
เมื่อเราอยู่ในยุคที่ข้อมูลต่าง ๆ คือขุมทรัพย์ แต่สมาธิของคนเรากลับมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นรายงาน PDF ที่หนาเตอะหรือแม้กระทั่งตาราง Excel ที่มีลักษณะซับซ้อน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มักจะถูกเปิดดูแค่ไม่กี่หน้าและก็ถูกมองข้าม ด้วยเหตุนี้ อินโฟกราฟิก หรือ infographic จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญพร้อมทั้งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทุก ๆ ด้าน เพราะเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ด้าน Data Visualization ที่ช่วยย่อยข้อมูลต่าง ๆ ให้กลายเป็นความรู้ที่เข้าใจง่ายและสามารถใช้งานได้ทันที โดยจะถูกนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ และสำหรับในบทความนี้ทางเราจะขอนำพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับอินโฟกราฟิกกันให้มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ infographic คือ อะไร มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างไร เครื่องมือที่ใช้ทำอินโฟกราฟิกมีอะไรบ้าง ตลอดจนแนวทางในการจัดทำเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อที่การสื่อสารข้อมูลของคุณจะกลายเป็นเรื่องง่าย และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
infographic คืออะไร?
อินโฟกราฟิก หรือ infographic คือ ข้อมูลที่นำเสนอออกมาในรูปแบบภาพ เพื่อที่จะย่อยข้อมูลบางอย่างให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งอินโฟกราฟิกสามารถสื่อสารออกมาทั้งในรูปแบบของกราฟ สัญลักษณ์ แผนภูมิ แผนผัง แผนที่ หรือแม้กระทั่งในรูปแบบลายเส้นต่าง ๆ ซึ่งนิยมใช้เพื่ออธิบายสถิติ ตัวเลข หรือแม้แต่การนำรายละเอียดหลาย ๆ อย่างมารวบรวมกันเพื่อให้เข้าใจได้ภายในภาพเดียว ส่วนรูปแบบการนำเสนอนั้น สามารถนำเสนอทั้งในรูปแบบภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวก็สามารถทำได้ทั้งหมด
ในยุคปัจจุบัน infographic ถูกนำมาใช้หลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นในองค์กร การศึกษา สื่อดิจิทัลต่าง ๆ หรือแม้แต่ในสายงานอาชีพอิสระที่ต้องการสร้างผลงานออกมาให้โดดเด่นกว่าใคร โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตเนื้อหาของตนเอง เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและการจดจำข้อมูล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างมาก
ทำไม Infographic ถึงสำคัญในยุคปัจจุบัน?
ช่วยให้ข้อมูลเข้าใจง่าย
ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจำนวนมาก ๆ หรือข้อมูลที่ซับซ้อน ทั้งตัวเลข สถิติต่าง ๆ สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นผ่านภาพ กราฟ หรือไอคอนต่าง ๆ โดยที่ผู้รับสารจะสามารถเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ในระยะเวลาอันสั้นแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น
ช่วยให้ผู้รับสารสามารถจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น
มนุษย์มักจะจดจำข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาพได้ดีกว่าข้อความจำนวนมาก ๆ Infographic จึงช่วยให้ข้อมูลที่ต้องการสื่อสารถูกจดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น
ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและช่วยเพิ่มการแชร์บนโซเชียลมีเดีย
อีกหนึ่งความสำคัญของ infographic คือ ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน และนับได้ว่าเป็นคอนเทนต์ที่เหมาะกับการแชร์บนโซเชียลมีเดีย เพราะดูแล้วเข้าใจง่ายและน่าสนใจยิ่งขึ้น
ประเภทของ infographic มีอะไรบ้าง?
Infographic สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการนำเสนอข้อมูลเป็นหลัก การเลือกให้เหมาะสมจึงนับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของกราฟิกดีไซน์ เพราะจะช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจและทำให้ข้อมูลที่ได้มีความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น โดยประเภทของ infographic มีดังนี้
1. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลเนื้อหา หรือ Information Infographic
สำหรับอินโฟกราฟิกประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการนำเสนอข้อมูลทั่วไปในรูปแบบที่กระชับ ตรงประเด็น แบบอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ๆ ในระยะเวลาอันสั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการสรุปเนื้อหาแบบที่มีไอคอนหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นตัวช่วยสื่อความหมาย พร้อมทั้งมีการจัดวางตัวหนังสือให้ดูดี น่าอ่าน ทำให้ข้อมูลดูไม่น่าเบื่อมากจนเกินไป
Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ บทความประเภทให้ความรู้ การนำเสนอแนวคิดหรือหลักการต่าง ๆ รวมไปถึงการสื่อสารแบบเชิงอธิบาย หรือเป็นรูปแบบสื่อการสอนและการอบรมต่าง ๆ ที่ผู้อ่านต้องจดจำใจความสำคัญแบบรวดเร็ว
2. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลเชิงสถิติ หรือ Statistics Infographic
สำหรับ Infographic ประเภทนี้มักจะถูกออกแบบมาเพื่อที่จะนำเสนอข้อมูลเชิงตัวเลขหรือข้อมูลสถิติ ซึ่งจะมีการใช้กราฟ แผนภูมิ เป็นหลัก เพื่อที่จะช่วยให้ผู้รับสารได้เข้าใจถึงข้อมูลที่มีตัวเลขจำนวนมาก ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถเห็นแนวโน้มของข้อมูลได้แบบชัดเจน
Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ นำมาใช้กับรายงานผลสำรวจหรือรายงานผลการวิจัย, การเปรียบเทียบตัวเลขที่เป็นข้อมูลทางธุรกิจหรือเศรษฐกิจ, การนำเสนอแนวโน้มทางสถิติต่าง ๆ
3. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลตามลำดับเวลา หรือ Timeline Infographic
สำหรับ Infographic ประเภทนี้จะเน้นในส่วนของการแสดงข้อมูลที่มีลำดับเหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ชัดเจน โดยในข้อมูลจะใช้เส้นเวลา หรือ Timeline เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมกับจุดแสดงเหตุการณ์สำคัญที่มีไอคอนประกอบ เพื่อช่วยให้ผู้รับสารได้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในแต่ละช่วงได้ง่ายยิ่งขึ้น
Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ แบบไทม์ไลน์มักจะนำมาใช้ในการแสดงพัฒนาการขององค์กรหรือแบรนด์ต่าง ๆ รวมไปถึงการนำเสนอเหตุการณ์ที่สำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังใช้ในข้อมูลเชิงอธิบายวิวัฒนาการของเทคโนโลยีหรือแสดงแผนงานที่มีระยะเวลาแบบต่อเนื่องได้อีกด้วย
4. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ หรือ Comparison Infographic
Infographic ประเภทนี้มักจะถูกนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่าง 2 สิ่งหรือมากกว่านั้น โดยแสดงในรูปแบบตาราง แผนภูมิหรือกราฟ เพื่อทำให้เห็นถึงข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจน
Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ การเปรียบเทียบคุณสมบัติต่าง ๆ ของสินค้า หรืออาจจะเป็นในส่วนของการแสดงถึงข้อดีและข้อเสียและการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ เป็นต้น
5. อินโฟกราฟิกในรูปแบบลิสต์ หรือ List Infographic
Infographic ประเภทนี้มักจะถูกนำมาใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของรายการ เน้นการจัดเรียงให้เป็นข้อ ๆ เพื่อให้อ่านได้ง่าย มีความกระชับและชัดเจน ทำให้ผู้รับสารสามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจจะมีการเลือกใช้ไอคอนต่าง ๆ รวมไปถึงลำดับ หมายเลข หรือ Bullet Points เพื่อแสดงรายการข้อมูลให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น
Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ การนำเสนอในรูปแบบลิสต์เหมาะกับการนำเสนอบทความ ข้อมูลที่ต้องการอยากจะจัดเรียงให้เป็นข้อ ๆ เป็นต้น
6. อินโฟกราฟิกในรูปแบบกระบวนการ หรือ Process Infographic
Infographic ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะอธิบายขั้นตอนหรือกระบวนการต่าง ๆ ในการทำงาน ซึ่งจะใช้ลูกศร ไอคอน หรือแผนผังแบบโฟลว์ร่วมด้วย เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงลำดับของกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบแบบละเอียด ส่งผลทำให้ข้อมูลที่มีจำนวนมาก ๆ หรือมีหลายขั้นตอนสามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ การทำขั้นตอนสมัครใช้งานในแพลตฟอร์มออนไลน์, วิธีการสั่งซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ, กระบวนการในการผลิตสินค้า, การทำงานของระบบต่าง ๆ หรือขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา
7. อินโฟกราฟิกในรูปแบบลำดับความสำคัญ หรือ Hierarchical Infographic
Infographic ประเภทนี้ใช้เพื่อแสดงลำดับชั้นของข้อมูลตั้งแต่ระดับสูงสุดไปจนถึงต่ำสุด ส่วนใหญ่แล้วจะแสดงในรูปแบบของพีระมิด แผนภูมิองค์กร ผังโครงสร้าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และลำดับความสำคัญได้อย่างชัดเจน
Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ ใช้ในการแสดงโครงสร้างขององค์กรหรือแผนผังบริหารงาน, การจัดลำดับความสำคัญในชีวิต, การจัดประเภทสิ่งต่าง ๆ ตามความสัมพันธ์แบบเชิงลำดับ
องค์ประกอบของ Infographic ควรมีอะไรบ้าง?
การทำ Infographic นับได้ว่าเป็นการออกแบบที่จำเป็นจะต้องอาศัยการทำความเข้าใจ และตกผลึกจากข้อความให้กลายมาเป็นข้อมูลภาพ หากมีการเลือกภาพหรือข้อมูลได้ไม่ดี อาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้อ่านหรือผู้รับสารได้ เพราะ Infographic ที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ คือ ภาพที่ทำให้คนสามารถเข้าใจได้ง่ายภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว
หัวข้อ นับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจ พร้อมทั้งสื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่าเนื้อหานำเสนออะไร สื่อถึงอะไร หัวข้อจะต้องมีความกระชับ ชัดเจน และน่าดึงดูด
เนื้อหา นับได้ว่าเป็นส่วนที่ทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น เนื้อหาที่ดีจะต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย มีการจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้ชัดเจน มีการใช้สัญลักษณ์และไอคอนช่วยสื่อสาร เพื่อที่จะลดข้อความที่มีจำนวนมากเกินไป
ธีมและการออกแบบ อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ infographic คือ ธีมและการออกแบบ ผู้ออกแบบควรเลือกสีที่มีความเหมาะสม ควรใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย และควรจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีความสมดุล นอกจากนี้ควรจัดลำดับข้อมูลด้วยตัวอักษรที่มีขนาดแตกต่างกัน มีการแบ่งข้อมูลให้เป็นบล็อกเพื่อช่วยลดความซับซ้อน
หลักการและเคล็ดลับในการจัดทำอินโฟกราฟิก
การออกแบบหรือสร้าง Infographic ให้ออกมาดูน่าสนใจและมีคุณภาพสูงสุด จำเป็นจะต้องอาศัยหลักการและเคล็ดลับในการสร้างสรรค์ผลงาน ดังต่อไปนี้
1. ควรตั้งหัวข้อให้มีความโดดเด่นและน่าสนใจ
หัวข้อ เปรียบเสมือนเป็นดั่งปกหนังสือ หากทำให้น่าสนใจและมีความโดดเด่นมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดึงดูดให้คนอยากเปิดอ่านมากเท่านั้น ส่วนหลักในการตั้งชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ มีดังนี้
ควรใช้คำที่ประชับ เข้าใจง่าย ควรหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อหัวข้อด้วยประโยคยาว ๆ หรือใช้คำศัพท์ที่มีความซับซ้อน
ชื่อหัวข้อควรกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้ อาจจะใช้ในรูปแบบของคำถามหรือประโยคที่ชวนให้ติดตาม
ควรใช้ตัวเลขหรือคำที่บ่งบอกปริมาณเสมอ เนื่องจากหัวข้อที่มีตัวเลขร่วมด้วยมักจะดึงดูดความสนใจได้มากยิ่งขึ้น
2. ทำเนื้อหา Infographic ให้คนอยากอ่านจนจบ
อีกหนึ่งเคล็ดลับในการจัดทำ infographic คือ การจัดทำเนื้อหาให้ดูน่าสนใจ ทำให้ผู้อ่านอยากจะติดตามอ่านงานของเราจนจบ ซึ่งหลักในการสร้างเนื้อหาให้น่าสนใจ มีดังนี้
ต้องตรงประเด็นและกระชับ ไม่ควรใช้คำพูดแบบอ้อมค้อมหรืออธิบายยาว ๆ ควรใช้ Bullet Points หรือทำการสรุปข้อมูลให้สั้น ๆ แทน
ควรจัดเรียงเนื้อหาให้เป็นลำดับแบบเข้าใจง่าย สามารถแบ่งข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่หรือมีการกำหนดหมายเลขและลำดับขั้นตอน เพื่อทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามข้อมูลได้เป็นระบบ
ควรใช้สีและขนาดตัวอักษร พร้อมทั้งไอคอนเพื่อเน้นจุดสำคัญ ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านได้เห็นจุดเด่น ๆ ของเนื้อหาและไม่พลาดที่จะได้รับข้อมูลที่สำคัญ
ไม่ควรใช้ข้อความที่เยอะจนเกินไป เมื่อต้องการจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม ควรใช้ภาพประกอบหรือใช้ไอคอนเพื่อช่วยสื่อสาร
ควรเพิ่มองค์ประกอบเพื่อนำสายตา อย่างเช่น เส้นเชื่อม ลูกศร ไอคอน หรือการเว้นวรรคให้มีความเหมาะสม เพื่อให้เนื้อหาอ่านง่าย
3. ควรเลือกรูปภาพและไอคอนที่สื่อความหมายได้อย่างชัดเจน
ในส่วนของการใช้รูปภาพและไอคอนให้มีความเหมาะสม จะช่วยให้อินโฟกราฟิกมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ ดังนี้
ควรเลือกภาพและไอคอนที่ตรงกับเนื้อหาเท่านั้น เน้นสื่อความหมายให้ตรงกับข้อมูลที่คุณต้องการอยากจะนำเสนอเป็นหลัก และไม่ควรเลือกใช้ไอคอนหรือภาพที่ไม่เกี่ยวข้อง
ควรใช้ไอคอนที่เรียบง่าย สามารถเข้าใจได้ทันที ควรเลือกใช้เฉพาะไอคอนที่ถูกดีไซน์ออกมาอย่างชัดเจน อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเป็นมาตรฐาน
ควรคงความสม่ำเสมอของสไตล์ภาพและไอคอน อย่าใช้ไอคอนหลายรูปแบบภายในอินโฟกราฟิกเดียวกัน ควรเน้นเลือกใช้ไอคอนที่เป็นสไตล์เดียวกันจะดีที่สุด
4. ฟอนต์กับสีควรเข้ากับเนื้อหา
ในส่วนของฟอนต์กับสีควรเลือกใช้ให้มีความเหมาะสม เพราะจะช่วยทำให้ข้อมูลดูอ่านง่าย เข้าใจง่าย และช่วยดึงดูดความสนใจได้มากยิ่งขึ้น โดยมีหลักการ ดังนี้
เลือกเฉพาะฟอนต์ที่อ่านง่ายและเหมาะกับธีมของงาน ควรใช้ฟอนต์ที่มีความชัดเจน ไม่ซับซ้อน และมีความเหมาะสมกับเนื้อหาเท่านั้น เช่น Sans-serif ฟอนต์ประเภทนี้เหมาะสมสำหรับเนื้อหาทั่วไป เป็นต้น
ควรกำหนดขนาดของฟอนต์ให้เหมาะสม สำหรับหัวข้อหลักควรเน้นใช้ฟอนต์ขนาดใหญ่และโดดเด่นที่สุด ส่วนหัวข้อรองควรเลือกใช้ฟอนต์ขนาดเล็กลงมาแต่ยังคงเห็นได้ชัด ส่วนเนื้อหาควรใช้ฟอนต์ขนาดที่อ่านง่าย จะต้องไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป
ควรเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับเนื้อหา ควรใช้สีหลักเพื่อที่จะสื่ออารมณ์และความหมาย และควรใช้สีรองเพื่อเสริมความกลมกลืน และควรเลือกสีที่ตัดกันเพื่อให้อ่านง่ายและสะดุดตา
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำ Infographic
ใส่ข้อมูลหรือเนื้อหามากจนเกินไป การทำอินโฟกราฟิกที่ดีและมีประสิทธิภาพ ไม่ควรใส่ข้อมูลหรือเนื้อหามากจนเกิน ควรเน้นเฉพาะข้อมูลที่มีความสำคัญเท่านั้น
เลือกใช้สีมากจนเกินไป อีกหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยผ่านการทำ infographic คือ การใช้สีที่มากจนเกินไปย่อมทำให้ข้อมูลดูลายตาและอ่านได้ยาก
ไม่มีโครงสร้างข้อมูล การทำอินโฟกราฟิกให้มีประสิทธิภาพ ควรเน้นจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นระบบ เพื่อที่ผู้อ่านจะสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว
เครื่องมือสำหรับทำ Infographic (สำหรับมือใหม่)
1. Canva
Canva นับได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือออกแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
จุดเด่น คือมีเทมเพลต Infographic สำเร็จรูปจำนวนมากให้เลือกใช้ และยังมีไอคอน ภาพ และฟอนต์ให้เลือกใช้อีกเป็นจำนวนมาก โดย Canva เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ ส่งผลทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างอินโฟกราฟิกได้ภายในไม่กี่นาที
2. Piktochart
อีกหนึ่งโปรแกรมที่เหมาะสำหรับมือใหม่ในการสร้าง infographic คือ Piktochart
จุดเด่น คือ เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างอินโฟกราฟิกโดยเฉพาะ และยังคงสามารถสร้าง Presentation และ Report ได้ในที่เดียว
3. Visme
สำหรับ Visme นับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ประกอบไปด้วยฟังก์ชันการออกแบบขั้นสูงมากกว่าเครื่องมืออื่น ๆ ทั่วไป
จุดเด่น สามารถสร้างอินโฟกราฟิกแบบ interactive ได้ และมีเครื่องมือสร้างกราฟพร้อมทั้ง Data Visualization ในตัว
โปรแกรมออกแบบระดับมืออาชีพ ที่ใช้ทำ Infogarphic ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในกลุ่มนักออกแบบมืออาชีพ มักจะเลือกใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิกในการสร้าง Infographic เป็นสำคัญ
1. Adobe Illustrator
โปรแกรม Illustrator นับได้ว่าเป็นโปรแกรมออกแบบกราฟิกแบบเวกเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงในวงการออกแบบ
จุดเด่น สามารถออกแบบและจัดทำอินโฟกราฟิกที่มีรายละเอียดสูงได้ และยังสามารถสร้างไอคอนและกราฟิกแบบเวกเตอร์ได้ โดยโปรแกรมนี้รองรับงานออกแบบระดับมืออาชีพ
2. Adobe Photoshop
อีกหนึ่งโปรแกรมที่ระดับมืออาชีพเลือกใช้ในการทำ Infographic คือ Adobe Photoshop ถึงแม้ว่า Photoshop จะไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับทำอินโฟกราฟิกโดยเฉพาะ แต่สามารถใช้สร้างอินโฟกราฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่น เหมาะกับการออกแบบภาพที่มีรายละเอียดสูง พร้อมรองรับการตกแต่งภาพและเอฟเฟกต์
3. Figma
Figma อีกหนึ่งเครื่องมือออกแบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสายงาน UX/UI
จุดเด่น สามารถทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ได้ โดยใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ทำให้เหมาะกับการออกแบบ UI และ อินโฟกราฟิก
เครื่องมือ AI สำหรับสร้าง Infographic
1. NotebookLM
สำหรับ NotebookLM นับได้ว่าเป็นเครื่องมือ AI สำหรับสร้าง Infographic ที่ผู้คนนิยมใช้เป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับนักวิจัยและทีมที่ต้องการวางโครงร่างเนื้อหาที่มีความละเอียดและซับซ้อน เพื่อให้เป็นเนื้อหาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย
จุดเด่น สามารถสรุปและจัดโครงสร้างเนื้อหาจากเอกสารยาว ๆ ได้อย่างแม่นยำ สามารถใช้ฟรีได้ 100%
2. Gemini (Nano Banana)
อีกหนึ่งเครื่องมือ AI ที่สามารถทำ infographic คือ Gemini เหมาะสำหรับ ใช้ทำงาน Storyboard และงานที่ต้องการภาพต้นฉบับคุณภาพสูง
จุดเด่น สามารถสร้างจาก Prompt ที่เป็นภาษาไทยได้ สามารถสรุปข้อมูลจากภาพได้ และยังคงปรับแต่งภาพบางส่วนในระดับ 4K ได้
3. Powerdrill Bloom
Powerdrill Bloom ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนไฟล์อัปโหลดและเน้นการวิเคราะห์มากกว่าการดีไซน์ แต่ AI ตัวนี้ก็สามารถทำอินโฟกราฟิกได้อย่างดีและมีคุณภาพ
จุดเด่น สามารถวิเคราะห์ Insight จากไฟล์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็น Excel หรือ CSV ได้อย่างเจาะลึก พร้อมทั้งสามารถสร้าง Storytelling ได้แบบอัตโนมัติอีกด้วย
แนวโน้มตลาดงาน Infographic กับ สายอาชีพ Graphic Design
Infographic ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสารข้อมูลเพียงเท่านั้น แต่ยังนับได้ว่าเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของสายงานออกแบบกราฟิกในยุคปัจจุบันด้วย อีกทั้งองค์กรจำนวนมากต้องการนักออกแบบที่สามารถนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่มีทักษะการสร้าง Infographic จึงกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญในตลาดแรงงานยุคใหม่ และมีโอกาสทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น
บริษัทการตลาดดิจิทัล นักออกแบบต้องสร้างอินโฟกราฟิกเพื่อสื่อสารข้อมูลทางการตลาดและสถิติ
บริษัทเทคโนโลยี มีการเลือกใช้อินโฟกราฟิกเพื่ออธิบายข้อมูลที่มีความซับซ้อนให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
สื่อออนไลน์และเว็บไซต์ข่าว มักจะต้องใช้อินโฟกราฟิกเพื่อสรุปข้อมูลข่าวสารให้เข้าใจง่าย
เงินเดือนของสายงาน Infographic
สำหรับเงินเดือนหรือรายได้ของผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอินโฟกราฟิก ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์และประเภทของงานเป็นหลัก
ตำแหน่งงาน Junior Graphic Designer : รายได้ประมาณ 18000 – 25000 บาทต่อเดือน
ตำแหน่งงาน Graphic Designer ระดับกลาง : รายได้ประมาณ 30000 – 50000 บาทต่อเดือน
ตำแหน่งงาน Senior Designer หรือ Creative : อาจมีรายได้มากกว่า 55000 บาทต่อเดือน
ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำ Infographic
ผู้ที่ต้องการอยากจะทำงานสาย Infographic ควรมีทักษะสำคัญ ดังนี้
ทักษะการออกแบบ หรือ Design Skills ควรเข้าใจหลักการออกแบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี การจัดวาง Typography ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง Infographic ที่มีคุณภาพ
ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล หรือ Data Analysis ผู้ที่จะทำงานด้านอินโฟกราฟิกจะต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลจึงกลายเป็นทักษะสำคัญที่ขาดไม่ได้
ทักษะในการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling อีกหนึ่งทักษะของผู้ที่ทำงานสาย Infographic จะขาดไม่ได้เลยก็คือ ทักษะในการเล่าเรื่องทุกอย่างผ่านภาพ
สรุป
จะเห็นได้ว่า Infographic เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เนื้อหาอ่านง่ายและมีความน่าสนใจ จนทำให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการสร้างอินโฟกราฟิกให้มีประสิทธิภาพจำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการตั้งหัวข้อที่ดึงดูดใจ การจัดเรียงเนื้อหาให้เข้าใจง่าย หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้ฟอนต์กับสีเพื่อให้เข้ากับเนื้อหาโดยตรง ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้อินโฟกราฟิกมีประสิทธิภาพสูง จนทำให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
และสำหรับใครที่กำลังหางานกราฟิกดีไซน์ และมีความต้องการอยากจะโชว์ทักษะ Infographic ให้เฉิดฉาย วันนี้ทุกท่านสามารถค้นหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตัวคุณได้ที่ Rongram Job ซึ่งมีงานด้านการออกแบบให้คุณได้เลือกสมัครอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานดิจิทัลดีไซน์ สื่อมัลติมีเดีย ครีเอทีฟ ซึ่งตอนนี้ได้เปิดโอกาสให้คุณได้พัฒนาความสามารถผ่านอาชีพในฝันได้แบบไม่มีขีดจำกัด!
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว


