ค่อนข้างที่จะแน่นอนเมื่อเทียบกับงานเอกชน
มีกฎระเบียบและข้อกำหนดที่ชัดเจน การทำงานราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมายและตามระเบียบราชการ พร้อมทั้งขั้นตอนต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดขึ้น
เน้นการให้บริการสาธารณะ เป้าหมายสำคัญคือการสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนและสังคมเป็นหลัก ไม่ใช่การแสวงหากำไร
มีโอกาสที่จะเติบโตและเลื่อนขั้น ผ่านระบบตำแหน่งงานและการสอบเลื่อนขั้นตามเกณฑ์
มาทำความเข้าใจกันก่อน สอบ ก.พ. คืออะไร ทำไมต้องสอบ?
การสอบ ก.พ. นับได้ว่าเป็นการสอบของสำนักงานคณะกรรมการข้ารายการพลเรือน หรือเรียกว่า ภาค ก การสอบในรูปแบบนี้เป็นการทดสอบเพื่อที่จะวัดความรู้ความเข้าใจ รวมไปถึงความสามารถโดยทั่วไปของผู้ที่ต้องการจะสมัครเข้ารับราชการ เพื่อที่จะคัดเลือกบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ พร้อมทั้งมีคุณสมบัติที่มีความเหมาะสมกับการทำ งานราชการ โดยตรง ด้วยเหตุนี้ ใบผ่าน ก.พ. จึงเปรียบเสมือนเป็นพาสปอร์ตเพื่อนำทุกท่านไปสู่เส้นทางอาชีพข้าราชการได้ ผู้ที่สอบ ก.พ. ผ่านจะมีสิทธิ์สมัครเข้ารับการคัดเลือกภายในตำแหน่ง งานราชการ ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้งกระทรวง กรม หรือแม้กระทั่งหน่วยงานรัฐในรูปแบบอื่น ๆ หากไม่มีใบผ่าน ก.พ. ก็ไม่สามารถสมัครสอบเพื่อที่จะบรรจุเป็นข้าราชการได้ ขั้นตอนนี้จึงนับได้ว่าเป็นขั้นตอนมาตรฐานที่ทุกท่านจะต้องผ่านให้ได้ก่อนที่จะเข้าสู่ระบบราชการ นั่นเอง
รูปแบบข้อสอบ ก.พ. ปัจจุบันแบ่งออกเป็นกี่ภาค
การสอบ ก.พ. ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ภาคหลัก เพื่อคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ารับราชการ ซึ่งแต่ละภาคมุ่งเน้นเพื่อประเมินคนละด้านของสามารถ ดังต่อไปนี้
ภาค ก - ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
สำหรับภาค ก นับได้ว่าเป็นด่านแรกที่ทุกคนจำเป็นจะต้องสอบ เนื่องจากเป็นการทดสอบพื้นฐานทั่วไปที่ผู้สมัครทุกคนจำเป็นจะต้องผ่านก่อนที่จะสมัครเข้าตำแหน่ง งานราชการ ต่าง ๆ เพื่อเป็นการวัดความรู้พื้นฐานพร้อมทั้งศักยภาพในด้านการคิดการวิเคราะห์ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมกรข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ส่วนหรือ 3 วิชาหลัก ๆ ดังนี้
ความสามารถในด้านของการคิดวิเคราะห์ ทั้งเชิงตรรกะ ตัวเลข และเหตุผล จำนวน 50 ข้อ ทั้งหมด 100 คะแนน
ความรู้ภาษาอังกฤษ Vocabulary Grammar Reading จำนวน 20 ข้อ ทั้งหมด 50 คะแนน
คุณธรรม จริยธรรม และ ความเข้าใจภารกิจของภาครัฐ จำนวน 25 ข้อ ทั้งหมด 50 คะแนน
ผู้ที่สอบผ่านในภาค ก จะมีโอกาสได้รับ “ใบรับรองผ่าน ก.พ.” สามารถนำไปใช้สมัครสอบในตำแหน่งราชการได้ทั่วประเทศ
ภาค ข – ทดสอบความรู้และความสามารถที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่สมัคร
ในส่วนของภาค ข นั้น นับได้ว่าเป็นการทดสอบเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับสายงานที่สมัครโดยตรง อย่างเช่น กฎหมาย เศรษฐศาสตร์ การเงิน วิศวกรรม สายบริหาร บัญชี ซึ่งข้อสอบจะถูกออกแบบมาให้มีความเหมาะสมกับลักษณะงานหรือตำแหน่งงานนั้น ๆ เพื่อที่จะคัดเลือกผู้ที่มีความรู้ตรงสายจริง ๆ จัดโดยหน่วยงานที่มีการเปิดรับสมัคร ( เช่น กรมสรรพากร กรมชลประทาน กรมบัญชีกลาง และอื่น ๆ อีกมากมาย) และจากที่กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่า ในส่วนของข้อสอบจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ลักษณะงานของตำแหน่งงานนั้น ๆ เช่น
สายบริหาร หรือ นโยบาย สอบความรู้เกี่ยวกับการบริหารรัฐกิจ การจัดการองค์กร และนโยบายสาธารณะ
สายบัญชี หรือ การเงิน สอบหลักการบัญชี การอ่านงบกระแสเงินสด งบการเงิน และการวิเคราะห์งบ
สายวิศวกรรม หรือ เทคนิค สอบหลักวิศวกรรมพื้นฐาน การอ่านแบบแปลน และ มาตรฐานความปลอดภัย
สายกฎหมาย สอบเกี่ยวกับความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับงาน และระเบียบข้อบังคับภาครัฐ
ภาค ค - ความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน (สอบสัมภาษณ์)
สำหรับ ภาค ค นับได้ว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสอบบรรจุราชการ จัดขึ้นโดยหน่วยงานที่เปิดรับสมัครโดยตรง ในขั้นตอนนี้จะใช้เพื่อประเมินความพร้อมทางด้านบุคลิกภาพ ความรับผิดชอบ ทัศนคติ และความสามารถในการปฏิบัติงานร่วมกันกับผู้อื่น เพื่อที่จะดูว่าทางด้านผู้สมัครนั้นมีความเหมาะสมกับวัฒนธรรมและหน้าที่ในตำแหน่งงานหรือไม่ เช่น
การสอบสัมภาษณ์เชิงพฤติกรรม และ เชิงสถานการณ์ อย่างเช่น หากเกิดเหตุฉุกเฉินภายในหน่วยงานควรทำอย่างไร?
การทดสอบทางด้านบุคลิกภาพ ทั้งในเรื่องของการแต่งกาย การพูด น้ำเสียง และมารยาท
ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจหน่วยงาน เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครได้ศึกษามาก่อนและมีความตั้งใจจริง
ทัศนคติ ค่านิยมของข้าราชการที่ดี อย่างเช่น ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบต่อสังคม เป็นต้น
ต้องการสมัคร งานราชการ หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะเกิดผลกระทบอย่างไร?
การสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน ย่อมส่งผลต่อเส้นทางราชการของผู้สมัครโดยตรง เนื่องจากตำแหน่งงานข้าราชการส่วนใหญ่มักจะกำหนดให้ทุกคน “ต้องผ่านภาค ก” ถึงจะสามารถสมัครเพื่อเข้าสอบรอบเฉพาะตำแหน่งได้ต่อไป ส่งผลทำให้ผู้ที่สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนการคัดเลือกภาค ข และ ค ได้ แม้ว่าผู้สมัครจะมีคุณสมบัติหรือทักษะเฉพาะทางที่มีความเหมาะสมก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีผลทำให้แผนการเริ่มต้นสู่อาชีพราชการ ต้องเลื่อนออกไป และต้องรอรอบสอบใหม่อีกครั้งซึ่งจะมีจัดขึ้นเพียงแค่ปีละไม่กี่ครั้งเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงมีผลต่อโอกาสในการสร้างรายได้และการเลื่อนขั้น รวมไปถึงอายุงานในระยะยาว และยังสร้างแรงกดดันทางด้านจิตใจของผู้สมัครอีกด้วย แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม การที่ไม่ผ่าน ก.พ. ครั้งแรกไม่ได้แปลว่าทุกท่านจะล้มเหลวแบบถาวร ทุกท่านสามารถนำประสบการณ์จากการสอบรอบที่ผ่านมาไปปรับปรุงกลยุทธ์ทั้งทางด้านการอ่านหนังสือและการทำข้อสอบได้ เพื่อให้ทุกท่านมีความพร้อมมากยิ่งขึ้นในการสอบรอบถัดไป จนกระทั่งสามารถกลับเข้าสู่เส้นทางราชการได้อย่างมั่นใจ นั่นเอง
วิเคราะห์ปัญหา ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน
เตรียมตัวอ่านหนังสืออย่างเต็มที่แต่ไม่ตรงจุด : หลายคนใช้เวลาหลายเดือนในการเตรียมตัวอ่านหนังสือ แต่ไม่ได้วิเคราะห์ว่าข้อสอบออกอะไรบ้าง เลยทำให้อ่านหนังสือได้ไม่ตรงจุด
ไม่เคยฝึกทำข้อสอบ : ข้อสอบ ก.พ. ได้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบทักษะและความรู้หลาย ๆ ด้าน รวมไปถึงทักษะเฉพาะทางที่ตรงกับสายงานร่วมด้วย การเตรียมตัวฝึกทำข้อสอบย่อมเป็นทางเลือกที่ดีและทำให้ประสบความสำเร็จได้
ความกดดันในสนามสอบ : การสอบ ก.พ. นับได้ว่าเป็นระบบการสอบที่สำคัญ ส่งผลทำให้หลาย ๆ ท่านรู้สึกกดดันเป็นอย่างมาก และความกดดันนี่เองที่อาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลาย ๆ ท่านสอบไม่ผ่านในที่สุด
หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน ควรสอบ ก.พ. ใหม่หรือไม่ หรือควรเลือกทางอื่น?
เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่พบเจอประสบการณ์ในการสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน อาจจะเกิดความสงสัยที่ว่า หากสอบไม่ผ่านควรสอบ ก.พ. ใหม่หรือควรเลือกทางอื่นดี? โดยคำตอบนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายในชีวิตของคุณเสียมากกว่า หากคุณต้องการอยากจะทำ งานราชการ โดยตรงเท่านั้น และคุณต้องการอยากจะได้ความมั่นคงระยะยาว อยากได้บำนาญ การสอบ ก.พ. ใหม่อีกครั้งนับได้ว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับคุณ
แต่ถ้าหากคุณอยากจะเริ่มต้นหรือได้งานทำเร็วขึ้น และอยากจะมีรายได้ทันที การเลือกพนัก งานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ พร้อมทั้งทางเลือกอื่น ๆ หรือสมัครงานในสายงานที่ใกล้เคียงกับงานราชการ อาจจะตอบโจทย์คุณได้มากที่สุดนั่นเอง
วิธีเตรียมตัวและการวางแผนใหม่หลังสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน
เมื่อคุณสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน สิ่งสำคัญคือไม่ควรท้อใจหรือท้อถอย แต่ควรมองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้มีได้ปรับปรุงตนเองและมีโอกาสได้วางแผนใหม่ในการสอบครั้งต่อไป ซึ่งการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบย่อมทำให้ผู้สมัครสอบมีความมั่นใจและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
1. วิเคราะห์ถึงผลสอบครั้งที่ผ่านมา
ควรวิเคราะห์ผลสอบในครั้งที่ผ่านมา หรือทำการทบทวนข้อสอบพร้อมทั้งผลคะแนน รวมไปถึงวิเคราะห์ว่าภาคไหนที่คุณทำได้ดี ภาคไหนที่คุณทำได้ไม่ดี และมีจุดอ่อนอยู่ที่ตรงไหนบ้าง การทำความเข้าใจถึงจุดอ่อนที่พบเจอจะช่วยทำให้โฟกัสสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมหรือแก้ไขเพื่อการสอบครั้งต่อไปได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
2. วางแผนการเรียนพร้อมทั้งทบทวนใหม่อีกครั้ง
ในระหว่างรอสอบครั้งถัดไป คุณสามารถสร้างตารางเวลาอ่านหนังสือ พร้อมทั้งทบทวนสิ่งต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ สามารถแบ่งเวลาเรียนแต่ละภาคและทำการกำหนดเป้าหมายแบบรายสัปดาห์ อย่างเช่น ฝึกโจทย์ภาษาไทยวันละ 20 ข้อ ฝึกโจทย์คณิตศาสตร์วันละ 30 ข้อ และทำข้อสอบย้อนหลังเพื่อที่จะประเมินความก้าวหน้าต่อไป
3. ควรเสริมทักษะและความรู้ที่จำเป็น
การเสริมทักษะและความรู้ที่จำเป็นนั้น นับได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างเช่น การอ่านจับใจความ การคิดเลขเร็ว การคิดวิเคราะห์เหตุผลเชิงตรรกะ เทคนิคการทำข้อสอบเพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจให้กับตัวคุณได้มากยิ่งขึ้น
4. จัดการความเครียดและควรสร้างวินัย
การจัดการความเครียดพร้อมทั้งสร้างวินัยให้กับตนเอง นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความจำเป็นเพราะจะทำให้คุณมีความพร้อมที่จะสอบในครั้งถัดไปได้มากยิ่งขึ้น อย่างเช่น การออกกำลังกาย การทำสมาธิ การพักผ่อนให้เพียงพอ รวมไปถึงการสร้างวินัยการเรียนรู้ที่สม่ำเสมอ เป็นต้น
5. ควรวางแผนทางเลือกพร้อมทั้งโอกาสอื่น ๆ ร่วมด้วย
ในระหว่างที่คุณรอสอบในรอบถัดไปนั้น คุณสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์หรือพิจารณาในทางเลือกอื่น ๆ ได้เพิ่มเติม อย่างเช่น การทำงานภาคเอกชน โครงการอาสา รัฐวิสาหกิจ เพื่อที่จะเสริมโปรไฟล์และได้ฝึกวินัยในการทำงานจริง ซึ่งจะช่วยให้คุณได้เข้าใจระบบ งานราชการ ได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีมุมมองที่กว้างขึ้นอีกด้วย
ทางเลือกงานในภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ สำหรับคนที่ยังไม่ผ่านการสอบ ก.พ.
ถึงแม้ว่าคุณจะยังไม่ผ่านการสอบ ก.พ. ก็ไม่ได้หมายความว่า “ประตูที่นำไปสู่งานภาครัฐของคุณจะปิดลง” เพราะในปัจจุบันยังคงมีงานจำนวนมากภายในหน่วย งานราชการ ไม่ผ่าน ก.พ. และรัฐวิสาหกิจก็ยังคงเปิดรับบุคลากรโดยที่ไม่ต้องใช้ผลสอบ ก.พ. เช่นกัน โดยเฉพาะในส่วนของตำแหน่งงานเฉพาะทางหรือโครงการชั่วคราว ที่ได้มีการมุ่งเน้นไปทางด้านประสบการณ์และทักษะมากกว่าในส่วนของการทดสอบเชิงข้อสอบนั่นเอง ซึ่งการทำงานในตำแหน่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเพื่อเก็บประสบการณ์และความรู้ พร้อมทั้งสร้างเส้นทางอาชีพภายในภาครัฐ และนำไปสู่การต่อยอดในการสอบบรรจุราชการภายในอนาคตอันใกล้ของคุณได้
รวมตำแหน่งภาครัฐ ที่ไม่ต้องสอบ ก.พ.
สำหรับภาครัฐนับได้ว่ามีหลายตำแหน่งที่ยังคงเปิดรับสมัครบุคคลทั่วไปโดยที่ไม่ต้องผ่านภาค ก ของ ก.พ. ด้วยซ้ำไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในรูปแบบของ “พนักงานจ้างชั่วคราว” หรือ “จ้างเหมาบริการ” แต่ตำแหน่งงานต่าง ๆ เหล่านี้ยังคงมีความมั่นคงและมีโอกาสที่จะเติบโตในสายอาชีพสูงมาก โดยสามารถแบ่งออกได้ดังต่อไปนี้
พนักงานราชการเฉพาะทาง ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับพนักงานราชการเฉพาะทาง ตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ นับได้ว่าเป็นตำแหน่งที่ทางภาครัฐได้เปิดรับสมัครผู้ที่มีความรู้ความสามารถหรือมีประสบการณ์แบบเฉพาะด้าน อย่างเช่น วิศวกร นักบัญชี นักวิชาการ นักวิจัย หรือ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย เป็นต้น ซึ่งมีลักษณะงานเฉพาะเจาะจงตามหน่วยงานนั่นเอง
ลูกจ้าง หรือ พนักงานจ้างเหมาะบริการราชการ
อีกหนึ่งตำแหน่งชั่วคราวที่จ้างโดยหน่วยงานราชการที่ไม่ผ่าน ก.พ. เพื่อที่จะปฏิบัติงานตามสัญญา อย่างเช่น งานธุรการ การสนับสนุนโครงการต่าง ๆ งานบริการ โดยงานต่าง ๆ เหล่านี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการอยากจะสะสมประสบการณ์ภาครัฐก่อนที่จะสมัครตำแหน่ง งานราชการ ถาวร
ครูผู้ช่วย และ ครูอัตราจ้าง
ตำแหน่งครูผู้ช่วยหรือครูอัตราจ้างภายในโรงเรียนของรัฐ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ยังคงเปิดรับสมัครโดยที่ไม่ต้องสอบ ก.พ. ส่งผลทำให้งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการสอนและต้องการอยากจะเข้าสู่เส้นทางอาชีพครูโดยตรงนั่นเอง
เจ้าหน้าที่วิชาการเฉพาะด้าน
ตำแหน่งงานนี้ต้องใช้ความรู้เชิงวิชาการเฉพาะด้านจริง ๆ เท่านั้น อย่างเช่น การวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนโครงการต่าง ๆ รวมไปถึงด้านวิชาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะสาขาเข้าทำงานนั่นเอง
รวมตำแหน่งงานรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ต้องสอบ ก.พ.
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “รัฐวิสาหกิจ” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่อยากจะมีอาชีพที่มั่นคง แต่ไม่จำเป็นจะต้องผ่านการสอบ ก.พ. เนื่องจากรัฐวิสาหกิจส่วนใหญ่มักจะมีระบบในการสอบคัดเลือกของตนเองโดยเฉพาะ ซึ่งจะเน้นความรู้เฉพาะทางพร้อมทั้งประสบการณ์ที่ตรงกับตำแหน่งงาน โดยตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจมีตั้งแต่สายเทคนิคไปจนถึงสายบริการลูกค้า ซึ่งเหมาะสมกับทั้งนักศึกษาที่จบใหม่และคนทำงานที่มีประสบการณ์ โดยสามารถแบ่งประเภทงานหลัก ๆ ได้ดังนี้
สายงานเทคนิค วิศวกรรม
เป็นสายงานที่เน้นรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม ไฟฟ้า เครื่องกล คอมพิวเตอร์ และงานเทคนิคเฉพาะด้าน เพื่อที่จะดูแลระบบพร้อมทั้งเครื่องจักรของรัฐวิสาหกิจ โดยงานนี้จำเป็นจะต้องใช้ความรู้และประสบการณ์แบบตรงสาย
สายงานธุรการและบริการ
นับได้ว่าเป็นตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับงานสำนักงาน งานเอกสารต่าง ๆ รวมไปถึงงานธุรการและงานบริการลูกค้าภายในองค์กร โดยจะเน้นทักษะการทำงานองค์กรและความแม่นยำโดยตรง
สายงานขายและลูกค้าสัมพันธ์
เป็นตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการตลาด การขาย และการดูแลลูกค้าโดยตรง ทำให้ต้องเน้นทักษะทางด้านการสื่อสาร การเจรจา และการบริการลูกค้า ซึ่งมีความสำคัญในการสร้างรายได้พร้อมทั้งภาพลักษณ์ของรัฐวิสาหกิจนั่นเอง
ตำแหน่งเฉพาะด้าน
ตำแหน่งเฉพาะด้านเป็นการเปิดรับผู้เชี่ยวชาญแบบเฉพาะสาขา เช่น นักวิเคราะห์ข้อมูล นักออกแบบ นักบัญชี เจ้าหน้าที่การเงิน โดยจะเน้นประสบการณ์และความรู้เชิงวิชาชีพเป็นหลัก
ทางเลือกสายงานต่าง ๆ ที่ใช้ความรู้ใกล้เคียงกับ งานราชการ
นอกจากงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจแล้ว ยังคงมีงานในภาคเอกชนอีกมากมายที่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะและองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกับ งานราชการ อีกทั้งยังมีระบบการทำงานที่ชัดเจน ซึ่งมีลำดับขั้นตอนพร้อมทั้งความรับผิดชอบต่าง ๆ ที่คล้ายกับหน่วย งานราชการ ทั้งหมด และยังนับได้ว่าเป็นสายงานที่สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วและเป็นประสบการณ์ที่นำไปต่อยอดได้ง่าย ๆ หากต้องการจะกลับมาสอบเข้ารับราชการใหม่ในอนาคต
สายงานสนับสนุนองค์กรและสายงานธุรการ
สายงานธุรการ ถือได้ว่าเป็นพื้นฐานของทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็ตาม เนื่องจากเป็นตำแหน่งงานที่ดูแลการประสานงาน การจัดทำเอกสารต่าง ๆ และระบบงานหลังบ้านให้เป็นไปอย่างราบรื่น โดยผู้สมัครจะต้องมีทักษะในการใช้คอมพิวเตอร์ การจัดการเอกสาร พร้อมทั้งจะต้องมีทักษะในการสื่อสารที่ดีและชัดเจน
ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน เช่น เจ้าหน้าที่ธุรการ, เจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการ, เลขานุการผู้บริหาร เป็นต้น
สายงานวิเคราะห์และวางแผน
สำหรับงานวิเคราะห์นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีโครงสร้างต่าง ๆ ใกล้เคียงกับ งานราชการ โดยตรง เพราะจำเป็นจะต้องใช้ทักษะด้านตรรกะข้อมูลและการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งผู้สมัครงานตำแหน่งนี้จำเป็นจะต้องมีทักษะทางด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ความเข้าใจในธุรกิจ และสามารถสื่อสารผลวิเคราะห์ต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน เช่น นักวิเคราะห์ธุรกิจ, นักวิเคราะห์ข้อมูล, นักวิจัยตลาด, นักวางแผนกลยุทธ์องค์กร เป็นต้น
สายงานบริการลูกค้าและงานประชาสัมพันธ์
สำหรับสายงานบริการลูกค้าและงานประชาสัมพันธ์ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสายงานที่มีความคล้ายคลึงกับการทำงานในฝ่ายประชาสัมพันธ์และการสื่อสารองค์กรของภาครัฐ เนื่องจากต้องรับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์และการให้บริการ พร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนทั่วไปและผู้ใช้บริการโดยตรง ทางด้านผู้สมัครจำเป็นจะต้องมีทักษะการสื่อสาร มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี และมีทักษะในการแก้ปัญหา
ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน เช่น เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ พนักงานต้อนรับลูกค้า ผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ เป็นต้น
สายงานบริหารจัดการทั่วไป
งานบริหารจัดการภายในภาคเอกชนนับได้ว่ามีความใกล้เคียงกับตำแหน่งผู้บริหารหรือหัวหน้ากลุ่มงานในภาครัฐโดยตรง เนื่องจากเน้นการให้บริการทรัพยากร มีการวางแผนและกำกับดูแลองค์กรให้สามารถดำเนินการต่าง ๆ ไปตามเป้าหมาย ผู้สมัครงานตำแหน่งนี้จำเป็นจะต้องมีทักษะในการจัดการเวลา การวางแผนงาน และความสามารถในการประสานงานในหลาย ๆ ฝ่ายด้วยกัน
ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน เช่น ผู้ช่วยผู้จัดการโครงการ ผู้จัดการสำนักงาน ผู้ประสานงานฝ่ายปฏิบัติงาน เป็นต้น
สายงานบัญชีและการเงินเบื้องต้น
สายงานบัญชีและการเงินเบื้องต้น ถือได้ว่าเป็นหัวใจของทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการบริหารงบประมาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายรับ - รายจ่าย และการจัดทำเอกสารทางการเงินทั้งหมด ผู้สมัครงานตำแหน่งนี้ควรมีความรู้และความเข้าใจพื้นฐานด้านบัญชี การจัดทำงบการเงิน และความรอบคอบในการตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ
ตัวอย่างอาชีพในภาคเอกชน เช่น เจ้าหน้าที่บัญชี เจ้าหน้าที่การเงิน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีภายใน ผู้ช่วยนักบัญชี เป็นต้น
เทคนิคสมัครงานข้าราชการและงานอื่น ๆ ให้ติด แม้ไม่มี ก.พ.
ควรสมัครงานแบบกระจายความเสี่ยง คุณไม่ควรเลือกที่จะสมัครงานเพียงแค่ตำแหน่งเดียว ควรเลือกสมัครงานในหลาย ๆ หน่วยงานพร้อมกัน เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะได้งานมากยิ่งขึ้น
ควรเตรียมตัวก่อนสมัคร การเตรียมตัวก่อนสมัครนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก อย่างน้อยคุณควรศึกษาองค์กรและตำแหน่งงานให้ชัดเจน เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องคุณสมบัติและความต้องการของบริษัทหรือองค์กร เพื่อที่คุณจะสามารถปรับตัวและเตรียมตัวได้อย่างตรงจุดนั่นเอง
ทำเรซูเม่และเอกสารสมัครงาน ควรจัดเตรียมเรซูเม่และเอกสารประกอบต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยเรซูเม่ควรมีความกระชับและจัดเจน เน้นประสบการณ์และทักษะที่ตรงกับสายงานที่คุณสมัคร พร้อมทั้งนำเสนอผลงานที่ตรงกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครไว้
เตรียมตัวสอบหรือทำการทดสอบเบื้องต้น หากตำแหน่งงานที่คุณสนใจอยากจะสมัครงานนั้นต้องมีการสอบข้อเขียนหรือทดสอบทักษะ ให้คุณฝึกทำโจทย์หรือทดลองทำแบบทดสอบต่าง ๆ ล่วงหน้า เพื่อที่จะเพิ่มความมั่นใจและความตื่นเต้นให้กับตัวคุณเอง
ควรเตรียมตัวสัมภาษณ์ ก่อนที่จะเดินทางไปสัมภาษณ์งาน ควรฝึกตอบคำถามสัมภาษณ์ทั้งด้านความรู้ ความสามารถและบุคลิกภาพ และควรเตรียมคำถามเพื่อสอบถามผู้สัมภาษณ์ เพื่อที่จะสร้างความประทับใจและความพร้อมในการสื่อสารนั่นเอง
ควรสร้างเครือข่ายและโอกาส ใช้โอกาสจากเพื่อนร่วมงานหรือโซเชียลมีเดียเพื่อที่จะสร้างเครือข่ายให้กับตัวคุณ เปรียบเสมือนเป็นการเพิ่มโอกาสในการได้รับข้อมูลเกี่ยวกับงานที่คุณสมัคร และได้รับคำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรง
ควรติดตามผลและปรับปรุง หลังจากที่คุณได้สมัครงานหรือได้สอบสัมภาษณ์ไปแล้ว คุณควรติดตามผลและทำการประเมินการทำงานของตนเอง หรือปรับปรุงเรซูเม่ เทคนิคในการสัมภาษณ์งาน หากผลลัพธ์ที่ได้ไม่เป็นไปตามที่คุณคาดหวัง คุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ ด้วยการเตรียมตัวสำหรับโอกาสในครั้งต่อ ๆ ไป
(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับงานราชการไม่ผ่าน ก.พ.
สำหรับหลาย ๆ ท่านที่ยังคงสงสัยเกี่ยวกับงานราชการไม่ผ่าน ก.พ. ทางเราได้รวบรวมคำถามที่น่าสนใจพร้อมคำตอบที่ครบครันมาให้ทุกท่านได้ศึกษาเพิ่มเติม ดังนี้
หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะสมัครงานข้าราชการได้ไหม?
หากสอบ ก.พ. ไม่ผ่าน สามารถสมัครงานข้าราชการได้ โดยเลือกตำแหน่งงานที่ไม่ต้องใช้ ก.พ. โดยในปัจจุบันมีตำแหน่งงานรองรับมากมายหลากหลายงานด้วยกัน
ถ้าไม่ผ่าน ก.พ. จะสามารถสมัครได้อีกไหม?
ทุกท่านที่สอบ ก.พ. ไม่ผ่าน จะสามารถสมัครสอบ ก.พ. ได้ใหม่ทุกปีตามประกาศของสำนักงาน ก.พ. เพราะการสอบไม่ผ่านครั้งแรกไม่ได้หมายถึงคุณหมดโอกาสไปตลอดชีวิต เพียงแค่คุณต้องทบทวนข้อสอบพร้อมทั้งวิเคราะห์จุดอ่อนของตนเอง และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบในครั้งถัดไป
งานรัฐวิสาหกิจ สมัครงานยากกว่า งานราชการ หรือไม่?
ในบางตำแหน่งของรัฐวิสาหกิจนับได้ว่ามีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในสายงานเทคนิคและผู้เชี่ยวชาญ แต่การสมัครถือว่าไม่ได้ยากมากจนเกินไป หากคุณมีคุณสมบัติตรงตามประกาศอย่างครบถ้วน และได้เตรียมตัวสอบหรือสัมภาษณ์มาเป็นอย่างดี โอกาสที่จะได้งานย่อมมีโอกาสสูง
ถ้าเลือกทำงานเอกชน จะได้ใช้ความรู้จาก ก.พ. ไหม?
ความรู้ต่าง ๆ จาก ก.พ. เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ การใช้เหตุและผล การสื่อสาร จะช่วยให้คุณสามารถทำงานเอกชนบางสายงานได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของงานธุรการ การวางแผน และการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ เป็นต้น
ทำงานเอกชนดีไหม เงินเดือนเป็นอย่างไร?
งานเอกชนถือได้ว่าเป็นสายงานที่มีโอกาสเติบโตและได้เงินเดือนในระดับที่แข่งขันได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับบริษัท ตำแหน่งงาน พร้อมทั้งทักษะของคุณโดยตรง เพราะบางสายงานอาจจะมีโบนัสหรือสวัสดิการเสริมที่ดีและดึงดูดกว่า และงานเอกชนยังสามารถสร้างประสบการณ์เพื่อก้าวไปสู่ตำแหน่งงานอื่น ๆ ที่สูงกว่าได้
สรุป
ถึงแม้ว่าการสอบ ก.พ. นับได้ว่าเป็นเส้นทางที่สุดแสนจะสำคัญในการเข้าสู่ราชการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ผู้ที่ยังสอบ ก.พ. ไม่ผ่านนั้นจะหมดหนทางหรือโอกาสเสมอไป เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีตำแหน่งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจหลายประเภทที่ไม่ต้องใช้ผลสอบ ก.พ. ในการสมัครงานโดยตรง นอกจากนี้ยังคงมีงานเอกชนหลายสายงานที่ใช้ความรู้และทักษะใกล้เคียง งานราชการ เช่นกัน การเตรียมตัวสมัครงานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำเรซูเม่ที่น่าสนใจ การฝึกทักษะการสอบหรือสัมภาษณ์งาน การสร้างเครือข่าย และการติดตามผล จะช่วยให้โอกาสที่จะได้งานมีมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าไม่ผ่าน ก.พ. ในวันนี้ คุณก็ยังมีเส้นทางอื่น ๆ หลากหลายเส้นทางให้เลือกทั้งในภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทักษะ ประสบการณ์ พร้อมทั้งการวางแผนของคุณเอง
หากคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะช่วยให้คุณได้บรรลุเป้าหมายในชีวิต อย่าลืมหางาน สมัครงานราชการ หรืองานในฝันของคุณผ่านทาง Rongram Job แพลตฟอร์มหางานที่รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขาเอาไว้อย่างมากมาย ทั้งงานธุรกิจ สายงานโรงแรม การเงิน การตลาด และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกท่านสามารถสมัครงานกันได้ง่าย ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเติบโตทางสายงานและพัฒนาศักยภาพตัวคุณได้ในทันที
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว



