Agenda คืออะไร? รวมเทคนิควิธีเขียน agenda การประชุม พร้อมตัวอย่าง
ทักษะในการทำงาน

Agenda คืออะไร? รวมเทคนิควิธีเขียน agenda การประชุม พร้อมตัวอย่าง

Joy writer
19 มีนาคม 2569
4 นาทีในการอ่าน
819 ครั้ง
agenda คืออะไร

ทางเราเชื่อว่าพนักงานออฟฟิศทุกคนเคยเข้าร่วมประชุมไม่มากก็น้อย และหลายครั้งที่ต้องพบเจอกับการประชุมที่ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เช่น การประชุมที่ต้องใช้ระยะเวลานานจนเกินไปและไม่มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน การพูดนอกประเด็น หรือผู้เข้าร่วมประชุมไม่มีความพร้อม ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับได้ว่าเป็นการตอกย้ำความคิดของคนส่วนใหญ่ที่ต่างก็พูดกันว่า การประชุมเหมือนเป็นกิจกรรมที่สิ้นเปลืองเวลา เมื่อเป็นเช่นนี้เราทุกคนอาจจะต้องกลับไปพิจารณาอีกทีว่า การประชุมที่ไม่มีประสิทธิภาพนั้นเป็นเพราะเราเองที่ไม่ได้วางแผนให้ดีหรือไม่ ซึ่งการวางแผนการประชุมนั้นหลาย ๆ คนมักจะเรียกกันแบบติดปากว่า Agenda หรือ วาระการประชุม โดยในบทความนี้เราจะมาพูดถึงความหมายและความสำคัญของ agenda รวมไปถึงเฉลยเคล็ดลับดี ๆ ในการออกแบบ Agenda โดยที่มือใหม่ก็หัดทำได้ พร้อมตัวอย่างการเขียน Agenda สั้น ๆ ที่นำไปใช้ได้จริง ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามข้อมูลกันต่อได้เลยค่ะ

มาทำความรู้จักกับ Agenda กันก่อน

Agenda หรือ วาระการประชุม  เปรียบเสมือนเป็นแผนการหรือเป้าหมายสิ่งที่จะช่วยให้เราได้เห็นทิศทางและภาพรวมของการประชุมในแต่ละครั้งว่ามีเนื้อหาอะไรและต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับรู้ว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเข้าร่วมประชุมในครั้งนั้น ๆ  

โดยปกติแล้วเราสามารถจัดทำหรือเขียน agenda ออกมาได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การเลือกใช้ Bullet เพื่อแสดงเป็นข้อ ๆ อย่างชัดเจน หรือทำออกมาในรูปแบบของตาราง ทั้งนี้ทั้งนั้นย่อมขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่วางแผนการประชุมต้องการจัดทำออกมาในรูปแบบใด แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ Agenda ควรประกอบไปด้วย หัวข้อการประชุม,วัตถุประสงค์, ลำดับช่วงเวลาในการพูดคุยในแต่ละหัวข้อ รวมไปถึงจะต้องมีรายละเอียดของวัน – เวลาและสถานที่ด้วย  

Agenda สำคัญอย่างไร ทำไมถึงต้องจัดทำ

การจัดทำ Agenda หรือ วาระการประชุมนั้น จะส่งผลทำให้การประชุมแบบองค์รวมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมแบบที่เป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ซึ่งความสำคัญของ agenda หลัก ๆ มีดังนี้

1. เป็นการกำหนดระยะเวลาในการประชุม

หากวาง วาระการประชุม หรือ agenda เอาไว้อย่างชัดเจน ย่อมส่งผลทำให้เราทุกคนสามารถคาดการณ์หรือประมาณการสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ว่าต้องทำอะไรบ้าง จนกระทั่งสามารถนำมาพิจารณาในส่วนของเวลาที่ควรจะใช้ เช่น เนื้อหาแต่ละหัวข้อที่ต้องนำเสนอในการประชุมครั้งนี้และการตอบข้อซักถาม เป็นต้น รวมไปถึงใช้เป็นเกณฑ์เพื่อให้ผู้ดำเนินการประชุมสามารถควบคุมช่วงเวลาให้เป็นไปตามกำหนดการให้ได้มากที่สุด

2. ผู้ประชุมรับรู้เกี่ยวกับหัวข้อการประชุมทั้งหมดได้แบบล่วงหน้า

วาระการประชุม มักจะถูกแจกจ่ายให้กับกลุ่มคนที่ต้องเข้าร่วมการประชุมก่อนที่การประชุมจะเริ่มต้นขึ้น ส่งผลทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถทำความเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ แบบล่วงหน้าได้ และทำให้ง่ายต่อการดำเนินการประชุม

3. ทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้รับรู้ถึงความรับผิดชอบของตนเอง

การทำ agenda จะส่งผลทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทราบหัวข้อที่จะประชุม และผู้เข้าร่วมประชุมจะสามารถเตรียมตัวและจัดสรรเวลา พร้อมทั้งยังมีโอกาสเตรียมข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อใช้ในการอภิปราย ทำให้ช่วยลดภาระของผู้เข้าร่วมประชุมและช่วยให้ดำเนินการต่าง ๆ ได้ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ

4. ช่วยลดความขัดแย้ง

การจัดทำวาระการประชุมจะช่วยให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนจะสามารถเห็นภาพเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งและช่วยลดการเข้าใจผิดได้เป็นอย่างมาก

5. ช่วยทำให้การประชุมได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน

รายละเอียดต่าง ๆ ของ Agenda เปรียบเสมือนเป็นการกำหนดทุกอย่างเกี่ยวกับการประชุมในแต่ละครั้งอย่างชัดเจน เมื่อทุกคนได้มีการเตรียมตัวก่อนเข้าร่วมประชุม ย่อมส่งผลทำให้การประชุมในครั้งนั้น ๆ มีโอกาสได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โครงสร้าง Agenda ที่ดีควรมีอะไรบ้าง?

  • ชื่อการประชุม / หัวข้อหลัก เพื่อบอกว่าการประชุมในครั้งนั้นต้องการประชุมเรื่องอะไรเป็นสำคัญ

  • วัน-เวลา และสถานที่ หรือ ลิงก์ออนไลน์  นับได้ว่าเป็นข้อมูลพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ใน Agenda

  • ผู้เข้าร่วม หรือ Attendees  โดยจะต้องระบุว่าผู้เข้าร่วมประชุมมีใครบ้าง และใครเป็นแค่ Optional

  • หัวข้อย่อยในเนื้อหาการประชุม  ควรระบุหัวข้อพร้อมเวลาที่จัดสรร

  • เจ้าของหัวข้อ หรือ Owner ระบุว่าใครเป็นคนนำเสนอหรือรับผิดชอบในแต่ละ item

  • เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์หลักของการประชุม   ควรระบุว่าการประชุมในครั้งนั้นมีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร เช่น  “ต้องการกระจายงาน” หรือ “ตัดสินใจ” หรือ “อัปเดต” หรือ “ต้องการระดมสมอง”

  • เอกสารประกอบ   เป็นเอกสารที่ผู้เข้าร่วมประชุมควรอ่านเพิ่มเติมก่อนเข้าร่วมประชุม

หลักในการออกแบบ Agenda ให้มีประสิทธิภาพ

การออกแบบ agenda ให้ดีและมีประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่ว่านึกอะไรก็ใส่ลงไปได้ หากคุณต้องการให้การประชุมในแต่ละครั้งมีประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นจะต้องพิจารณาถึงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ร่วมด้วย

  1. พิจารณาว่าหัวข้อไหนบ้างที่จำเป็นจะต้องอยู่ใน Agenda และควรเรียงลำดับความสำคัญเอาไว้ให้ชัดเจน

  2. วัตถุประสงค์หลักควรกำหนดให้ชัดเจน อย่างเช่น  ต้องการกระจายงาน ต้องการสื่อสาร หรือ ต้องการระดมสมอง เป็นต้น

  3. ผู้เข้าร่วมประชุมมีใครบ้าง ควรคัดเฉพาะคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประชุมแต่ละครั้ง และใครมีหน้าที่สำคัญในที่ประชุมจะต้องระบุเอาไว้ให้ชัดเจนเท่านั้น เช่น  นางสาวรุ่งอรุณ ทำหน้าที่พรีเซนต์ในหัวข้อ ยอดขายประจำปี

  4. ควรลำดับการประชุมว่าเรื่องไหนควรพูดก่อน พยายามเรียงลำดับให้เรื่องที่ต้องเชื่อมโยงกันอยู่ติดกัน จะส่งผลทำให้การประชุมลื่นไหล เนื้อหาในการประชุมไม่กระโดดข้ามไปข้ามมา

  5. ไม่ควรใส่หัวข้อเยอะจนเกินไป  ยิ่งหัวข้อมาก เวลาที่ใช้ก็จะยิ่งมากขึ้น เวลาที่ยาวนานจะส่งผลทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมเหนื่อยล้าและอาจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย

  6. เวลาที่ใช้ในแต่ละหัวข้อ ควรพิจารณาว่าในแต่ละหัวข้อควรใช้เวลาเท่าไหร่ มากน้อยแค่ไหน

  7. วางหัวข้อให้กระชับ ไม่เวิ่นเว้อ  เพื่อให้เข้าใจตรงกันระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน และควรเป็นหัวข้อที่ส่งผลกระทบต่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน เพื่อการมีส่วนร่วมและความกระตือรือร้นในที่ประชุม

  8. ต้องกำหนดวันเวลาให้ชัดเจน   ควรระบุวัน - เวลา และสถานที่ให้ชัดเจน

  9. ต้องมีเอกสารประกอบที่จำเป็น เพื่อให้ผู้เข้าประชุมได้ทำความเข้าใจแบบล่วงหน้า ซึ่งเอกสารต่าง ๆ เหล่านี้ยังสามารถนำมาใช้อ้างอิงจากแหล่งที่มาเดียวกันได้อีกด้วย

สิ่งสำคัญ ก็คือ การจัดทำ agenda ไม่จำเป็นจะต้องดูเป็นทางการเสมอไป สามารถปรับคำพูดหรือรูปแบบให้มีความนุ่มนวล ดูดี และมีความเหมาะสมกับผู้เข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้งได้

5 เคล็ดลับในการจัดทำ Agenda เพื่อช่วยให้การประชุมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Rongram Job ได้รวบรวมเคล็ดลับในการทำ agenda เพื่อช่วยให้การประชุมมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยทางเราเชื่อว่าข้อมูลในส่วนนี้จะมีประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับคนที่เพิ่งได้รับมอบหมายให้จัดทำ Agenda

  1. ควรส่ง agenda ล่วงหน้าให้กับทุกคนที่ต้องเข้าร่วมประชุม พร้อมกำหนดให้ทุกคนที่ต้องเข้าร่วมประชุมตอบกลับมาหาคุณด้วยว่าจะสามารถเข้าร่วมประชุมได้หรือไม่ เพื่อที่คุณจะได้ทราบจำนวนที่แท้จริงของผู้เข้าร่วมประชุมในแต่ละครั้ง

  2. ควรแจ้งให้ทุกคนทราบว่าหากมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในส่วนไหน ให้ทุกคนสามารถระบุหรือแจ้งกลับมาที่คุณได้ เปรียบเสมือนให้ผู้เข้าร่วมประชุมช่วยตรวจสอบอีกครั้งนั่นเอง

  3. หากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าร่วมประชุม ควรแนบเอกสารข้อมูลเหล่านั้นไปด้วย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ทำความเข้าใจก่อนที่จะเข้าร่วมประชุม

  4. ควรตั้งหัวข้อให้เห็นถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน อย่างเช่น การประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ต้องการระดมสมองเกี่ยวกับการย้ายออฟฟิศ สามารถตั้งหัวข้อประชุมว่า “หาข้อสรุป ข้อดี – ข้อเสียจากการย้ายออฟฟิศ” เป็นต้น ซึ่งทางผู้เข้าร่วมประชุมจะได้รู้ว่าพวกเขาต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

  5. ถ้าไม่จำเป็น ไม่ควรใส่หัวข้อในการประชุมที่มากจนเกินไป เนื่องจากจะยิ่งส่งผลต่อเวลาในการประชุม แถมผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพอีกด้วย

Agenda ควรส่งก่อนประชุมเมื่อไหร่

โดยทั่วไปแล้ว Agenda ควรถูกส่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หรือในบางกรณีที่เป็นการประชุมใหญ่หรือการประชุมเชิงกลยุทธ์ Agenda อาจจะถูกส่งล่วงหน้าอย่างน้อย 2 – 3 วัน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้มีเวลาในการจัดเตรียมข้อมูล ส่งผลทำให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีเขียน Agenda การประชุม

การเขียน agenda ที่ดีควรมีโครงสร้างที่ชัดเจน ซึ่งองค์ประกอบหลัก ๆ ของ Agenda มีดังนี้

ชื่อการประชุม

เช่น Marketing Strategy Meeting

วันและเวลา

Date

Time

หัวข้อการประชุม เวลา และหน้าที่ - ผู้รับผิดชอบ

เช่น 

09:00–09:10  |  Recap สัปดาห์ที่แล้ว: ยอดปิด / ยอดเปิดใหม่ / ดีลหลุด + สาเหตุ  — Manager

09:10–09:30  |  Pipeline Walk-through: ดีลแต่ละ Stage  — Sales Reps

09:30–09:45  |  Deal Coaching: เลือก 2–3 ดีลที่ต้องการ input จากทีม  —  ทีม

ตัวอย่าง Agenda ที่สามารถนำไปใช้งานได้ทันที

การประชุม : Weekly Marketing Team Sync

วันที่ :  ทุกวันจันทร์ | เวลา 10:00 – 11:00 น.

ผู้เข้าร่วมประชุม :  ทีม Marketing (จำนวน 5 คน) และ ผู้จัดการ

─────────────────────────────────

🔵 10:00 – 10:05 | บอกเล่าสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา

🔵 10:05 – 10:25 | KPI Review สัปดาห์ที่ผ่านมา — น้องปาล์ม

🔵 10:25 – 10:45 | อัปเดต Campaign Q2 และปัญหาที่ต้องแก้ — พี่ต้น

🔵 10:45 – 10:55 | แจ้งข่าว + ตัดสินใจ: งบโฆษณา Facebook เดือนหน้า

🔵 10:55 – 11:00 | Action Items สรุป + Next steps

─────────────────────────────────

เป้าหมาย: ตัดสินใจเรื่องงบโฆษณา และทุกคนรู้ว่าต้องทำอะไรต่อในสัปดาห์นี้

ปัจจุบัน Agenda Template หาได้จากที่ไหนบ้าง?

สำหรับ Agenda Template ในปัจจุบันสามารถค้นหา Template ได้จากหลายแหล่งด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่น Google Docs, Microsoft Word และ เว็บไซต์ที่ให้ใช้ Template อย่างเช่น Canva เป็นต้น ซึ่งหลายองค์กรมักจะนิยมสร้าง Template ของตัวเอง เพื่อให้การประชุมทุกครั้งมีรูปแบบที่เป็นมาตรฐานเดียวกันเสมอ

Agenda กับการใช้งานภายในองค์กร

Agenda ใช้ในบริษัทอย่างไรบ้าง?

ในองค์กรส่วนใหญ่ agenda นับได้ว่าเป็นส่วนสำคัญของการประชุมทุกประเภทเลยก็ว่าได้ โดย Agenda จะถูกใช้ในหลาย ๆ สถานการณ์ เช่น การประชุมทีมประจำสัปดาห์, การประชุมวางแผนโครงการ, การประชุมผู้บริหาร, การประชุมกับลูกค้า เป็นต้น

การมี Agenda จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าใจถึงลำดับของการประชุม และยังช่วยให้การสื่อสารภายในทีมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สำหรับในองค์กรขนาดใหญ่ Agenda หรือ วาระการประชุม มักจะถูกส่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมแบบล่วงหน้า เพื่อให้ทุกคนมีเวลาเตรียมตัวก่อนการประชุม

Agenda สำหรับผู้จัดการ

ผู้จัดการมักจะเลือกใช้ Agenda เพื่อบริหารการประชุมของทีมและใช้ควบคุมทิศทางของการสนทนาเป็นสำคัญ ส่วนใหญ่แล้ว Agenda สำหรับผู้จัดการมักจะมีหัวข้อสำคัญ เช่น  รายการความคืบหน้าของงาน, ปัญหาที่เกิดขึ้นในทีม, วางแผนงานในสัปดาห์ถัดไป, การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เป็นต้น

ซึ่ง Agenda ทำให้ผู้จัดการสามารถบริหารการประชุมได้อย่างมีระบบ และยังช่วยให้ทีมงานได้เข้าใจเป้าหมายของการทำงานร่วมกันอีกด้วย

Agenda สำหรับ HR

ในส่วนของฝ่าย HR มักจะเลือกใช้ Agenda ในการประชุมเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น การสรรหาพนักงาน, การพัฒนาทักษะพนักงาน, การประเมินผลการทำงาน เป็นต้น การใช้ Agenda จะส่งผลทำให้การประชุม HR มีโครงสร้างที่ชัดเจน และยังช่วยให้ฝ่าย HR สามารถวางแผนการบริหารบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Agenda สำหรับ Project Manager

สำหรับ Project Manager มักจะเลือกใช้ Agenda เพื่อบริหารการประชุมของทีมโครงการและคอยติดตามความคืบหน้าของงาน ส่วนหัวข้อที่มักจะปรากฏใน Agenda สำหรับ Project Manager  ยกตัวอย่างเช่น  สถานะของโครงการ, ปัญหาหรือความเสี่ยงของโครงการ, แผนการดำเนินงานในขั้นตอนถัดไป เป็นต้น

Agenda จะช่วยให้ Project Manager สามารถควบคุมทิศทางของโครงการ และยังทำให้ทีมงานสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

Agenda สำหรับการประชุมทีม

Agenda สำหรับการประชุมทีม มักจะประกอบไปด้วยหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของทีม เช่น การอัปเดตความคืบหน้าของงาน, การพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น, การวางแผนงานในอนาคต เป็นต้น การมี agenda ที่ชัดเจนจะช่วยให้สมาชิกในทีมได้เข้าใจถึงบทบาทของตนเอง และยังช่วยให้การประชุมทีมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Agenda กับการสัมภาษณ์งาน

หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า เราสามารถใช้ Agenda กับการสัมภาษณ์งานได้ โดยจะช่วยกำหนดลำดับขั้นตอนของการสัมภาษณ์ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น การแนะนำบริษัท, การสัมภาษณ์ผู้สมัคร, การทดสอบทักษะ, การถามตอบ เป็นต้น การใช้ Agenda ทำให้กระบวนการสัมภาษณ์มีโครงสร้างที่ชัดเจน และยังช่วยให้ผู้สัมภาษณ์สามารถประเมินผู้สมัครได้อย่างเป็นระบบ

Agenda สำหรับการสัมมนา

ในส่วนของ Agenda สำหรับใช้งานสัมมนานั้น นับได้ว่าเป็นกำหนดการของกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน เช่น การบรรยาย, การพักเบรก, การถามตอบ เป็นต้น โดยแต่ละกิจกรรมจะต้องกำหนดช่วงเวลาเอาไว้อย่างชัดเจนเช่นกัน

คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับ Agenda  (FAQ)

Q : Agenda คืออะไร?

Agenda คือ แผนการที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ก่อนเข้าประชุม โดยจะระบุรายการหัวข้อหรือประเด็นที่กำหนดไว้ล่วงหน้าสำหรับการประชุมในแต่ละครั้ง เพื่อให้การประชุมดำเนินไปตามลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ

Q : Agenda ใช้ทำอะไร?

Agenda ใช้เพื่อกำหนดหัวข้อการประชุม ช่วยให้การประชุมมีโครงสร้างที่สมบูรณ์ และยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเข้าประชุม

Q : Agenda สำคัญกับการทำงานไหม?

Agenda มีความสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้การประชุมมีทิศทางที่ชัดเจน ช่วยลดการเสียเวลาและยังช่วยให้การประชุมได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

Q : Agenda ควรส่งก่อนประชุมเมื่อไหร่

Agenda ควรถูกส่งให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนล่วงหน้าอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เพื่อให้ทุกคนมีเวลาเตรียมข้อมูลก่อนเข้าร่วมประชุม

Q : Agenda กับ Minutes of Meeting แตกต่างกันอย่างไร?

Agenda หรือ วาระการประชุม คือ แผนการที่ถูกจัดเตรียมก่อนประชุม มีการระบุช่วงเวลา วัน สถานที่ประชุม และระบุถึงวัตถุประสงค์และเนื้อหาในการประชุม พร้อมช่วงเวลาในการประชุมอย่างชัดเจน ส่วน Minutes of Meeting หรือ MOM คือ บันทึกหลังประชุม เพื่อเป็นข้อมูลว่าการประชุมในครั้งนั้นได้ข้อสรุปอะไรบ้าง และใครต้องรับผิดชอบอะไร

หากสรุปสั้น ๆ agenda คือ input  ส่วน MOM คือ output ของการประชุมนั่นเอง

Q :  ต้องส่ง Agenda ทุกการประชุมเลยไหม?

การประชุมแบบ Informal เช่น คุยแบบสั้น ๆ ระหว่างคนสองคน อาจจะไม่ต้องส่ง agenda อย่างเป็นทางการ แต่ถ้าเป็นการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากขึ้น หรือต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 30 นาที หากมี Agenda จะช่วยให้การประชุมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ต่อให้จัดทำมาในรูปแบบ bullet points แบบสั้น ๆ ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

Q : Agenda ภาษาไทยควรเขียนแบบไหนให้ดูเป็นมืออาชีพ?

องค์กรไทยส่วนใหญ่นิยมใช้ทั้งสองภาษาผสมกัน เช่น  “วาระที่1 : ให้ทบทวน KPI ไตรมาสที่ 2” โดยจะต้องระบุเวลาให้ชัดเจนด้วย เช่น หัวข้อนี้ใช้ระยะเวลา 10 นาที พร้อมทั้งระบุชื่อผู้รับผิดชอบในวงเล็บ เพื่อให้ทุกคนได้ทราบถึงบทบาทของตัวเองได้ทันที

สรุป

Agenda นับได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การประชุมมีโครงสร้างที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมทีม, การประชุมผู้บริหาร, งานสัมมนา หรือแม้กระทั่งการจัดงาน Event ต่าง ๆ การสร้าง agenda ที่ดีจะช่วยให้ทุกคนได้เข้าใจถึงเป้าหมายของการประชุม และมีโอกาสได้เตรียมตัวก่อนล่วงหน้า และยังช่วยให้การประชุมได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ การใช้ Agenda อย่างเป็นระบบจึงถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

แชร์บทความ:

เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer

Joy writer

ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว