
ภายในโลกยุคดิจิทัลที่คนเจนเนอเรชั่นใหม่มักจะเป็นดิจิทัลเนทีฟ โดยเกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างมากมาย พร้อมทั้งสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างเป็นธรรมชาติตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุนี้เทคโนโลยีจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญพร้อมทั้งชาญฉลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์หรือที่เรียกกันแบบติดปากว่า AI ส่งผลทำให้งานหลาย ๆ อย่างของมนุษย์มักจะถูกแทนที่ไปด้วยเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ รวมไปถึงทักษะและความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษที่จะไม่ใช่จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบอีกต่อไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน อาชีพ ที่มักจะเน้นทักษะทางด้านมนุษย์ หรือ Soft skills รวมไปถึงอาชีพต่าง ๆ ที่ต้องเน้นในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และการวางแผนแบบเชิงกลยุทธ์ ในส่วนนี้เทคโนโลยียังไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ ทำให้มีแนวโน้มที่จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอนาคตร่วมด้วย
วันนี้ Rongram Job จึงอยากจะชวนทุกท่านไปดูกันว่า อาชีพไหนบ้างที่เป็นที่ต้องการของโลกในอนาคตอันใกล้ พร้อมทักษะที่ควรมีในทุกสายอาชีพในปี 2026 เพื่อที่จะทุกท่านจะได้วางแผนการศึกษาให้กับลูกหลานได้มากยิ่งขึ้น หรือแม้กระทั่งได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพื่อให้สามารถปรับตัวให้ทันกับโลกแรงงานที่เปลี่ยนแปลงไปได้ในที่สุด ส่วนอาชีพที่มาแรงในอนาคตจะมีอาชีพไหน อย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลยค่ะ
8 อาชีพ มาแรงในปี 2026–2030 ที่ตลาดงานต้องการมากที่สุด
1. นักพัฒนา AI และ Machine Learning
ภายในยุคที่เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในทุก ๆ ด้านของชีวิตคนเรา ส่งผลทำให้ นักพัฒนา AI และ Machine Learning ได้กลายเป็นหนึ่งใน 8 อาชีพ ที่นับได้ว่ามาแรงสุด ๆ ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งองค์กรทั่วโลกย่อมมีความต้องการพนักงานในตำแหน่งนี้สูงมาก เนื่องจากพวกเขาจะสามารถสร้างระบบอัจฉริยะที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการคาดการณ์พฤติกรรมลูกค้า ไปจนถึงการพัฒนาในส่วนของ Chatbot พร้อมทั้งระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ จึงถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตำแหน่งงานหรือ อาชีพ ที่ตลาดแรงงานต้องการอย่างมากที่สุดและมีโอกาสที่จะได้รายได้สูง พร้อมทั้งเติบโตได้แบบต่อเนื่องนั่นเอง
รายได้โดยประมาณ พร้อมเส้นทางการเติบโต
Junior ประสบการณ์ 0 – 2 ปี / รายได้ 35000 – 45000 บาท
Mid ประสบการณ์ 3 – 5 ปี / รายได้ 70000 – 130000 บาท
Senior/Lead ประสบการณ์ 7 ปีขึ้นไป / รายได้ 130000 – 200000 บาท
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี CS / วิศวกรรม / คณิตศาสตร์
สายอื่นก็สามารถสมัครงานนี้ได้ หาก Portfolio แข็งแกร่งมากพอ
Bootcamp และ Certificate (Google, AWS, Coursera
ปริญญาโท AI / ML ช่วยเพิ่มโอกาสที่จะได้เงินเดือนสูงขึ้น
ข้อดีของอาชีพ
เงินเดือนสูงสุดในตลาดไทย
Remote & Work from Anywhere ได้
ตลาดแรงงานยังคงต้องการแบบต่อเนื่อง
สามารถทำงานกับ Cutting edge Technology
ความท้าทายในสายอาชีพ
เทคโนโลยีต่าง ๆ ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลทำให้ต้องเรียนตลอดเวลา
ต้องใช้ระยะเวลา 2 – 3 ปีกว่าจะเก่งเรื่องนี้อย่างจริงจัง
Math Foundation ต้องแน่นมากพอสมควร
2. นักวิเคราะห์ หรือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล
สำหรับผู้ที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ ตีความ รวมไปถึงสามารถนำผลของการวิจัยไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น นับได้ว่าไม่ใช่คนเดียวกันกับนักวิจัยแต่กลับเป็น นักวิเคราะห์ ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น ถึงแม้ว่าหุ่นยนต์หรือในส่วนของซอฟต์แวร์ขั้นสูงจะสามารถทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลดิบบางด้านได้ดีและเก่งกว่ามนุษย์แล้ว โดยเฉพาะในข้อมูลเกี่ยวกับการคำนวณตัวเลข แต่ทักษะทางด้านการตีความ การวิเคราะห์สถานการณ์เป็นรายกรณี พร้อมทั้งการสื่อสารผลการวิเคราะห์ยังคงเป็นงานที่มนุษย์สามารถทำได้ดีกว่า และนับได้ว่ามีความสำคัญมากยิ่งขึ้นภายในยุคที่ประกอบไปด้วยข้อมูลมากมายเช่นในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลทำให้ตำแหน่ง Analyst กลายเป็นอีกหนึ่ง อาชีพ ที่นับได้ว่ามาแรงมาก ๆ ในอนาคต พร้อมทั้งได้รับความสนใจสูงและเป็นอาชีพที่ต้องการมากที่สุดในทุก ๆ องค์กร
รายได้โดยประมาณ พร้อมเส้นทางการเติบโต
Junior Data Analyst ประสบการณ์ 0 – 2 ปี / รายได้ 25000 – 45000 บาท
Data Analyst / BI Dev ประสบการณ์ 3 – 5 ปี / รายได้ 45000 – 90000 บาท
Senior Data Scientist ประสบการณ์ 6 – 8 ปี / รายได้ 90000 – 130000 บาท
Head of Data ประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป / รายได้ 150000 – 250000 บาท
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี สถิติ / คณิตศาสตร์ / CS / เศรษฐศาสตร์
สายอื่นก็สามารถสมัครงานนี้ได้ หาก SQL และ Python แน่นมากพอ
คอร์สออนไลน์ และ Google Data Analytics Certificate
ปริญญาโท Data Science ช่วยเพิ่มโอกาสได้งานเร็วขึ้น
ข้อดีของอาชีพ
เริ่มต้นได้ง่ายกว่าสายอาชีพ ML Engineer
สามารถใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม
เส้นทางต่อยอดค่อนข้างที่จะหลากหลาย
Demand สูงมากในทุกขนาดองค์กร
ความท้าทายในสายอาชีพ
บางองค์กรอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่อง Value ของตำแหน่งงานนี้เท่าไหร่นัก
ต้องสื่อสาร Insight ให้มีลักษณะ Non – Tech แบบเข้าใจได้
ข้อมูลจริงอาจจะยังไม่พร้อมใช้
3. ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความปลอดภัยไซเบอร์
Cybersecurity Professional นับได้ว่าเป็นแนวหน้าที่จะปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Hacker, Ransomware, Phishing หรือแม้กระทั่ง Data Breach ซึ่งในตอนนี้ตำแหน่ง Cybersecurity Professional ยังคงขาดแคลนกว่า 4 ล้านตำแหน่ง จึงเปรียบเสมือนเป็นโอกาสทองของคนที่ต้องการอยากจะเลือกทำงานสายนี้ โดย อาชีพ นี้มีสาขาย่อยที่น่าสนใจหลายรูปแบบ
ตำแหน่งงาน SOC Analyst ที่คอยทำหน้าที่เฝ้าระวังและตอบสนองต่อภัยคุกคามแบบเรียลไทม์
ตำแหน่งงาน Penetration Tester ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แฮ็กระบบของลูกค้า เพื่อที่จะหาช่องโหว่ก่อนที่คนร้ายเจอ
ตำแหน่งงาน Cloud Security Architect คอยทำหน้าที่ออกแบบระบบป้องกันบน Cloud
ตำแหน่งงาน CISO คือ Chief Information Security Officer ที่คอยทำหน้าที่รับผิดชอบกลยุทธ์ความปลอดภัยทั้งองค์กร
สิ่งที่ทำให้อาชีพนี้ดูน่าสนใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ความรับผิดชอบที่มีความชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เมื่อระบบต่าง ๆ ปลอดภัย ผู้ที่ทำ อาชีพ นี้ย่อมเปรียบเสมือนเป็นบุคคลที่คอยปกป้ององค์กรเอาไว้ได้ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น บุคคลที่เลือกทำอาชีพนี้ย่อมถูกเรียกหาก่อนเสมอ ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลทำให้องค์กรพร้อมที่จะจ่ายแพงเพื่อรักษาบุคลากรตำแหน่งนี้เอาไว้
รายได้โดยประมาณ พร้อมเส้นทางการเติบโต
SOC Analyst / IT Security ประสบการณ์ 0 – 2 ปี / รายได้ 28000 – 50000 บาท
Security Engineer ประสบการณ์ 3 – 5 ปี / รายได้ 55000 – 100000 บาท
Sr. Security / Pen Tester ประสบการณ์ 6 – 8 ปี / รายได้ 100000 – 150000 บาท
CISO / Security Architect ประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป / รายได้ 150000 – 30000 บาท
วุฒิการศึกษาและใบรับรอง
ปริญญาตรี CS / IT / วิศวกรรมคอมพิวเตอร์
CompTIA Security
CEH หรือ Certified Ethical Hacker
CISSP สำหรับระดับ Senior
OSCP สำหรับสาย Penetration Testing
ข้อดีของอาชีพ
ตำแหน่งงานนี้ยังคงขาดแคลน ทำให้มีอำนาจต่อรองสูง
เงินเดือนสูง โดยเฉพาะระดับ Senior
งานค่อนข้างมั่นคง ไม่ตกงานง่าย
สามารถทำงานทั้งในรูปแบบประจำกับทางบริษัทและรูปแบบ Freelance Consultant
ความท้าทายในสายอาชีพ
ต้องคอยติดตาม อัปเดต และศึกษาภัยคุกคามรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา
ความรับผิดชอบสูงมากเมื่อเกิด Breach
อาจจะต้องมีความพร้อมตลอดเวลาในบางองค์กร
4. อาชีพ Content Creator & นักการตลาดดิจิทัล
อีกหนึ่ง อาชีพ ที่นับได้ว่ามีความหลากหลายและมีช่วงรายได้กว้างที่สุด เนื่องจาก Digital Marketing ยังคงครอบคลุมตั้งแต่การทำ SEO SEM ที่จะทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ไปจนถึงการยิง Meta Ads ทำให้ ROI สูง และ Influencer Marketing เป็นต้น ซึ่งทุกแบรนด์ยังคงต้องการตัวตนและยอดขายบนโลกออนไลน์ ส่งผลทำให้มีความพร้อมกับการตามหาบุคลากรที่สามารถทำงานได้จริง ส่วนช่วงเงินเดือนในสายนี้ปัจจุบันนับได้ว่ากว้างมาก ซึ่งแต่ละตำแหน่งงานถือได้ว่ามีรายได้ที่แตกต่างกันออกไปหลายเท่า
รายได้โดยประมาณ พร้อมเส้นทางการเติบโต
Digital Mkt. Executive ประสบการณ์ 0 – 2 ปี / รายได้ 20000 – 28000 บาท
SEO / Ads Specialist ประสบการณ์ 3 – 5 ปี / รายได้ 35000 – 70000 บาท
Digital Mkt.Manager ประสบการณ์ 6 – 8 ปี / รายได้ 70000 – 120000 บาท
Head of Digital / CMO ประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป / รายได้ 120000 – 400000 บาท
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรีทุกสาขา เนื่องจากอาชีพนี้ไม่บังคับว่าจะต้องตรงสาย
นิเทศศาสตร์ / การตลาด
Google Digital Garage Certificate
Meta Blueprint / HubSpot Academy
Portfolio พร้อมผลงานจริงสำคัญกว่าปริญญา
ข้อดีของอาชีพ
เป็นอาชีพที่เข้าถึงได้ง่าย ไม่ต้องจบตรงสายก็สามารถสมัครงานและทำงานนี้ได้
รายได้ส่วนใหญ่ไม่มีเพดาน โดยเฉพาะ Freelance
สามารถสร้าง Personal Brand ควบคู่ได้
สามารถทำงานได้ทุกที่บนโลกนี้
ความท้าทายในสายอาชีพ
Algorithm โซเชียลเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก ทำให้ต้องศึกษาและปรับตัวอยู่เสมอ
ต้องพิสูจน์ ROI เพื่อให้ผู้บริหารได้เห็นถึงผลลัพธ์
การแข่งขันสูงมากในระดับ Junior
5. อาชีพ Software Engineer / Full Stack Developer
อาชีพ Software Engineer นับได้ว่าเป็นอาชีพที่ Evergreen ที่สุดในโลกไอที เพราะไม่ว่าจะยุคสมัยไหน โลกก็ยังคงต้องการคนสร้างซอฟต์แวร์อยู่เสมอ ตั้งแต่ Startup ที่เพิ่งจะระดมทุนรอบแรกไปจนถึง Enterprise ในระดับ Fortune ล้วนแล้วต้องการ Developer จุดที่จะทำให้สายนี้แตกต่างไปจากสาย อาชีพ อื่น ๆ นั่นก็คือ “โอกาสที่จะ Remote สูงมาก” โดยเฉพาะ Developer ในไทยที่สามารถสื่อสารหรือพูดภาษาอังกฤษได้ดีและ coding เก่ง ๆ สามารถทำงานให้กับบริษัทในสหรัฐฯ ยุโรป และสิงคโปร์ในระดับ Package 3000 – 15000 USD / เดือน ซึ่งนับได้ว่าสูงกว่าตลาดในไทยหลายเท่าตัว ซึ่งแพลตฟอร์ม Toptal Turing ได้เปิดโอกาสนี้แบบชัดเจน
สำหรับเส้นทางอาชีพนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนว นั่นก็คือ Individual Contributor หรือ IC ที่มักจะเน้นการเติบโตทางด้าน Technical ไปเป็น Staff / Principal Engineer และ Management Path ที่นับได้ว่าเป็น Engineering Manager หรือ CTO ซึ่งแต่ละแนวมักจะได้รับเงินเดือนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
รายได้โดยประมาณ พร้อมเส้นทางการเติบโต
Junior Developer ประสบการณ์ 0 – 2 ปี / รายได้ 25000 – 45000 บาท
Software Engineer ประสบการณ์ 3 – 5 ปี / รายได้ 55000 – 100000 บาท
Senior Engineer / Lead ประสบการณ์ 6 – 8 ปี / รายได้ 100000 – 180000 บาท
Staff Eng / Eng Manager ประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป / รายได้ 180000 – 500000 บาท
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี CS / วิศวกรรมซอฟต์แวร์
Bootcamp (BorntoDev, KMITL)
Self-taught และ Portfolio ที่แน่นมากพอก็มีโอกาสได้งานนี้เช่นกัน
Portfolio บน GitHub นับได้ว่าสำคัญมากกว่าปริญญา
ข้อดีของอาชีพ
สามารถทำงานในรูปแบบ Remote ได้ทุกที่ / รายได้ค่อนข้างสูงมาก
Portfolio สำคัญกว่าใบปริญญา
ความต้องการสูงทั้งในไทยและต่างประเทศ
สามารถสร้าง Product ของตนเองได้
ความท้าทายในสายอาชีพ
อาจจะต้องใช้เวลาเรียนนานกว่าจะถึงระดับตลาดต้องการ
Imposter Syndrome นับได้ว่าเป็นปัญหาของวงการ
Burnout เนื่องจากงานมีลักษณะซับซ้อนและ Deadline ที่อาจจะส่งผลร่วมด้วย
6. ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Sustainability / ESG
แนวโน้มในการพัฒนาอย่างยั่งยืนรวมไปถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรยุคใหม่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะ ผู้เชี่ยวชาญทางด้าน Sustainability นับได้ว่าเป็น อาชีพ ที่น่าสนใจในอนาคตเป็นอย่างมาก และนับได้ว่ามีบทบาทสูง ทั้งทางด้านการวางกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด และความรับผิดชอบต่อสังคม อาชีพนี้จะเติบโตไปพร้อม ๆ กับเทรนด์โลกสีเขียว และถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของอาชีพที่ตลาดงานต้องการอย่างมากที่สุดอีกด้วย
อาชีพนี้มักจะเหมาะสมสำหรับกลุ่มคนที่มาจากพื้นฐานวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม, บริหารธุรกิจ, วิทยาศาสตร์ และต้องการทำงานในสาย อาชีพ ที่นับได้ว่ามีความหมาย โดยยังคงมีรายได้ที่ดี ซึ่งตลาดนี้ในไทยยังคงอยู่ในช่วง Early Adopter นั่นหมายความว่าคนที่จะเข้ามาทำงานในสายอาชีพนี้ตอนนี้จะมีข้อได้เปรียบในการเป็น First Mover นั่นเอง
รายได้โดยประมาณ และ เส้นทางการเติบโต
ESG Analyst ประสบการณ์ 0 – 2 ปี / รายได้ 28000 – 50000 บาท
Sustainability Specialist ประสบการณ์ 3 – 5 ปี / รายได้ 55000 – 90000 บาท
Sustainability Manager ประสบการณ์ 6 – 8 ปี / รายได้ 90000 – 150000 บาท
Head of ESG / CSO ประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป / รายได้ 150000 – 300000 บาท
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม / วิทยาศาสตร์ หรือ สาขาบริหารธุรกิจ / เศรษฐศาสตร์
GRI Certified Sustainability Professional
ปริญญาโท Sustainability / Environmental Management
ข้อดีของอาชีพ
ตลาดงานเพิ่งเปิดใหม่ การแข่งขันน้อย
ได้ทำงานที่มีความหมายต่อสังคมโลก
มีโอกาสเติบโตเร็วมากใน 5 – 10 ปีข้างหน้า
สามารถต่อยอดเป็น Consultant อิสระได้ในอนาคตอันใกล้
ความท้าทายในสายอาชีพ
บางองค์กรยังคงมองว่าอาชีพนี้เปรียบเสมือนเป็นแค่ CSR ไม่ใช่ Core
ต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างความเชื่อถือในองค์กร
กฎระเบียบมีการเปลี่ยนบ่อยตามนโยบายโลก
7. นักพัฒนาเกม หรือ Game Developer
เนื่องด้วยอุตสาหกรรมเกมยังคงเป็นหนึ่งในตลาดดิจิทัลที่มีลักษณะเติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สุด ส่งผลทำให้ นักพัฒนาเกม ยังคงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม อาชีพ ที่มีความน่าสนใจในอนาคตและเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มาแรงเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในประเทศไทยหรือต่างประเทศย่อมให้ความสนใจกับอาชีพนี้ โดยตำแหน่งในทีมพัฒนาเกมจะมีตั้งแต่ Gome Programmer , Game Designer, Game Artist / 2D – 3D , Server / Backend Dev, Sound / Audio Engineer และ QA Tester สำหรับผู้ที่มีทักษะทางด้านการเขียนโปรแกรม การออกแบบกราฟิก พร้อมทั้งมีความสามารถในการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เล่นได้อย่างน่าติดตาม ย่อมมีโอกาสสูงในตลาดงานที่มีการแข่งขันสูง พร้อมทั้งได้รายได้แบบดีเยี่ยม
รายได้โดยประมาณ และ เส้นทางการเติบโต
Junior จบใหม่ ประสบการณ์ 0 – 2 ปี / รายได้ 20000 – 35000 บาท
Mid – Level Programmer ประสบการณ์ 2 – 4 ปี / รายได้ 35000 – 60000 บาท
Senior Developer ประสบการณ์ 4 – 7 ปี / รายได้ 60000 – 90000 บาท
Lead / Technical Director / รายได้ 90000 – 150000 บาท
Freelance / Indie ย่อมขึ้นอยู่กับโปรเจกต์และรายละเอียดของงาน / รายได้ 500 – 1300 บาท / ชม.
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์, Multimedia Technology, Digital Media, Game Design
Portfolio และ ทักษะจริง เกี่ยวกับเกมที่เคยสร้างมากกว่าวุฒิการศึกษา สามารถเรียน Self – taught ผ่าน Unity Learn, Coursera และ YouTube ได้
ข้อดีของอาชีพ
ได้มีโอกาสทำงานกับสิ่งที่ตนเองรักและชื่นชอบ ซึ่งความ Passion ขับเคลื่อนได้จริง
ตลาดเกมไทยมูลค่าแสนล้าน โอกาสเติบโตเร็วอันดับ 2 ในอาเซียน
ทักษะ C+ + สามารถใช้ได้ทั้งในสาย Game และ Software ทั่วไป ทำให้สามารถต่อยอดได้
ความท้าทายของอาชีพ
Crunch Time ค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะช่วงใกล้ Launch เกมอาจจะทำงาน OT ค่อนข้างหนักมาก
บริษัทเกมในประเทศไทยยังถือได้ว่ามีจำกัด ส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ต้องแข่งขันกับเกมต่างประเทศที่มีทุนค่อนข้างจะสูงกว่ามาก
Indie Dev มีโอกาสล้มเหลวได้ และเกมส่วนใหญ่ไม่ทำกำไรเท่าไหร่นัก
เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้ต้องเรียนรู้ Engine และ Tool ใหม่อยู่ตลอดเวลา
8. วิศวกรหุ่นยนต์, วิศวกร Fin Tech
ปัจจุบัน วิศวกรยังจัดได้ว่าเป็น อาชีพ ที่ไม่ตกเทรนด์แต่อย่างใด และ วิศวกรหุ่นยนต์ ก็จัดได้ว่าเป็นงานอีกหนึ่งสาขาที่มีทิศทางที่สดใสมาก ๆ โดยเฉพาะในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจแต่ละภาคส่วนต่างก็มีแนวโน้มที่จะต้องประยุกต์ใช้ระบบหุ่นยนต์แบบอัตโนมัติ ด้วยเหตุนี้อาชีพนี้จึงถูกจัดอยู่ในหมวดของ 8 อาชีพมาแรงในอนาคตและนับได้ว่าเป็นอาชีพที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในสาย FinTech Engineer ซึ่งได้ผสานเทคโนโลยีให้เข้ากับความรู้ทางการเงิน ซึ่งจะมีความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก
รายได้โดยประมาณ และ เส้นทางในการเติบโต
Junior / Engineer จบใหม่ / รายได้ 250000 – 35000 บาท
Mid-Level Engineer ประสบการณ์ 3 – 5 ปี / รายได้ 35000 – 55000 บาท
Senior / Specialist ประสบการณ์ 5 ปีขึ้นไป / รายได้ 55000 – 90000 บาท
Automation Manager / Lead ประสบการณ์ 10 ปีขึ้นไป / รายได้ 80000 – 150000 บาท
วุฒิการศึกษา
ปริญญาตรี สาขา วิศวกรรมหุ่นยนต์, วิศวกรรมไฟฟ้า, วิศวกรรมเครื่องกล, วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ หรือ Mechatronics
ปริญญาโท / เอก (ตำแหน่งงานอาวุโส / วิจัย) สาขาวิศวกรรมหุ่นยนต์, AI & Autonomous Systems และสาขาเฉพาะทาง
ข้อดีของอาชีพ
ตลาดงานมีโอกาสเติบโตสูงตามนโยบาย Thailand 4.0 และอุตสาหกรรม S-Curve
ยังคงเป็นที่ต้องการทั้งในไทยและต่างประเทศ โอกาสทำงานที่ต่างประเทศมีสูง
งานสร้างสรรค์ ได้ออกแบบพร้อมพัฒนานวัตกรรมจริง
เงินเดือนเติบโตไวตามประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ
มีโอกาสทำงานร่วมกับทีมอื่น ๆ ข้ามสาขา ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า เครื่องกล และซอฟต์แวร์
ความท้าทายในสายอาชีพ
ต้องมีความรู้หลายสาขาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น Hardware และ Software
ตำแหน่งงานในไทยยังคงน้อยกว่าตลาดต่างประเทศ
เทคโนโลยีต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา
เริ่มต้นอย่างไร ถ้าอยากจะเข้าสู่สายอาชีพต่าง ๆ เหล่านี้?
และไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางสาย อาชีพ ไหน กระบวนการในการเตรียมตัวที่มักจะได้ผล สามารถทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้ดังนี้
1. ควรทำความรู้จักตนเองให้ชัดเจนเสียก่อน
คุณควรทำเข้ารู้จักตนเองเสียก่อน อย่างน้อยคุณควรรู้ว่า คุณเป็นคนที่ชอบแก้ไขปัญหาแบบไหน? ชอบทำงานคนเดียวหรือชอบทำงานเป็นทีม? ชอบ Tech หรือ People เป็นสำคัญ คุณเป็นคน Introvert หรือ Extrovert กันแน่ ซึ่งคำตอบผ่านคำถามต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยบ่งบอกถึงเส้นทางและสาย อาชีพ ที่เหมาะสมกับตัวคุณได้มากยิ่งขึ้น หรือจะเลือกใช้เครื่องมือเป็นตัวช่วยประเมินก็สามารถทำได้ อย่างเช่น MBTI หรือ Clifton Strengths เป็นต้น
2. ควรศึกษาตลาดงานจริงในประเทศไทย
คุณสามารถเข้าไปดูประกาศงานจริงบนเว็บไซต์ JobsDB, Job Thai, Rongram Job เป็นต้น เพื่อค้นหางานและตำแหน่งงานที่คุณสนใจ พร้อมทั้งดูว่าบริษัทยังคงต้องการทักษะอะไรบ้าง ซึ่งจะทำให้คุณเห็นภาพชัดเจนว่าต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
3. ควรเรียนรู้ทักษะสำคัญหลัก ๆ เพิ่มเติม
คุณสามารถเรียนรู้ทักษะสำคัญหลัก ๆ เพิ่มเติม โดยสามารถเรียนรู้จากแหล่งเรียนฟรีและราคาถูก อย่างเช่น YouTube, Coursera, Kaggle โดยฝึกทำโปรเจกต์จริงโดยที่ไม่ต้องเรียนจบทุกอย่างก็สามารถทำได้ทันที เนื่องจากการลงมือทำคือการเรียนรู้ที่เร็วที่สุด
4. สร้าง Portfolio ที่พิสูจน์ความสามารถจริงได้
บริษัทหรือองค์กรส่วนใหญ่มักจะต้องการดูสิ่งที่คุณทำได้จริงมากกว่าวุฒิการศึกษาหรือใบปริญญา คุณสามารถเริ่มต้นทำโปรเจกต์ 2 – 3 ชิ้นเพื่อแสดงให้เห็น Problem Solving จริง ๆ ลงใน GitHub หรือ Behance หรือเว็บ Portfolio ของตนเอง
5. สมัครงานและเรียนรู้จาก Feedback
คุณไม่ควรรอให้พร้อม 100% คุณสามารถเริ่มต้นสมัครงานได้ทันทีเมื่อคุณมี Portfolio พร้อม ซึ่งคุณสามารถเรียนรู้จากทุก Interview ที่ผ่านมาได้ และสามารถปรับปรุงพร้อมทั้งพัฒนาสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เพราะคนส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ล้วนต้องผ่านการถูก Reject มาแล้วหลาย ๆ ครั้ง
รวมทักษะที่ทุกอาชีพต้องมีในปี 2026
ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินเส้นทาง อาชีพ ไหนใน 8 อาชีพข้างต้นที่ทางเราได้นำเสนอไปนั้น แต่ยังคงมีทักษะ 4 กลุ่มที่ตลาดงานต้องการจากทุกคนทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอันใกล้ ดังต่อไปนี้
ทักษะดิจิทัลและ AI
ทักษะดิจิทัลและ AI นับได้ว่าเป็นทักษะที่ทุกคนจำเป็นจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติม พร้อมทั้งปรับตัวกับ Technology ใหม่ ๆ ที่มีเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการใช้ AI Tools ที่สามารถช่วยงานได้ไม่มากก็น้อย พร้อมทั้งเข้าใจ Data ในเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านกราฟและตัวเลข นอกจากนี้ควรรู้จัก Digital Tools ของสายงานตัวเองเพิ่มเติม
ทักษะในการสื่อสาร
อีกหนึ่งทักษะที่ทุก อาชีพ และทุกคนควรมี นั่นก็คือ ทักษะในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารเรื่องที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่าย มีทักษะในการเขียนได้ดี ทั้งไทยและอังกฤษ ตลอดจนกระทั่งฟังและนำเสนอพร้อมทั้งโน้มน้าวใจได้ดีร่วมด้วย
ทักษะในการคิดและวิเคราะห์
ทักษะในการคิดและวิเคราะห์นั้น นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญในยุคปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะทำ อาชีพ ไหนก็ควรมีทักษะนี้ ตั้งแต่การแยกแยะ Root Cause จาก Symptom การตั้งคำถามที่ถูกต้องก่อนที่จะหาคำตอบ การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ไม่ใช่ความรู้สึก และการมองเห็นภาพใหญ่และภาพย่อยพร้อม ๆ กัน เป็นต้น
ทักษะ Lifelong Learning
อีกหนึ่งทักษะที่ทุกคนจะขาดไม่ได้ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต นั่นก็คือ Lifelong Learning อย่างเช่น ทุกคนควรเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ ควรเปิดโอกาสให้ตนเองได้ทดลองสิ่งใหม่ ๆ และยอมรับความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ คอยติดตามเทรนด์ของสายงานตนเองและสร้าง Network กับคนในวงการ เป็นต้น
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่า AI จะฉลาดมากขึ้นแค่ไหน แต่ในส่วนของ Empathy, Creative Thinking, การสร้างความสัมพันธ์ และ Ethical Judgment ยังนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถทำแทนมนุษย์ได้ เพราะฉะนั้น คนที่พัฒนา Human Skills ควบคู่กับ Technical Skills นับได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่ตลาดงานในอนาคตต้องการอยากจะได้ตัวมากที่สุด
คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับ อาชีพในปี 2026 (FAQ)
1. หากไม่ได้จบ IT แต่อยากจะทำงานสาย Tech จะสามารถทำงานทางด้านนี้ได้จริงไหม?
ตอบ : สามารถทำงานสาย Tech ได้จริง โดยในปัจจุบันมีตัวอย่างให้พบเห็นอยู่มากมาย ซึ่งคนที่จบวิทยาศาสตร์ บัญชี หรือแม้แต่ศิลปะ สามารถเปลี่ยนมาทำงานเป็น Data Analyst หรือ UX Designer ได้สำเร็จ โดยที่พวกเขาจำเป็นจะต้องศึกษาและพัฒนาทักษะเพิ่มเติม สิ่งสำคัญกว่าใบปริญญาในปัจจุบัน นั่นก็คือ Portfolio ที่แสดงให้เห็นว่าคุณสามารถทำงานได้จริง และในปี 2026 ผู้บริหารส่วนใหญ่เน้นจ้างงานจากทักษะที่ทุกคนมี ไม่ใช่ใบปริญญา
2. ระหว่างสาย AI / Data หรือ Digital Marketing สายอาชีพไหนดีกว่ากัน?
ตอบ : ขึ้นอยู่กับจุดแข็งและความสนใจของคุณเป็นสำคัญ หากคุณชอบคณิตศาสตร์ สถิติ และการแก้ไขปัญหาด้วยข้อมูล สาย AI / Data ย่อมเหมาะสมกับคุณมากกว่า แต่ถ้าหากคุณชอบความคิดสร้างสรรค์ ชอบการสื่อสาร ชอบการทำให้คนสนใจแบรนด์ สาย Digital Marketing ย่อมเหมาะสมสำหรับคุณมากกว่า โดยทั้งสองสายมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน แต่ทักษะที่จำเป็นจะต้องมีนั้นย่อมแตกต่างกันออกไป
3. อาชีพ Sustainability / ESG จะสามารถอยู่ได้จริงในระยะยาวไหม?
ตอบ : มีแนวโน้มสูงมากว่าอาชีพนี้จะมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก EU Carbon Border Adjustment กำลังมีผลบังคับใช้ กระทบ Supply Chain ของบริษัทหรือองค์กรไทยที่ส่งออกโดยตรง และนักลงทุนสถาบันทั่วโลกกำลังกำหนดให้ ESG Rating นับได้ว่าเป็นเงื่อนไขในการลงทุน พร้อมทั้ง Gen Z ที่นับได้ว่าเป็นกำลังซื้อหลัก ๆ ในอีก 10 ปี ให้ความสำคัญกับ Sustainability มากกว่าราคาโดยตรง
4. หากเปลี่ยนสายงานตอนอายุ 30+ ยังทันอยู่ไหม จะทำได้ไหม?
ตอบ : ยังทันและมีความเป็นไปได้เสมอ เพราะในบางกรณีคุณอาจจะได้เปรียบกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ เนื่องจากคนอายุ 30+ มักจะมี Business Acumen, Soft Skills และ Network ที่คนจบใหม่ยังไม่ค่อยมี การนำทักษะเดิมที่คุณมีมาผนวกเข้ากับทักษะใหม่ ๆ จะสามารถสร้าง Profile ที่น่าสนใจได้มากขึ้น อย่างเช่น นักบัญชีที่หันมาเรียน Data Analytics เพิ่ม มักจะมีโอกาสได้งานมากขึ้นกว่า Data Analyst ที่ไม่เข้าใจธุรกิจเลย
5. ต้องมีความสามารถในการพูดภาษาอังกฤษได้ดีระดับไหน หากจะทำงานในสายงานต่าง ๆ เหล่านี้
ตอบ : ย่อมขึ้นอยู่กับระดับและบริษัท สำหรับงานในบริษัทไทยนั้น ภาษาอังกฤษในระดับ Reading มักจะเพียงพอในหลาย ๆ กรณี แต่ถ้าหากต้องการทำงาน Remote กับบริษัทต่างประเทศเป็นสำคัญ หรือต้องการอยากจะเติบโตในบริษัทข้ามชาติ คุณจำเป็นจะต้องมีทักษะภาษาอังกฤษระดับ Professional เนื่องจาก Proficiency คือสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าพร้อมทั้งโอกาสให้กับคุณได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในสายงาน Tech ที่ Documentation ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นภาษาอังกฤษ
6. ระหว่าง Freelance กับ งานประจำ อะไรดีกว่ากันในปี 2026 ?
ตอบ : คำถามนี้นับได้ว่าไม่มีคำตอบที่แน่ชัด เนื่องจากขึ้นอยู่กับบุคลิกและสถานะชีวิตของแต่ละคนเป็นสำคัญ แต่คนไทยในปัจจุบันเลือกที่จะทำงานหลายอาชีพมากกว่าอาชีพเดียว ซึ่งงานประจำให้ความมั่นคง สวัสดิการ และการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ ทำให้เหมาะสมในช่วงที่ต้องการสร้างทักษะ ส่วนงาน Freelance นั้นมักจะให้อิสระและ Upside ที่ไม่จำกัด แต่จะต้องพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน ซึ่งกลยุทธ์ที่หลาย ๆ คนเลือกใช้และมักจะได้ผล คือ การเริ่มต้นจากการทำงานประจำก่อนเพื่อสะสมทักษะและประสบการณ์ แล้วจึงค่อยขยับมาทำงาน Freelance บางส่วนหรือทำแบบเต็มตัวทีหลังนั่นเอง
สรุป
ทั้งหมดนี้ก็คือ “8 อาชีพ มาแรงในปี 2026–2030 ที่ตลาดงานต้องการมากที่สุด” พร้อมทั้งทักษะที่ทุกอาชีพควรมีในปี 2026 ถึงแม้ว่าระบบการทำงานในยุคปัจจุบันรวมไปถึงอนาคตอันใกล้เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีงานอีกหลาย ๆ งานที่หุ่นยนต์หรือสมองกลยังไม่สามารถทำงานต่าง ๆ เหล่านี้ได้ดีเท่ากับมนุษย์ หากเราเข้าใจและมองเห็นภาพรวมของตลาดแรงงานรวมไปถึงความต้องการในโลกอนาคตออก เราทุกคนจะสามารถวางรากฐานให้กับบุตรหลานหรือแม้กระทั่งตัวเราเองให้เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานได้อย่างแน่นอน
ส่วนท่านใดที่กำลังหางานและต้องการอยากจะสมัครงานโดยตรง วันนี้ทุกท่านสามารถหางาน - สมัครงานได้ง่าย ๆ ที่เว็บไซต์ Rongram Job เว็บไซต์ดี ๆ ที่ได้รวบรวมงานโรงแรม งานโรงแรมชลบุรี งานโรงแรมภูเก็ต ระดับชั้นนำและ อาชีพ ต่าง ๆ ที่ตลาดแรงงานต้องการมาไว้ให้คุณทั้งหมดแล้ว ซึ่งจะทำให้คุณได้พบกับงานที่ใช่ พร้อมทั้งสมัครงาน อาชีพในฝัน ที่ชอบได้ง่ายแบบสุด ๆ อีกทั้งยังเปรียบเทียบช่วงเงินเดือนตามที่คุณต้องการได้อย่างชัดเจนอีกด้วย
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว



