อัปเดตล่าสุด! ประกันสังคมมาตรา 40 จ่ายเท่าไหร่ คุ้มไหม ได้สิทธิอะไรบ้าง?
คำแนะนำเกี่ยวกับเงินเดือน

อัปเดตล่าสุด! ประกันสังคมมาตรา 40 จ่ายเท่าไหร่ คุ้มไหม ได้สิทธิอะไรบ้าง?

Joy writer
10 เมษายน 2569
5 นาทีในการอ่าน
36 ครั้ง
ประกันสังคมมาตรา 40

การทำ ประกันสังคมมาตรา 40 นับได้ว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำงานอิสระหรือฟรีแลนซ์ หรือแม้กระทั่งในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย หรือผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 และ 39 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่ค่าครองชีพสูงและความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจที่มีมากขึ้นแบบต่อเนื่อง การมี ประกันสังคมมาตรา 40 จะส่งผลทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ถึงแม้จะต้องจ่ายเงินสมทบนี้ด้วยตนเอง แต่ก็นับได้ว่าคุ้มค่าและมีความครอบคลุมในหลาย ๆ ด้านด้วยกัน สำหรับบทความนี้ Rongram Job จะขอนำพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับประกันสังคมมาตรา 40 ให้มากขึ้น ตั้งแต่ สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับซึ่งนับได้ว่ามีหลากหลายด้วยกัน พร้อมทั้งขั้นตอนในการสมัครประกันสังคมมาตรานี้แบบอัปเดตล่าสุด รวมไปถึงการตอบคำถามที่หลาย ๆ คนมักจะสงสัย เพื่อที่จะช่วยให้คุณมั่นใจและสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าประกันสังคมมาตรา 40 เหมาะสมกับคุณหรือไม่

ประกันสังคมมาตรา 40 คืออะไรกันแน่?

ประกันสังคมมาตรา 40 หรือ ม.40 นับได้ว่าเป็นระบบประกันสังคมสำหรับกลุ่มคนที่ประกอบอาชีพอิสระหรือแรงงานนอกระบบ อย่างเช่น พ่อค้า แม่ค้า ฟรีแลนซ์ และเกษตรกร เป็นต้น โดยกลุ่มคนเหล่านี้ไม่ได้เป็นลูกจ้างภายในระบบประกันสังคมมาตรา 33 และโครงการนี้ได้ถูกจัดตั้งขึ้นมาโดย สำนักงานประกันสังคม เพื่อให้แรงงานนอกระบบทุกคนมีหลักประกันทางด้านสวัสดิการพื้นฐาน อย่างเช่น เงินช่วยเหลือกรณีที่เจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีที่เสียชีวิต และเงินออมเพื่อชราภาพ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระได้ในระยะยาว ทั้งนี้หลายคนมักจะสงสัยว่า ม.40 ในกรณีที่เสียชีวิตจะได้เท่าไหร่ ปกติแล้วจำนวนเงินที่ได้มักจะขึ้นอยู่กับทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบที่ผู้ประกันตนได้สมัครไว้โดยตรงนั่นเอง

ผู้ประกันตน ประกันสังคมมาตรา 40 คือใคร?

สำหรับ ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 นั้น หมายถึง บุคคลที่สามารถเข้าร่วมประกันสังคมด้วยความสมัครใจ และไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 และ มาตรา 39 โดยผู้ประกันตนประเภทนี้นั้นจำเป็นจะต้องชำระเงินสมทบประกันสังคมด้วยตนเองแบบเป็นรายเดือน เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายประกันสังคมได้กำหนดเอาไว้

ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 เหมาะสำหรับ ผู้ที่ทำงานอิสระหรือฟรีแลนซ์ และต้องการได้รับความคุ้มครองทางสังคม แต่ไม่มีนายจ้างที่จะทำหน้าที่จ่ายเงินสมทบให้ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขต่าง ๆ ดังนี้

  • ผู้สมัครที่มีสัญชาติไทย หรือ ผู้ที่ถือบัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย โดยมีหมายเลขประจำตัวหลักแรก คือ เลข 0, 6 และ 7 โดยไม่รวมกรณีหมายเลข 00  

  • อยู่ในระหว่างอายุ 15 – 65 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่สมัครเพื่อเป็นผู้ประกันตน ประกันสังคมมาตรา 40

  • ไม่เป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 และ 39

  • ไม่เป็นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ

  • เป็นบุคคลที่มีความสามารถในการชำระเงินสมทบแบบรายเดือน และสามารถชำระเงินสมทบได้แบบต่อเนื่องตามอัตราที่กำหนด ซึ่งได้แก่ 70, 100, 300 บาท / เดือน

  • ผู้พิการ โดยยกเว้นผู้พิการทางสติปัญญา

รวมสิทธิประโยชน์ประกันสังคมมาตรา 40

ในส่วนของสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนตาม ประกันสังคมมาตรา 40 ได้ถูกออกแบบมาเพื่อที่จะช่วยรองรับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ซึ่งสิทธิ ประกันสังคมมาตรา 40 หรือ ม.40 ที่จะได้รับนั้นย่อมขึ้นอยู่กับทางเลือกในการจ่ายเงินสมทบที่ผู้ประกันตนได้เลือกไว้ ซึ่งมี 3 ทางเลือกด้วยกัน นั่นก็คือ 70, 100 และ 300 บาท/เดือน โดยแต่ละรูปแบบจะได้ประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

สิทธิประโยชน์ ประกันสังคมมาตรา 40 แบบจ่ายสมทบ 70 บาท / เดือน

1. ในกรณีที่เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ

  • สำหรับผู้ป่วยใน หรือ IPD จะได้รับเงินชดเชยเป็นรายได้วันละ 300 บาท สูงสุดรวมกันแล้วไม่เกิน 30 วัน / ปี ซึ่งรวมไปถึงผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกร่วมด้วย

  • ผู้ป่วยนอก หรือ OPD ที่มีใบรับรองแพทย์โดยระบุให้หยุดพักเพื่อรักษาตัวตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะมีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยรายได้วันละ 200 บาท สูงสุดรวมกันแล้วไม่เกิน 30 วัน / ปี หรือในกรณีที่ต้องพบแพทย์ หรือ OPD และมีใบรับรองแพทย์มาแสดง จะได้รับเงินชดเชยครั้งละ 50 บาท สูงสุดไม่เกินปีละ 3 ครั้ง

2. ในกรณีทุพพลภาพ

กรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนเดือนละ 500 – 1000 บาท ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนที่ได้จ่ายเงินสมทบ สูงสุด 15 ปี และสำหรับในกรณีที่เสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพ จะได้รับค่าทำศพประมาณ 25000 บาท

3. ในกรณีที่เสียชีวิต

กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินค่าทำศพประมาณ 25000 บาท สำหรับกรณีที่จ่ายเงินสมทบครบ 60 เดือนก่อนเสียชีวิต จะได้รับเงินเพิ่มอีก 8000 บาท โดยเงื่อนไขการเกิดสิทธิขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายเงินสมทบร่วมด้วย

4. สิทธิ์เงินทดแทนในกรณีชราภาพ

กรณีชราภาพ จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ในกรณีนี้ เนื่องจากไม่ได้รวมอยู่ในแผนการจ่ายเงินสมทบแบบ 70 บาทนั่นเอง

สิทธิประโยชน์ ประกันสังคมมาตรา 40 แบบจ่ายสมทบ 100 บาท / เดือน

1. กรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ

  • ผู้ป่วยใน หรือ IPD จะได้รับเงินชดเชยรายได้วันละ 300 บาท สูงสุดรวมกันไม่เกินปีละ 30 วัน รวมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

  • ผู้ป่วยนอก หรือ OPD ที่มีใบรับรองแพทย์ โดยแพทย์ได้ระบุว่าให้หยุดเพื่อรักษาตัวตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุดรวมกันแล้วไม่เกินปีละ 30 วัน รวมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก หรือในกรณีต้องเดินทางไปพบแพทย์ OPD และมีใบรับรองแพทย์เพื่อแสดง จะได้รับเงินชดเชยครั้งละ 50 บาท สูงสุดไม่เกินปีละ 3 ครั้ง

2. กรณีทุพพลภาพ

ในกรณีที่ทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนเดือนละ 500 – 1000 บาท / เดือน ขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ผู้ประกันตนได้เลือกจ่ายเงินสมทบ สูงสุด 15 ปี และในกรณีที่เสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพ จะได้รับค่าทำศพ 25000 บาท

3. กรณีชราภาพ

กรณีชราภาพจะได้รับเงินบำเหน็จจากการนำส่งเงินสมทบ 50 บาท / เดือน ตามจำนวนงวดที่จ่าย รวมกับสิทธิออมเพิ่มอีก 1000 บาท / เดือน และผลประโยชน์ตอบแทนรายปีตามที่สำนักงานประกันสังคมได้กำหนดไว้

4. กรณีเสียชีวิต

กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินค่าทำศพประมาณ 25000 บาท กรณีที่จ่ายเงินสมทบครบ 50 เดือนก่อนเสียชีวิตจะได้รับเงินเพิ่มอีก 8000 บาท โดยเงื่อนไขการเกิดสิทธิขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ่ายเงินสมทบ

สิทธิประโยชน์ ประกันสังคมมาตรา 40 แบบจ่ายสมทบ 300 บาท / เดือน

1. กรณีเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุ

  • ผู้ป่วยใน หรือ IPD จะได้รับเงินชดเชยรายได้วันละ 300 บาท สูงสุดรวมกันไม่เกินปีละ 90 วัน รวมผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

  • ผู้ป่วยนอก หรือ OPD ที่มีใบรับรองแพทย์ โดยแพทย์ระบุว่าให้หยุดพักเพื่อรักษาตัวตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชยวันละ 200 บาท สูงสุดรวมกันแล้วไม่เกินปีละ 90 วัน รวมผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

2. กรณีทุพพลภาพ

ในกรณีทุพพลภาพ จะได้รับเงินทดแทนจำนวน 500 – 1000 บาท / เดือน ตลอดชีวิต  ขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบ และในกรณีที่เสียชีวิตระหว่างทุพพลภาพจะได้รับค่าทำศพ 50000 บาท

3. กรณีชราภาพ

ในกรณีชราภาพนั้น จะได้รับเงินบำเหน็จจากการนำส่งเงินสมทบ 150 บาท / เดือน ตามจำนวนงวดที่จ่าย พร้อมสิทธิออมเพิ่มอีก 1000 บาท / เดือน หากได้จ่ายเงินบำเหน็จ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินเพิ่ม 10000 บาท และยังได้รับผลประโยชน์ตอบแทนรายปีตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้

4. กรณีเสียชีวิต

ในกรณีที่เสียชีวิตจะได้รับเงินค่าทำศพประมาณ 50000 บาท

5. ในกรณีสงเคราะห์บุตร

สำหรับในกรณีสงเคราะห์บุตรจะได้รับเงินสงเคราะห์บุตร 200 บาท / คน ต่อเดือน ตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ คราวละไม่เกิน 2 คนด้วยกัน โดยเงื่อนไขการเกิดสิทธิจะต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 24 ใน 36 เดือน ก่อนเดือนที่จะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทน

อาชีพไหนบ้างที่เหมาะกับการทำประกันสังคมมาตรา 40

1. กลุ่มค้าขาย

กลุ่มค้าขายพร้อมให้บริการ อย่างเช่น พ่อค้า – แม่ค้าแผงลอย, ร้านขายของชำ, ขายของออนไลน์, ช่างตัดผม, ช่างซ่อมรถ เป็นต้น

2. กลุ่มขนส่ง

กลุ่มขนส่ง อย่างเช่น คนขับแท็กซี่, คนขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง, ไรเดอร์, รถบรรทุกส่วนตัว เป็นต้น

3. กลุ่มคนที่รับจ้างอิสระหรือฟรีแลนซ์

สำหรับกลุ่มคนที่รับจ้างอิสระหรือฟรีแลนซ์ อย่างเช่น นักเขียน, กราฟิกดีไซน์, ช่างภาพ, ยูทูปเบอร์, อินฟลูเอนเซอร์, โปรแกรมเมอร์ เป็นต้น

4. กลุ่มคนที่ทำการเกษตร

กลุ่มอาชีพเกษตรกรรม หรือ ทำการเกษตร อย่างเช่น ทำสวน, ทำนา, เลี้ยงสัตว์, ทำสวนกล้วยไม้ เป็นต้น

5. กลุ่มรับเหมาหรืองานฝีมือ

กลุ่มรับเหมาหรือทำงานฝีมือ อย่างเช่น ช่างไฟฟ้า, ช่างประปา, งานประดิษฐ์หรืองานแฮนด์เมด เป็นต้น

6. อาชีพอื่น ๆ ที่มีรายได้ประจำ แต่ไม่ได้อยู่ในระบบบริษัท

สำหรับอาชีพอื่น ๆ ที่มีรายได้ประจำ แต่ไม่ได้อยู่ในระบบบริษัท หรือไม่มีนายจ้าง อย่างเช่น นักแสดงอิสระ, พิธีกรงานอีเวนต์ต่าง ๆ, ศิลปิน, โค้ช, นักร้อง – นักดนตรีอิสระ เป็นต้น

ใครสามารถสมัคร ประกันสังคมมาตรา 40 ได้บ้าง?

  • ประกันสังคมมาตรา 40 เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันตนมาตรา 33 ทำอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ อย่างเช่น พ่อค้าแม่ค้า วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง  เป็นต้น

  • ผู้สมัครจะต้องไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และไม่เคยสมัครมาตรา 39 มาก่อน

  • ผู้สมัครจะต้องมีอายุระหว่าง 15 – 65 ปีบริบูรณ์

เอกสารที่ใช้สมัคร ประกันสังคมมาตรา 40

การจัดเตรียมเอกสารเพื่อใช้สมัคร ประกันสังคมมาตรา 40 ไม่จำเป็นจะต้องยื่นสลิปเงินเดือน หรือ ใบรับรองรายได้ของฟรีแลนซ์ในรูปแบบของใบ 50 ทวิ รวมไปถึงเอกสารในการจ่ายภาษี แต่จะใช้เพียงแค่เอกสารยืนยันตัวตนพร้อมทั้งเอกสารอื่น ๆ เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือ สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง และสำหรับชาวต่างชาติ สามารถใช้บัตรประจำตัวคนต่างด้าวที่ถูกต้องตามกฎหมายได้

  • แบบคำขอสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 หรือ สปส.1-40  สามารถดาวน์โหลดแบบคำขอจากเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม หรือขอรับได้จากสำนักงานประกันสังคมทุกสาขา

รวมช่องทางในการสมัครและวิธีสมัครประกันสังคมมาตรา 40

ปัจจุบันทางสำนักงานประกันสังคมได้เปิดช่องทางในการสมัครประกันสังคมมาตรา 40 หลากหลายช่องทางด้วยกัน เพื่อให้ผู้ที่สนใจอยากจะสมัครสามารถเลือกวิธีหรือช่องทางที่เหมาะสมกับตนเองได้ โดยช่องทางในการสมัครประกันสังคมมาตรา 40 รวมไปถึงวิธีในการสมัคร มีรายละเอียดดังนี้

1. สมัครที่สำนักงานประกันสังคม

 สามารถสมัครที่สำนักงานประกันสังคมได้ทุกสาขาทั่วประเทศ ยกเว้นสำนักงานใหญ่ สามารถรับคำแนะนำหรือขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่โดยตรง

วิธีสมัคร ประกันสังคมมาตรา 40 ที่สำนักงานประกันสังคมโดยตรง

-          นำเอกสารต่าง ๆ ที่เตรียมไว้ไปที่สำนักงานประกันสังคมสาขาใกล้บ้านคุณ

-          ให้คุณกรอกแบบฟอร์มคำขอสมัคร หรือ สปส.1-40 หรือให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยกรอกให้

-          เลือกแผนการจ่ายเงินสมทบและช่องทางในการชำระเงิน

-          ยื่นเอกสารต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ

-          ชำระเงินสมทบงวดแรก หรือจะตั้งค่าการหักบัญชีแบบอัตโนมัติก็ได้

-          รับใบรับรองการสมัคร พร้อมทั้งเก็บไว้เป็นหลักฐาน

2. สมัครผ่านทางออนไลน์

การสมัครผ่านทางออนไลน์นั้น สามารถยื่นประกันสังคมออนไลน์ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคมได้เลย

วิธีสมัคร ประกันสังคมมาตรา 40 ผ่านทางออนไลน์

  • ให้คุณเข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม http://www.sso.go.thให้คุณกรอกรหัสเพื่อเข้าสู่ระบบหรือสมัครสมาชิก

  • กดเลือก ระบบ e-Self Service

  • หลังจากนั้นให้คุณกดเลือก “สมัครผู้ประกันตนมาตรา 40”

  • ทำการกรอกข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน พร้อมระบุช่องทางในการจ่ายเงินสมทบ

3. สมัครผ่านทางมือถือหรือผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus และแอปพลิเคชันทางรัฐ

อีกหนึ่งช่องทางในการสมัคร ประกันสังคมมาตรา 40 นั่นก็คือ การสมัครผ่านทางมือถือหรือสมัครผ่านแอปพลิเคชัน SSO Plus และ แอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอปได้ทั้งระบบ iOS และ Android

วิธีสมัคร ประกันสังคมมาตรา 40 ผ่านทางแอปพลิเคชัน

  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Plus หรือ แอปทางรัฐ ได้ที่ App Store หรือทาง Google Play

  • ลงทะเบียนสมาชิกใหม่ด้วยเลขบัตรประชาชน

  • ยืนยันตัวตนผ่านระบบ

  • ให้คุณเลือกเมนู สมัครมาตรา 40 และทำการกรอกข้อมูลต่าง ๆ ตามขั้นตอน

  • เลือกแผนพร้อมช่องทางการชำระเงินที่คุณต้องการ

  • ยืนยันการสมัครพร้อมชำระเงินผ่านแอป

4. สมัครผ่านตัวแทนชำระเงิน

อย่างเช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. พร้อมชำระเงินสมทบตามที่คุณสนใจ

วิธีสมัครประกันสังคมมาตรา 40 ผ่านตัวแทนชำระเงิน

  • ให้คุณติดต่อหรือเดินทางไปที่ตัวแทนชำระเงิน อย่างเช่น 7-11 หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นต้น

  • แจ้งพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ว่าต้องการสมัครประกันสังคมมาตรา 40

  • ทำตามขั้นตอนที่พนักงานหรือเจ้าหน้าที่แนะนำได้เลย

5. สมัครทางสายด่วนประกันสังคม 1506

วิธีสมัครประกันสังคมมาตรา 40 ผ่านทางสายด่วนประกันสังคม 1506  หากต้องการสมัครผ่านทางสายด่วนประกันสังคม 1506 คุณสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ Call Center เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ และให้ทางเจ้าที่ช่วยแนะนำขั้นตอนในการสมัครประกันสังคมมาตรา 40 ให้กับคุณ โดยที่คุณสามารถทำตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำได้เลย

หากขาดส่งประกันสังคมมาตรา 40 กี่เดือนถึงจะหมดสิทธิ์ ?

หากคุณสมัครเป็นผู้ประกันตน ประกันสังคมมาตรา 40 แต่มีเหตุทำให้ไม่ได้จ่ายเงินสมทบตามกำหนด สถานะยังคงเป็นผู้ประกันตนอยู่ แต่อาจจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากประกันสังคมโดยเฉพาะในช่วงที่คุณไม่ได้ส่งเงินสมทบนั่นเอง ในกรณีนี้ไม่จำเป็นจะต้องชำระเงินแบบย้อนหลัง แต่ยังคงสามารถชำระเงินสมทบล่วงหน้าได้สูงสุด 12 เดือนด้วยกัน เพื่อเป็นการป้องกันการลืมจ่ายเงินสมทบ นอกจากนี้ ผู้ประกันตนจะยังคงสามารถเลือกหักเงินผ่านบัญชีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการได้ หรือจะชำระเงินผ่านจุดบริการต่าง ๆ ได้เช่นเดียวกัน เพื่อความสะดวกในการส่งเงินสมทบประจำเดือนนั่นเอง

ทำประกันสังคมมาตรา 40 ไว้ จะได้รับเงินตอนไหน?

ผู้ประกันตนมาตรา 40 จะมีโอกาสได้รับเงินทดแทนหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามเงื่อนไขที่ถูกกำหนดขึ้น อย่างเช่น ในกรณีเจ็บป่วยจะสามารถได้รับค่าทดแทนการขาดรายได้ภายใน 7 วันหลังจากที่ยื่นคำขอ ส่วนกรณีทุพพลภาพจะได้รับเงินทดแทนแบบรายเดือนอย่างต่อเนื่อง และในกรณีที่เสียชีวิต ทายาทหรือผู้จัดการศพจะได้รับเงินค่าทำศพตามสิทธิ์ ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ได้รับนั้นย่อมขึ้นอยู่กับแผนการส่งเงินสมทบว่าจะจ่ายประกันสังคมมาตรา 40 เท่าไหร่ และเลือกทางเลือกใดไว้นั่นเอง

นอกจากนี้ เมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบแบบต่อเนื่องและมีอายุครบถึง 60 ปี จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพตามจำนวนเงินสมทบที่ได้จ่ายสะสมเอาไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วน

ประกันสังคมมาตรา 40 สามารถจ่ายย้อนหลังได้ไหม? ต้องจ่ายที่ไหน?

หากคุณขาดจ่ายเงินสมทบ ประกันสังคมมาตรา 40 หรือ ม.40 ย่อมส่งผลทำให้คุณไม่สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ในช่วงเวลานั้นได้ แต่สถานะจะยังคงเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 อยู่เช่นเดิม ด้วยเหตุนี้จึงไม่จำเป็นจะต้องชำระเงินย้อนหลัง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สามารถชำระเงินแบบล่วงหน้าได้สูงสุดถึง 12 เดือนด้วยกัน เพื่อเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของตนเองให้มากที่สุด

ช่องทางชำระเงินสมทบ

  1. เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 ทั่วประเทศ

  2. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส.

  3. สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ยกเว้นสำนักงานใหญ่

  4. ธนาณัติที่ทำการไปรษณีย์ทุกสาขา

  5. แอปพลิเคชัน ShopeePay

  6. ชำระเงินที่ตู้บุญเติม

สามารถเช็กสถานะประกันสังคมมาตรา 40 ได้ที่ไหนบ้าง?

การตรวจสอบในส่วนของสถานะ ประกันสังคมมาตรา 40 นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถทราบสถานการณ์ส่งเงินสมทบด้วยตนเอง และเพื่อให้มั่นใจได้ว่ายังคงได้รับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนการเช็กสถานะประกันสังคมมาตรา 40 สามารถเช็กได้ดังนี้

เช็กสถานะผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม  

  • ให้คุณเข้าไปที่เว็บไซต์ สำนักงานประกันสังคม หรือ www.sso.go.th

  • ให้คุณเลือกเมนู “ผู้ประกันตน” และ ตรวจสอบสถานะผู้ประกันตน

  • คุณสามารถเช็กสิทธิ ประกันสังคมมาตรา 40 ด้วยการกรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชนจำนวน 13 หลักพร้อมรหัสผ่าน

  • ระบบจะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับสถานะการจ่ายเงิน วันที่ครบกำหนด พร้อมทั้งสิทธิประโยชน์ที่คุณจะได้รับ

เช็กสถานะผ่านแอปพลิเคชั่น SSO+

  • ให้คุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SSO Connect เพื่อทำการเช็กสถานะและดูข้อมูลประกันสังคมได้อย่างสะดวก

  • เปิดแอปพลิเคชัน ให้คุณเลือก “ลงทะเบียน” จากนั้นให้คุณกรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน

  • ยืนยันตัวตนผ่านการสแกนใบหน้า

  • ให้คุณกดตกลงเพื่อที่จะรับรหัส OTP ทางข้อความโทรศัพท์มือถือที่คุณได้ลงทะเบียนไว้

  • ให้คุณตั้งรหัส PIN เพื่อเข้าสู่ระบบ

  • กรอกหมายเลขบัตรประชาชนของคุณ พร้อมทั้งรหัส PIN ที่คุณได้ตั้งเอาไว้ก่อนหน้านี้

  • จากนั้นคุณสามารถดูข้อมูลสถานะประกันสังคมมาตรา 40 ได้ในหน้าแรกของแอป ซึ่งจะมีข้อมูลสิทธิโรงพยาบาล เงินสมทบ และสิทธิชราภาพ เป็นต้น

เช็กสถานะผ่านทางโทรศัพท์ หรือ สายด่วนประกันสังคม 1506

  • โทรติดต่อเพื่อสอบถามผ่านทางสายด่วนประกันสังคม 1506 เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ

  • เตรียมเลขบัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลส่วนตัวของคุณ

  • ทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งสถานะพร้อมทั้งให้คำปรึกษาอย่างครบถ้วน

เช็กสถานะที่สำนักงานประกันสังคม

  • เตรียมเอกสารและบัตรประชาชนให้พร้อม

  • ติดต่อสำนักงานประกันสังคมภายในพื้นที่ใกล้บ้านคุณ เพื่อที่จะสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ได้โดยตรงนั่นเอง

  • ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบข้อมูลพร้อมให้คำแนะนำแก่คุณ

เช็กสานะผ่านทางโซเชียลมีเดียของสำนักงานประกันสังคม

คุณสามารถติดตามพร้อมทั้งสอบถามข้อมูลต่าง ๆ เพิ่มเติมผ่านทางโซเชียลมีเดียของสำนักงานประกันสังคม อย่างเช่น Facebook และ Line Official Account เป็นต้น

เทียบชัด ๆ ประกันสังคมมาตรา 33, 39 และมาตรา 40 แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ประกันสังคมมาตรา 33 หรือ ม.33

  • กลุ่มเป้าหมาย : พนักงานประจำ ลูกจ้างเอกชน

  • เงื่อนไขผู้สมัคร : เข้าทำงานภายในบริษัท

  • เงินสมทบ / เดือน : 5% ของเงินเดือน หักสูงสุดที่ 875 บาท / เดือน จากเดิม 750 บาท

  • สิทธิประโยชน์ :  ได้รับสิทธิประโยชน์ครบที่สุด 7 กรณี

  • การรักษาพยาบาล : ใช้สิทธิ์โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ์

  • สิทธิประโยชน์เมื่อชราภาพ : มีสิทธิ์ที่จะได้รับทั้งเงินบำเหน็จและบำนาญ ตามระยะเวลาที่ส่งเงิน

  • เหมาะสมกับใคร :  กลุ่มพนักงานออฟฟิศ, ลูกจ้างประจำที่มีบริษัทรองรับและต้องการจะได้สวัสดิการที่ครบถ้วนอย่างมากที่สุด

ประกันสังคมมาตรา 39 หรือ ม.39

  • กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มคนที่เคยทำงานประจำแต่ลาออก ซึ่งจะต้องส่งต่อเอง

  • เงื่อนไขผู้สมัคร : เคยได้ส่งมาตรา 33 ระยะเวลา 12 เดือน และออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน

  • เงินสมทบ / เดือน : 9% ของฐานเงินเดือน โดยเงินสมทบคงที่ที่ 432 บาท / เดือน

  • สิทธิประโยชน์ :  ได้รับสิทธิประโยชน์ 6 กรณี ยกเว้นการว่างงาน

  • การรักษาพยาบาล : ใช้สิทธิ์โรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ์

  • สิทธิประโยชน์เมื่อชราภาพ : มีสิทธิ์ที่จะได้รับทั้งเงินบำเหน็จหรือบำนาญ โดยฐานคำนวณอยู่ที่ 4800 บาท  

  • เหมาะสมกับใคร :  กลุ่มคนที่ว่างงาน ได้ลาออกจากงาน และต้องการอยากจะรักษาสิทธิ์การรักษาพยาบาลแบบต่อเนื่องจากโรงพยาบาลเดิมที่คุณคุ้นเคย

ประกันสังคมมาตรา 40 หรือ ม.40

  • กลุ่มเป้าหมาย : กลุ่มคนที่ทำอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ ที่นับได้ว่าเป็นแรงงานนอกระบบ

  • เงื่อนไขผู้สมัคร : อายุ 15 – 65 ปี โดยไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39

  • เงินสมทบ / เดือน : สามารถเลือกได้ 3 ทางเลือก ได้แก่ จ่ายเงินสมทบ 70 บาท / 100 บาท / 300 บาท

  • สิทธิประโยชน์ :  ได้รับสิทธิประโยชน์ 3 – 5 กรณี ตามแพ็กเกจที่คุณเลือกจ่าย  

  • การรักษาพยาบาล : ใช้สิทธิ์ “บัตรทอง” โดย ม.40 ไม่ได้คุ้มครองค่ารักษา

  • สิทธิประโยชน์เมื่อชราภาพ : มีสิทธิ์ได้รับเป็นเงินบำเหน็จหรือเงินก้อนเท่านั้น เฉพาะทางเลือกที่ 1 กับ 3

  • เหมาะสมกับใคร :  กลุ่มคนที่ทำงานอิสระ, ฟรีแลนซ์ ที่อยากจะมีเงินออมและเงินชดเชยรายได้เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล

ข้อดีของ ประกันสังคมมาตรา 40 สำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์หรือทำงานอิสระ

  1. มีสิทธิ์รักษาพยาบาลอย่างเต็มรูปแบบ

  2. ได้เงินชราภาพเมื่ออายุของคุณครบ 60 ปีบริบูรณ์

  3. คุ้มครองในกรณีทุพพลภาพและเสียชีวิต

  4. สามารถเลือกประเภทในการจ่ายเงินสมทบเพื่อให้เหมาะสมกับรายได้

สรุป

จะเห็นได้ว่า ประกันสังคมมาตรา 40 นั้น นับได้ว่าเป็นทางเลือกสำหรับแรงงานนอกระบบหรือผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระหรือฟรีแลนซ์ ที่ต้องการอยากจะมีหลักประกันด้านสวัสดิการถึงแม้จะไม่มีนายจ้างก็ตาม โดยผู้สมัครจะต้องมีอายุระหว่าง 15 – 65 ปี และควรส่งเงินสมทบตามทางเลือกที่ได้ถูกกำหนดไว้ โดยผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์ อย่างเช่น เงินช่วยเหลือในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และยังมีเงินออมเพื่อชราภาพอีกด้วย

วันนี้หากคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ผ่านอาชีพที่คุณใฝ่ฝัน ซึ่งจะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายในชีวิตได้ชัดเจนยิ่งขึ้น คุณสามารถหางานและสมัครงานได้ที่เว็บไซต์ Rongram Job แพลตฟอร์มหางานที่ได้รวบรวมตำแหน่งงานเอาไว้อย่างมากมายหลายสาขาด้วยกัน โดยเฉพาะ งานโรงแรม สมัครงานโรงแรม งานโรงแรมภูเก็ต สมัครงานชลบุรี สมัครงานอยุธยา สมัครงานระยอง หางานกรุงเทพ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งจะส่งผลทำให้คุณสามารถสมัครงานได้ง่าย ๆ รวมไปถึงสามารถเปรียบเทียบเงินเดือนได้อีกด้วย

แชร์บทความ:

เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer

Joy writer

ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว