infographic คืออะไร? รู้จักอินโฟกราฟิก ประเภท และเครื่องมือยอดนิยม
ทักษะในการทำงาน

infographic คืออะไร? รู้จักอินโฟกราฟิก ประเภท และเครื่องมือยอดนิยม

Joy writer
14 มีนาคม 2569
3 นาทีในการอ่าน
65 ครั้ง
infographic คือ อะไร

เมื่อเราอยู่ในยุคที่ข้อมูลต่าง ๆ คือขุมทรัพย์ แต่สมาธิของคนเรากลับมีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นรายงาน PDF ที่หนาเตอะหรือแม้กระทั่งตาราง Excel ที่มีลักษณะซับซ้อน ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มักจะถูกเปิดดูแค่ไม่กี่หน้าและก็ถูกมองข้าม ด้วยเหตุนี้ อินโฟกราฟิก หรือ infographic จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญพร้อมทั้งได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในทุก ๆ ด้าน เพราะเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ด้าน Data Visualization ที่ช่วยย่อยข้อมูลต่าง ๆ ให้กลายเป็นความรู้ที่เข้าใจง่ายและสามารถใช้งานได้ทันที โดยจะถูกนำเสนอในรูปแบบที่น่าสนใจ และสำหรับในบทความนี้ทางเราจะขอนำพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับอินโฟกราฟิกกันให้มากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ infographic คือ อะไร มีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างไร เครื่องมือที่ใช้ทำอินโฟกราฟิกมีอะไรบ้าง ตลอดจนแนวทางในการจัดทำเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อที่การสื่อสารข้อมูลของคุณจะกลายเป็นเรื่องง่าย และสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

infographic คืออะไร?

อินโฟกราฟิก หรือ infographic คือ ข้อมูลที่นำเสนอออกมาในรูปแบบภาพ เพื่อที่จะย่อยข้อมูลบางอย่างให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น ซึ่งอินโฟกราฟิกสามารถสื่อสารออกมาทั้งในรูปแบบของกราฟ สัญลักษณ์ แผนภูมิ แผนผัง แผนที่ หรือแม้กระทั่งในรูปแบบลายเส้นต่าง ๆ ซึ่งนิยมใช้เพื่ออธิบายสถิติ ตัวเลข หรือแม้แต่การนำรายละเอียดหลาย ๆ อย่างมารวบรวมกันเพื่อให้เข้าใจได้ภายในภาพเดียว ส่วนรูปแบบการนำเสนอนั้น สามารถนำเสนอทั้งในรูปแบบภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวก็สามารถทำได้ทั้งหมด

ในยุคปัจจุบัน infographic ถูกนำมาใช้หลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นในองค์กร การศึกษา สื่อดิจิทัลต่าง ๆ หรือแม้แต่ในสายงานอาชีพอิสระที่ต้องการสร้างผลงานออกมาให้โดดเด่นกว่าใคร โดยเฉพาะในส่วนของการผลิตเนื้อหาของตนเอง เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและการจดจำข้อมูล ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจได้เป็นอย่างมาก  

ทำไม Infographic ถึงสำคัญในยุคปัจจุบัน?

ช่วยให้ข้อมูลเข้าใจง่าย

ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจำนวนมาก ๆ หรือข้อมูลที่ซับซ้อน ทั้งตัวเลข สถิติต่าง ๆ สามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นผ่านภาพ กราฟ หรือไอคอนต่าง ๆ โดยที่ผู้รับสารจะสามารถเข้าใจข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้ในระยะเวลาอันสั้นแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น

ช่วยให้ผู้รับสารสามารถจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น

มนุษย์มักจะจดจำข้อมูลข่าวสารที่เป็นภาพได้ดีกว่าข้อความจำนวนมาก ๆ Infographic จึงช่วยให้ข้อมูลที่ต้องการสื่อสารถูกจดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น

ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและช่วยเพิ่มการแชร์บนโซเชียลมีเดีย  

อีกหนึ่งความสำคัญของ infographic คือ ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน และนับได้ว่าเป็นคอนเทนต์ที่เหมาะกับการแชร์บนโซเชียลมีเดีย เพราะดูแล้วเข้าใจง่ายและน่าสนใจยิ่งขึ้น

ประเภทของ infographic มีอะไรบ้าง?

Infographic สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทด้วยกัน ซึ่งแบ่งตามลักษณะของการนำเสนอข้อมูลเป็นหลัก การเลือกให้เหมาะสมจึงนับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของกราฟิกดีไซน์ เพราะจะช่วยให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจและทำให้ข้อมูลที่ได้มีความเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น โดยประเภทของ infographic มีดังนี้

1. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลเนื้อหา หรือ Information Infographic

สำหรับอินโฟกราฟิกประเภทนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการนำเสนอข้อมูลทั่วไปในรูปแบบที่กระชับ ตรงประเด็น แบบอ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย ๆ ในระยะเวลาอันสั้น  หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการสรุปเนื้อหาแบบที่มีไอคอนหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็นตัวช่วยสื่อความหมาย พร้อมทั้งมีการจัดวางตัวหนังสือให้ดูดี น่าอ่าน ทำให้ข้อมูลดูไม่น่าเบื่อมากจนเกินไป

Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ   บทความประเภทให้ความรู้ การนำเสนอแนวคิดหรือหลักการต่าง ๆ รวมไปถึงการสื่อสารแบบเชิงอธิบาย หรือเป็นรูปแบบสื่อการสอนและการอบรมต่าง ๆ ที่ผู้อ่านต้องจดจำใจความสำคัญแบบรวดเร็ว

2. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลเชิงสถิติ หรือ Statistics Infographic

สำหรับ Infographic ประเภทนี้มักจะถูกออกแบบมาเพื่อที่จะนำเสนอข้อมูลเชิงตัวเลขหรือข้อมูลสถิติ ซึ่งจะมีการใช้กราฟ แผนภูมิ เป็นหลัก เพื่อที่จะช่วยให้ผู้รับสารได้เข้าใจถึงข้อมูลที่มีตัวเลขจำนวนมาก ๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถเห็นแนวโน้มของข้อมูลได้แบบชัดเจน

Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ   นำมาใช้กับรายงานผลสำรวจหรือรายงานผลการวิจัย, การเปรียบเทียบตัวเลขที่เป็นข้อมูลทางธุรกิจหรือเศรษฐกิจ, การนำเสนอแนวโน้มทางสถิติต่าง ๆ

3. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลตามลำดับเวลา หรือ Timeline Infographic

สำหรับ Infographic ประเภทนี้จะเน้นในส่วนของการแสดงข้อมูลที่มีลำดับเหตุการณ์หรือช่วงเวลาที่ชัดเจน โดยในข้อมูลจะใช้เส้นเวลา หรือ Timeline เป็นองค์ประกอบหลัก พร้อมกับจุดแสดงเหตุการณ์สำคัญที่มีไอคอนประกอบ เพื่อช่วยให้ผู้รับสารได้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลในแต่ละช่วงได้ง่ายยิ่งขึ้น

Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ   แบบไทม์ไลน์มักจะนำมาใช้ในการแสดงพัฒนาการขององค์กรหรือแบรนด์ต่าง ๆ รวมไปถึงการนำเสนอเหตุการณ์ที่สำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังใช้ในข้อมูลเชิงอธิบายวิวัฒนาการของเทคโนโลยีหรือแสดงแผนงานที่มีระยะเวลาแบบต่อเนื่องได้อีกด้วย

4. อินโฟกราฟิกในรูปแบบข้อมูลเชิงเปรียบเทียบ หรือ Comparison Infographic

Infographic ประเภทนี้มักจะถูกนำมาใช้ในกรณีที่ต้องการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่าง 2 สิ่งหรือมากกว่านั้น โดยแสดงในรูปแบบตาราง แผนภูมิหรือกราฟ เพื่อทำให้เห็นถึงข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจน

Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ   การเปรียบเทียบคุณสมบัติต่าง ๆ ของสินค้า หรืออาจจะเป็นในส่วนของการแสดงถึงข้อดีและข้อเสียและการเปรียบเทียบประสิทธิภาพ เป็นต้น

5. อินโฟกราฟิกในรูปแบบลิสต์ หรือ List Infographic

Infographic ประเภทนี้มักจะถูกนำมาใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของรายการ เน้นการจัดเรียงให้เป็นข้อ ๆ เพื่อให้อ่านได้ง่าย มีความกระชับและชัดเจน ทำให้ผู้รับสารสามารถจดจำข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยอาจจะมีการเลือกใช้ไอคอนต่าง ๆ รวมไปถึงลำดับ หมายเลข หรือ Bullet Points เพื่อแสดงรายการข้อมูลให้เป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ   การนำเสนอในรูปแบบลิสต์เหมาะกับการนำเสนอบทความ ข้อมูลที่ต้องการอยากจะจัดเรียงให้เป็นข้อ ๆ เป็นต้น   

6. อินโฟกราฟิกในรูปแบบกระบวนการ หรือ Process Infographic

Infographic ประเภทนี้ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะอธิบายขั้นตอนหรือกระบวนการต่าง ๆ ในการทำงาน ซึ่งจะใช้ลูกศร ไอคอน หรือแผนผังแบบโฟลว์ร่วมด้วย เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงลำดับของกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบแบบละเอียด ส่งผลทำให้ข้อมูลที่มีจำนวนมาก ๆ หรือมีหลายขั้นตอนสามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ   การทำขั้นตอนสมัครใช้งานในแพลตฟอร์มออนไลน์, วิธีการสั่งซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ, กระบวนการในการผลิตสินค้า, การทำงานของระบบต่าง ๆ หรือขั้นตอนในการแก้ไขปัญหา

7. อินโฟกราฟิกในรูปแบบลำดับความสำคัญ หรือ Hierarchical Infographic

Infographic  ประเภทนี้ใช้เพื่อแสดงลำดับชั้นของข้อมูลตั้งแต่ระดับสูงสุดไปจนถึงต่ำสุด  ส่วนใหญ่แล้วจะแสดงในรูปแบบของพีระมิด แผนภูมิองค์กร ผังโครงสร้าง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์และลำดับความสำคัญได้อย่างชัดเจน

Infographic ประเภทนี้เหมาะสำหรับ   ใช้ในการแสดงโครงสร้างขององค์กรหรือแผนผังบริหารงาน, การจัดลำดับความสำคัญในชีวิต, การจัดประเภทสิ่งต่าง ๆ ตามความสัมพันธ์แบบเชิงลำดับ

องค์ประกอบของ Infographic ควรมีอะไรบ้าง?

การทำ Infographic นับได้ว่าเป็นการออกแบบที่จำเป็นจะต้องอาศัยการทำความเข้าใจ และตกผลึกจากข้อความให้กลายมาเป็นข้อมูลภาพ หากมีการเลือกภาพหรือข้อมูลได้ไม่ดี อาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้อ่านหรือผู้รับสารได้ เพราะ Infographic ที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ คือ ภาพที่ทำให้คนสามารถเข้าใจได้ง่ายภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

  • หัวข้อ นับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยดึงดูดความสนใจ พร้อมทั้งสื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจว่าเนื้อหานำเสนออะไร สื่อถึงอะไร หัวข้อจะต้องมีความกระชับ ชัดเจน และน่าดึงดูด

  • เนื้อหา  นับได้ว่าเป็นส่วนที่ทำให้ผู้อ่านได้เข้าใจข้อมูลได้ง่ายขึ้น เนื้อหาที่ดีจะต้องมีความกระชับ เข้าใจง่าย มีการจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้ชัดเจน มีการใช้สัญลักษณ์และไอคอนช่วยสื่อสาร  เพื่อที่จะลดข้อความที่มีจำนวนมากเกินไป

  • ธีมและการออกแบบ  อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของ infographic คือ ธีมและการออกแบบ ผู้ออกแบบควรเลือกสีที่มีความเหมาะสม ควรใช้ฟอนต์ที่อ่านง่าย และควรจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีความสมดุล นอกจากนี้ควรจัดลำดับข้อมูลด้วยตัวอักษรที่มีขนาดแตกต่างกัน มีการแบ่งข้อมูลให้เป็นบล็อกเพื่อช่วยลดความซับซ้อน

หลักการและเคล็ดลับในการจัดทำอินโฟกราฟิก

การออกแบบหรือสร้าง Infographic ให้ออกมาดูน่าสนใจและมีคุณภาพสูงสุด จำเป็นจะต้องอาศัยหลักการและเคล็ดลับในการสร้างสรรค์ผลงาน ดังต่อไปนี้

1. ควรตั้งหัวข้อให้มีความโดดเด่นและน่าสนใจ

หัวข้อ เปรียบเสมือนเป็นดั่งปกหนังสือ หากทำให้น่าสนใจและมีความโดดเด่นมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดึงดูดให้คนอยากเปิดอ่านมากเท่านั้น ส่วนหลักในการตั้งชื่อหัวข้อให้น่าสนใจ มีดังนี้

  • ควรใช้คำที่ประชับ เข้าใจง่าย  ควรหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อหัวข้อด้วยประโยคยาว ๆ หรือใช้คำศัพท์ที่มีความซับซ้อน

  • ชื่อหัวข้อควรกระตุ้นให้เกิดความอยากรู้  อาจจะใช้ในรูปแบบของคำถามหรือประโยคที่ชวนให้ติดตาม

  • ควรใช้ตัวเลขหรือคำที่บ่งบอกปริมาณเสมอ เนื่องจากหัวข้อที่มีตัวเลขร่วมด้วยมักจะดึงดูดความสนใจได้มากยิ่งขึ้น

2. ทำเนื้อหา Infographic ให้คนอยากอ่านจนจบ

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการจัดทำ infographic คือ การจัดทำเนื้อหาให้ดูน่าสนใจ ทำให้ผู้อ่านอยากจะติดตามอ่านงานของเราจนจบ ซึ่งหลักในการสร้างเนื้อหาให้น่าสนใจ มีดังนี้

  • ต้องตรงประเด็นและกระชับ  ไม่ควรใช้คำพูดแบบอ้อมค้อมหรืออธิบายยาว ๆ ควรใช้ Bullet Points หรือทำการสรุปข้อมูลให้สั้น ๆ แทน

  • ควรจัดเรียงเนื้อหาให้เป็นลำดับแบบเข้าใจง่าย  สามารถแบ่งข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่หรือมีการกำหนดหมายเลขและลำดับขั้นตอน เพื่อทำให้ผู้อ่านสามารถติดตามข้อมูลได้เป็นระบบ

  • ควรใช้สีและขนาดตัวอักษร พร้อมทั้งไอคอนเพื่อเน้นจุดสำคัญ  ซึ่งจะทำให้ผู้อ่านได้เห็นจุดเด่น ๆ ของเนื้อหาและไม่พลาดที่จะได้รับข้อมูลที่สำคัญ

  • ไม่ควรใช้ข้อความที่เยอะจนเกินไป  เมื่อต้องการจะอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม ควรใช้ภาพประกอบหรือใช้ไอคอนเพื่อช่วยสื่อสาร

  • ควรเพิ่มองค์ประกอบเพื่อนำสายตา  อย่างเช่น  เส้นเชื่อม ลูกศร ไอคอน หรือการเว้นวรรคให้มีความเหมาะสม เพื่อให้เนื้อหาอ่านง่าย

3. ควรเลือกรูปภาพและไอคอนที่สื่อความหมายได้อย่างชัดเจน

ในส่วนของการใช้รูปภาพและไอคอนให้มีความเหมาะสม จะช่วยให้อินโฟกราฟิกมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ ดังนี้

  • ควรเลือกภาพและไอคอนที่ตรงกับเนื้อหาเท่านั้น  เน้นสื่อความหมายให้ตรงกับข้อมูลที่คุณต้องการอยากจะนำเสนอเป็นหลัก และไม่ควรเลือกใช้ไอคอนหรือภาพที่ไม่เกี่ยวข้อง

  • ควรใช้ไอคอนที่เรียบง่าย สามารถเข้าใจได้ทันที  ควรเลือกใช้เฉพาะไอคอนที่ถูกดีไซน์ออกมาอย่างชัดเจน อ่านง่าย เข้าใจง่าย และเป็นมาตรฐาน

  • ควรคงความสม่ำเสมอของสไตล์ภาพและไอคอน  อย่าใช้ไอคอนหลายรูปแบบภายในอินโฟกราฟิกเดียวกัน ควรเน้นเลือกใช้ไอคอนที่เป็นสไตล์เดียวกันจะดีที่สุด

4. ฟอนต์กับสีควรเข้ากับเนื้อหา

ในส่วนของฟอนต์กับสีควรเลือกใช้ให้มีความเหมาะสม เพราะจะช่วยทำให้ข้อมูลดูอ่านง่าย เข้าใจง่าย และช่วยดึงดูดความสนใจได้มากยิ่งขึ้น โดยมีหลักการ ดังนี้

  • เลือกเฉพาะฟอนต์ที่อ่านง่ายและเหมาะกับธีมของงาน  ควรใช้ฟอนต์ที่มีความชัดเจน ไม่ซับซ้อน และมีความเหมาะสมกับเนื้อหาเท่านั้น เช่น Sans-serif ฟอนต์ประเภทนี้เหมาะสมสำหรับเนื้อหาทั่วไป เป็นต้น

  • ควรกำหนดขนาดของฟอนต์ให้เหมาะสม  สำหรับหัวข้อหลักควรเน้นใช้ฟอนต์ขนาดใหญ่และโดดเด่นที่สุด ส่วนหัวข้อรองควรเลือกใช้ฟอนต์ขนาดเล็กลงมาแต่ยังคงเห็นได้ชัด ส่วนเนื้อหาควรใช้ฟอนต์ขนาดที่อ่านง่าย จะต้องไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป

  • ควรเลือกใช้สีให้เหมาะสมกับเนื้อหา  ควรใช้สีหลักเพื่อที่จะสื่ออารมณ์และความหมาย และควรใช้สีรองเพื่อเสริมความกลมกลืน และควรเลือกสีที่ตัดกันเพื่อให้อ่านง่ายและสะดุดตา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำ Infographic

  • ใส่ข้อมูลหรือเนื้อหามากจนเกินไป  การทำอินโฟกราฟิกที่ดีและมีประสิทธิภาพ ไม่ควรใส่ข้อมูลหรือเนื้อหามากจนเกิน ควรเน้นเฉพาะข้อมูลที่มีความสำคัญเท่านั้น

  • เลือกใช้สีมากจนเกินไป  อีกหนึ่งในข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยผ่านการทำ infographic คือ การใช้สีที่มากจนเกินไปย่อมทำให้ข้อมูลดูลายตาและอ่านได้ยาก

  • ไม่มีโครงสร้างข้อมูล  การทำอินโฟกราฟิกให้มีประสิทธิภาพ ควรเน้นจัดเรียงข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นระบบ เพื่อที่ผู้อ่านจะสามารถอ่านและทำความเข้าใจได้ง่ายและรวดเร็ว

เครื่องมือสำหรับทำ Infographic (สำหรับมือใหม่)

1. Canva

Canva นับได้ว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือออกแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมาก

จุดเด่น คือมีเทมเพลต Infographic สำเร็จรูปจำนวนมากให้เลือกใช้ และยังมีไอคอน ภาพ และฟอนต์ให้เลือกใช้อีกเป็นจำนวนมาก โดย Canva เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่  ส่งผลทำให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างอินโฟกราฟิกได้ภายในไม่กี่นาที

2. Piktochart

อีกหนึ่งโปรแกรมที่เหมาะสำหรับมือใหม่ในการสร้าง infographic คือ Piktochart

จุดเด่น คือ เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างอินโฟกราฟิกโดยเฉพาะ และยังคงสามารถสร้าง Presentation และ Report ได้ในที่เดียว

3. Visme

สำหรับ Visme นับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ประกอบไปด้วยฟังก์ชันการออกแบบขั้นสูงมากกว่าเครื่องมืออื่น ๆ ทั่วไป

จุดเด่น สามารถสร้างอินโฟกราฟิกแบบ interactive ได้ และมีเครื่องมือสร้างกราฟพร้อมทั้ง Data Visualization ในตัว

โปรแกรมออกแบบระดับมืออาชีพ ที่ใช้ทำ Infogarphic ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในกลุ่มนักออกแบบมืออาชีพ มักจะเลือกใช้โปรแกรมออกแบบกราฟิกในการสร้าง Infographic เป็นสำคัญ

1. Adobe Illustrator

โปรแกรม Illustrator นับได้ว่าเป็นโปรแกรมออกแบบกราฟิกแบบเวกเตอร์ที่ได้รับความนิยมสูงในวงการออกแบบ

จุดเด่น สามารถออกแบบและจัดทำอินโฟกราฟิกที่มีรายละเอียดสูงได้ และยังสามารถสร้างไอคอนและกราฟิกแบบเวกเตอร์ได้ โดยโปรแกรมนี้รองรับงานออกแบบระดับมืออาชีพ

2. Adobe Photoshop

อีกหนึ่งโปรแกรมที่ระดับมืออาชีพเลือกใช้ในการทำ Infographic คือ Adobe Photoshop ถึงแม้ว่า Photoshop จะไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับทำอินโฟกราฟิกโดยเฉพาะ แต่สามารถใช้สร้างอินโฟกราฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จุดเด่น เหมาะกับการออกแบบภาพที่มีรายละเอียดสูง พร้อมรองรับการตกแต่งภาพและเอฟเฟกต์

3. Figma

Figma อีกหนึ่งเครื่องมือออกแบบที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเฉพาะในสายงาน UX/UI 

จุดเด่น สามารถทำงานร่วมกันแบบออนไลน์ได้ โดยใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ทำให้เหมาะกับการออกแบบ UI และ อินโฟกราฟิก

เครื่องมือ AI สำหรับสร้าง Infographic

1. NotebookLM

สำหรับ NotebookLM นับได้ว่าเป็นเครื่องมือ AI สำหรับสร้าง Infographic ที่ผู้คนนิยมใช้เป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับนักวิจัยและทีมที่ต้องการวางโครงร่างเนื้อหาที่มีความละเอียดและซับซ้อน เพื่อให้เป็นเนื้อหาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย

จุดเด่น  สามารถสรุปและจัดโครงสร้างเนื้อหาจากเอกสารยาว ๆ ได้อย่างแม่นยำ สามารถใช้ฟรีได้ 100%

2. Gemini (Nano Banana)

อีกหนึ่งเครื่องมือ AI ที่สามารถทำ infographic คือ Gemini เหมาะสำหรับ ใช้ทำงาน Storyboard และงานที่ต้องการภาพต้นฉบับคุณภาพสูง

จุดเด่น สามารถสร้างจาก Prompt ที่เป็นภาษาไทยได้ สามารถสรุปข้อมูลจากภาพได้ และยังคงปรับแต่งภาพบางส่วนในระดับ 4K ได้

3. Powerdrill Bloom

Powerdrill Bloom ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดในเรื่องของจำนวนไฟล์อัปโหลดและเน้นการวิเคราะห์มากกว่าการดีไซน์ แต่ AI ตัวนี้ก็สามารถทำอินโฟกราฟิกได้อย่างดีและมีคุณภาพ

จุดเด่น สามารถวิเคราะห์ Insight จากไฟล์ข้อมูลไม่ว่าจะเป็น Excel หรือ CSV ได้อย่างเจาะลึก พร้อมทั้งสามารถสร้าง Storytelling ได้แบบอัตโนมัติอีกด้วย

แนวโน้มตลาดงาน  Infographic กับ สายอาชีพ Graphic Design

Infographic ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสารข้อมูลเพียงเท่านั้น แต่ยังนับได้ว่าเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญของสายงานออกแบบกราฟิกในยุคปัจจุบันด้วย อีกทั้งองค์กรจำนวนมากต้องการนักออกแบบที่สามารถนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลที่เข้าใจได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่มีทักษะการสร้าง Infographic จึงกลายเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญในตลาดแรงงานยุคใหม่ และมีโอกาสทำงานในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น

  • บริษัทการตลาดดิจิทัล   นักออกแบบต้องสร้างอินโฟกราฟิกเพื่อสื่อสารข้อมูลทางการตลาดและสถิติ

  • บริษัทเทคโนโลยี    มีการเลือกใช้อินโฟกราฟิกเพื่ออธิบายข้อมูลที่มีความซับซ้อนให้ผู้ใช้สามารถเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

  • สื่อออนไลน์และเว็บไซต์ข่าว  มักจะต้องใช้อินโฟกราฟิกเพื่อสรุปข้อมูลข่าวสารให้เข้าใจง่าย

เงินเดือนของสายงาน Infographic

สำหรับเงินเดือนหรือรายได้ของผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับอินโฟกราฟิก ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์และประเภทของงานเป็นหลัก

  • ตำแหน่งงาน Junior Graphic Designer : รายได้ประมาณ 18000 – 25000 บาทต่อเดือน

  • ตำแหน่งงาน Graphic Designer ระดับกลาง : รายได้ประมาณ  30000 – 50000 บาทต่อเดือน

  • ตำแหน่งงาน Senior Designer หรือ Creative : อาจมีรายได้มากกว่า 55000 บาทต่อเดือน

ทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำ Infographic

ผู้ที่ต้องการอยากจะทำงานสาย Infographic ควรมีทักษะสำคัญ ดังนี้

  1. ทักษะการออกแบบ หรือ Design Skills  ควรเข้าใจหลักการออกแบบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสี การจัดวาง Typography  ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง Infographic ที่มีคุณภาพ

  2. ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล หรือ Data Analysis  ผู้ที่จะทำงานด้านอินโฟกราฟิกจะต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ดังนั้นการวิเคราะห์ข้อมูลจึงกลายเป็นทักษะสำคัญที่ขาดไม่ได้

  3. ทักษะในการเล่าเรื่อง หรือ Storytelling  อีกหนึ่งทักษะของผู้ที่ทำงานสาย Infographic จะขาดไม่ได้เลยก็คือ ทักษะในการเล่าเรื่องทุกอย่างผ่านภาพ

สรุป

จะเห็นได้ว่า Infographic เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เนื้อหาอ่านง่ายและมีความน่าสนใจ จนทำให้ผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งการสร้างอินโฟกราฟิกให้มีประสิทธิภาพจำเป็นจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการตั้งหัวข้อที่ดึงดูดใจ การจัดเรียงเนื้อหาให้เข้าใจง่าย หรือแม้กระทั่งการเลือกใช้ฟอนต์กับสีเพื่อให้เข้ากับเนื้อหาโดยตรง ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะช่วยให้อินโฟกราฟิกมีประสิทธิภาพสูง จนทำให้ผู้อ่านเข้าใจข้อมูลได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

และสำหรับใครที่กำลังหางานกราฟิกดีไซน์ และมีความต้องการอยากจะโชว์ทักษะ Infographic ให้เฉิดฉาย วันนี้ทุกท่านสามารถค้นหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตัวคุณได้ที่ Rongram Job ซึ่งมีงานด้านการออกแบบให้คุณได้เลือกสมัครอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานดิจิทัลดีไซน์ สื่อมัลติมีเดีย ครีเอทีฟ ซึ่งตอนนี้ได้เปิดโอกาสให้คุณได้พัฒนาความสามารถผ่านอาชีพในฝันได้แบบไม่มีขีดจำกัด!

 

 

แชร์บทความ:

เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer

Joy writer

ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว