soft skill มีอะไรบ้าง? ต่างจาก Hard Skill ยังไง? รวมทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี
การพัฒนาทางด้านอาชีพ

soft skill มีอะไรบ้าง? ต่างจาก Hard Skill ยังไง? รวมทักษะที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี

Joy writer
27 มีนาคม 2569
4 นาทีในการอ่าน
56 ครั้ง
soft skill มีอะไรบ้าง

เมื่อโลกปัจจุบันเติมเต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ “ความเก่งเชิงเทคนิคเพียงแค่อย่างเดียวคงไม่พอ” เนื่องจากหลายองค์กรได้หันมาให้ความสำคัญกับทักษะ Soft Skill กันมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับท่านใดที่สมัครงานและอยากโดนเรียกสัมภาษณ์งาน การทำเรซูเม่ให้ดูน่าสนใจและมีความน่าเชื่อถือนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่ยังคงมีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญกว่า นั่นก็คือ การพัฒนาทักษะ Soft Skill เพราะทักษะนี้สามารถสะท้อนได้ว่าเราสามารถทำงานร่วมกันกับผู้อื่นได้ดีระดับไหน และอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถตัดสินได้ว่า “คุณจะมีโอกาสได้งานหรือไม่” ส่วนท่านใดที่ยังไม่รู้ว่า Soft Skill คืออะไร? และ soft skill มีอะไรบ้าง? ต่างจาก Hard Skills อย่างไร? ทุกท่านสามารถค้นพบทุกคำตอบได้จากบทความนี้ค่ะ

ทำความเข้าใจกันก่อน! อะไรคือ Soft Skill ?

Soft Skills นับได้ว่าเป็นทักษะทางด้านอารมณ์และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งจะช่วยให้ทำงานร่วมกันกับคนอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับได้ว่าเป็นทักษะที่มีลักษณะค่อนข้างเป็นนามธรรมและสามารถวัดผลได้ยาก ถึงแม้จะไม่ส่งผลโดยตรงต่อความสำเร็จของงาน แต่ยังเป็นทักษะเสริมที่จะทำให้การทำงานในวิชาชีพต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างราบรื่น

ถึงแม้ว่า Soft Skills  จะเป็นทักษะที่วัดผลได้ยากกว่าทักษะทางด้านเทคนิค หรือ Hard Skills แต่ Soft Skills มีความสำคัญอย่างมากในด้านของการทำงานและพัฒนาอาชีพ เพราะจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีและนำไปสู่ความสำเร็จได้แบบระยะยาว

ทำไมยุคนี้ Soft Skill ถึงสำคัญต่อชีวิตกลุ่มคนวัยทำงาน ?

เหตุผลที่กลุ่มคนวัยทำงานควรพัฒนา Soft Skill เพื่อความก้าวหน้าทางด้านอาชีพการงาน มีดังต่อไปนี้

  • มีโอกาสถูกจ้างงานมากขึ้นกว่าเดิม

องค์กรหรือบริษัทในปัจจุบันได้หันมาให้ความสำคัญกับ Soft Skills มากยิ่งขึ้น เพราะนับได้ว่าเป็นความสามารถในการปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงทักษะในการสื่อสาร การทำงานเป็นทีมและความเป็นผู้นำ พร้อมทั้งการบริการลูกค้าร่วมด้วย

  • ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในด้านของการสัมภาษณ์งาน

การมีทักษะ Soft Skills จะช่วยจัดการความกดดันที่เกิดขึ้นในระหว่างการสัมภาษณ์งานได้เป็นอย่างดี และยังสร้างความได้เปรียบให้เหนือผู้สมัครคนอื่น ๆ ได้อีกด้วย เนื่องจากผู้สัมภาษณ์ส่วนใหญ่ต้องการที่จะเฟ้นหาคนที่มีความมั่นใจในตนเอง พูดจาชัดเจน และสามารถโต้ตอบได้เป็นอย่างดี

  • ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีภายในที่ทำงาน

ทักษะ Soft Skills จะช่วยพัฒนาในเรื่องของการสื่อสารให้เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับเพื่อนร่วมงาน กลุ่มลูกค้า และผู้บริหารระดับอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างความชื่นชอบจากผู้อื่นได้อีกด้วย

  • พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง

ยุคปัจจุบันเป็นยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก ทักษะ Soft Skill จึงนับได้ว่าเป็นทักษะที่มีความสำคัญและขาดไม่ได้ เนื่องจากเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบันได้นั่นเอง

  • มีความก้าวหน้าในอาชีพการงาน

เนื่องจาก Soft Skills เป็นทักษะสำคัญที่จะช่วยให้เติบโตทางด้านสายงาน ช่วยเปิดโอกาสในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริหารระดับสูง และยังช่วยสร้างความได้เปรียบในการพัฒนาตนเองในหน้าที่การงานได้อีกด้วย

ทักษะ soft Skill มีอะไรบ้าง ? พบกับ 10 Soft Skill ที่คนทำงานยุคใหม่ต้องมี!

สำหรับท่านใดที่กำลังสงสัยว่าจะสามารถใส่ Skills ในเรซูเม่อย่างไร? สำหรับหัวข้อนี้เราจะชวนทุกท่านมาเช็กลิสต์กันค่ะว่าทักษะ soft skill มีอะไรบ้าง และแต่ละทักษะสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงานของเราอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

1. ทักษะการสื่อสาร หรือ Communication

ในทุก ๆ อาชีพทุกสายงานหากสื่อสารไม่ดีแล้วย่อมทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ อีกทั้งความเข้าใจที่ไม่ตรงกันมักจะทำให้เกิดความสับสนและเสียเวลา พร้อมทั้งเสียทรัพย์สินได้เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรไหน ๆ จะระดับพนักงานหรือเจ้าของธุรกิจ ทักษะการสื่อสารก็ควรจะเป็น Soft skill พื้นฐานที่ควรมีอย่างมากที่สุด เพราะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมให้งานดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น และยังช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

การฝึกทักษะนี้  สามารถฝึกได้จากการเริ่มเรียงลำดับการเล่าเรื่อง และเน้นใจความสำคัญที่ต้องการจะสื่อสาร ควรเลือกระดับภาษาที่เหมาะสมกับผู้ฟังให้มากที่สุด อาจจะมีท่าทางประกอบเพิ่มเติมร่วมด้วย นอกจากนี้ การเป็นผู้ฟังที่ดีก็นับได้ว่ามีความจำเป็น และควรจับใจความสำคัญของผู้พูดให้ได้มากที่สุด

2. ทักษะการบริหารเวลา หรือ Time Management

ในยุคปัจจุบันทุกคนเลือกที่จะทำอาชีพเสริมเพิ่มเติม ทำให้ต้องรับผิดชอบหลาย ๆ อย่าง ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบริหารและจัดการเวลาให้เป็น เพื่อให้เป้าหมายต่าง ๆ สำเร็จลุล่วงไปได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เทคนิคง่าย ๆ ที่ทางเราอยากจะแนะนำ นั่นก็คือ การวางแผนจัดลำดับความสำคัญเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ต้องกำหนดระยะเวลาเสร็จงานหรือบางคนอาจจะถนัดทำ To Do List เพื่อให้เห็นภาพรวมของงาน และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การมีวินัยและความสม่ำเสมอและความต่อเนื่องเพื่อให้กลายเป็นนิสัยไปในที่สุด

3. ทักษะในการปรับตัว หรือ Adaptability

สำหรับท่านใดที่มีความสงสัยว่า ทักษะ soft skill มีอะไรบ้าง อีกหนึ่งทักษะนี้ที่ขาดไม่ได้เลยและนับได้ว่าเป็นทักษะที่สำคัญในปี 2569 เป็นอย่างมาก นั่นก็คือ ทักษะการปรับตัว หรือ Adaptability เพราะไม่ว่าจะเป็นการปรับตัวให้เข้ากับสังคม การรับมือสถานการณ์แบบเฉพาะหน้า การทำความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร หรือการปรับตัวให้ทันตามโลกที่หมุนและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทุกอย่างจำเป็นจะต้องใช้ทักษะนี้เสมอ การฝึกฝนทักษะนี้   สามารถเริ่มต้นได้จากการสังเกตบรรยากาศรอบตัว ท่าทางคนรอบข้าง พร้อมทั้งเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ามาและพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยที่เราจะต้องยืดหยุ่นไม่ยึดติดกับอะไรเดิม ๆ เป็นสำคัญ

4. ทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือ Collaboration

อีกหนึ่งทักษะ soft skill ที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ ทักษะการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น ทักษะนี้จะช่วยให้เป้าหมายสำเร็จได้อย่างลุล่วง แถมยังได้แชร์ความคิดเห็นต่าง ๆ ไอเดียและมุมมอง พร้อมทั้งได้เรียนรู้ความคิดใหม่ ๆ จนทำให้งานดำเนินต่อไปได้อย่างรวดเร็ว

การฝึกทักษะนี้  ควรเริ่มจากการมองเห็นเป้าหมายที่ชัดเจนร่วมกัน และช่วยกันหาวิธีการที่จะทำให้ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พร้อมทั้งมีความกล้าที่จะแลกเปลี่ยนไอเดียและความคิดกับผู้อื่น และจะต้องรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างเปิดใจ ร่วมด้วย

5. ทักษะการจูงใจ โน้มน้าว และการต่อรอง หรือ Negotiation and Persuasion

คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าทักษะ soft skill ทักษะนี้เหมาะกับคนที่ทำงานขายและงานบริการต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น ทักษะนี้จำเป็นอย่างมากกับทุก ๆ สายงาน เนื่องจากการมีศิลปะในการพูดจนสามารถจูงใจ โน้มน้าวและต่อรองได้นั้น ถือได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำงานและยังช่วยให้เติบโตในสายอาชีพต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

การฝึกทักษะนี้  สามารถฝึกฝนได้จากการฟังความต้องการของอีกฝ่ายเป็นสำคัญ และควรทำความเข้าใจข้อเสนอและข้อเรียกร้อง พร้อมทั้งคิดหาวิธีในการตอบกลับแบบมีเหตุและมีผลเพื่อที่จะโน้มน้าวความคิดของอีกฝ่ายได้ ที่สำคัญจะต้องสร้างบุคลิกที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการวางตัว น้ำเสียง ท่าทาง และคำพูด

6. ทักษะความคิดสร้างสรรค์ หรือ Creativity

ทักษะ soft skill ทักษะนี้ไม่ใช่เฉพาะสายงานอาร์ตเท่านั้นที่จำเป็นจะต้องมี แต่ทักษะนี้ดีต่อทุกอาชีพทุกสายงาน เนื่องจากความคิดสร้างสรรค์เปรียบเสมือนเป็นการสร้างไอเดียใหม่ ๆ หรือวิธีการใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน

การฝึกทักษะนี้ สามารถฝึกฝนได้จากความอยากรู้อยากเห็น และนำความรู้ที่ได้มาใหม่มาต่อยอดความรู้เดิม โดยจะต้องเปิดใจกับวิธีการใหม่ ๆ เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่านั่นเอง

7. ทักษะการคิดวิเคราะห์ หรือ Critical Thinking

เนื่องจากในปัจจุบันข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ สามารถเข้าถึงได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว แต่บางข่าวกลับเป็นข่าวปลอม เพราะฉะนั้น หากเราเลือกที่จะรับสารแบบไม่ไตร่ตรอง ไม่คิดวิเคราะห์ให้ดี พร้อมทั้งเชื่อไปเสียทุกอย่าง อาจจะส่งผลทำให้เราได้ส่งต่อข้อมูลผิด ๆ ออกไปได้ และอาจจะทำให้เกิดปัญหาต่อประสิทธิภาพงานพร้อมทั้งการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นด้วย

การฝึกฝนทักษะนี้ ควรเริ่มจากการฝึกกระบวนการคิดผ่านการตั้งคำถามในสิ่งที่เราสงสัย พร้อมทั้งค้นหาข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเป็นสำคัญ หากไม่แน่ใจควรสอบถามผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมไปถึงต้องเรียนรู้การจับประเด็นและเรียบเรียงข้อมูล ตีความทุกอย่างอย่างมีเหตุและมีผล เพื่อที่จะประเมินคำตอบที่ถูกต้องได้ในที่สุด

8. ทักษะการตัดสินใจ หรือ Decision Making

เนื่องจากการตัดสินใจถือได้ว่าเป็นอะไรที่เราทุกคนต้องทำแทบจะทุกวัน ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยในชีวิตประจำวันไปจนถึงการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ ที่มีผลกระทบแบบวงกว้าง โดยเฉพาะในระดับผู้บริหาร หัวหน้างาน หากมีการตัดสินใจล่าช้าในบางเรื่องหรือตัดสินใจแบบผิดพลาด อาจจะทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ทางธุรกิจไปในที่สุด

การฝึกทักษะนี้  สามารถฝึกฝนโดยเริ่มต้นจากการกำหนดขอบเขตในการตัดสินใจ ควรดูว่ามีใครบ้างที่มีส่วนได้ส่วนเสียในครั้งบ้าง และต้องหาทางเลือกและทำความเข้าใจถึงข้อเปรียบเทียบระหว่าง ข้อดีและข้อเสีย เพื่อที่จะประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจในที่สุด

9. ทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีลักษณะซับซ้อน หรือ Complex Problem Solving

หากถามว่าทักษะ soft skill มีอะไรบ้าง หนึ่งใน 10 ทักษะ soft skill ที่ทุกคนควรมีและขาดไม่ได้อีกหนึ่งทักษะ นั่นก็คือ ทักษะการแก้ไขปัญหาที่มีลักษณะซับซ้อน เนื่องจากความไม่ชัดเจนและความไม่แน่นอนเป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตเราเสมอ หากเจอปัญหาหลาย ๆ อย่างถลาโถมเข้ามารวมกัน ย่อมทำให้ปัญหาต่าง ๆ ดูมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น หากมีทักษะนี้จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกันได้ และทำให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีและมีประสิทธิภาพ

การฝึกทักษะนี้   ให้เริ่มต้นจากการมองภาพรวมของปัญหา คอยตั้งคำถามเพื่อหาปัญหาและสาเหตุให้พบ พร้อมทั้งจัดลำดับผลกระทบของปัญหาออกมาแล้วคิดหาวิธีแก้ไข หลังจากนั้นให้ประเมินสถานการณ์ความเป็นไปได้ของทางเลือก

10. ทักษะการมีทัศนคติเชิงบวก หรือ Positive Attitude

หากมีมุมมองที่ดีและมีทัศนคติเชิงบวกจะช่วยทำให้เราสามารถปรับมุมมองความคิด เพื่อไม่ให้จมอยู่กับความทุกข์หรือปัญหาเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องส่วนตัวและเรื่องของการทำงาน รวมไปถึงช่วยเป็นพลังบวกให้กับคนในครอบครัวและคนรอบข้าง สามารถทำงานให้บรรลุเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น

การฝึกทักษะนี้   สามารถทำได้จากการเริ่มลองปรับมุมมอง พยายามมองหาข้อดีของปัญหาที่เกิดขึ้น และนำความผิดพลาดที่มีมาเป็นบทเรียนเพื่อที่จะเรียนรู้เพื่อหาวิธีแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก ควรเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ควรฝึกพูดกำลังใจตนเอง และมองเห็นคุณค่าในตนเองพร้อมทั้งพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

รวมเหตุผลที่  Soft Skills เป็นทักษะที่ AI ทำแทนไม่ได้

ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI จะมีความก้าวหน้าและพัฒนาอย่างรวดเร็ว สามารถคำนวณพร้อมทั้งทำการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ได้ภายในพริบตา แต่สิ่งหนึ่งที่ AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ยังไม่สามารถทำได้ นั่นก็คือ “ความเป็นมนุษย์” และนี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมทักษะทางด้านอารมณ์และสังคมจึงกลายเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่จะช่วยให้มนุษย์ไม่ถูกแทนที่ทั้งหมด

ข้อจำกัดหลาย ๆ ด้านของ AI

ถึงแม้ว่าเครื่องมือเทคโนโลยีจะฉลาดมากขึ้นแค่ไหน แต่ระบบเหล่านี้จะสามารถทำงานภายใต้ชุดข้อมูลต่าง ๆ พร้อมทั้งเงื่อนไขที่ถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้เป็นสำคัญ ส่งผลทำให้ยังมีข้อจำกัดหลายด้านที่บ่งบอกได้ว่ายังแทนที่มนุษย์ไม่ได้ และมนุษย์ยังทำได้ดีกว่า เนื่องจาก AI ยังไม่มีความเข้าใจในบริบททางสังคมที่มีความซับซ้อน และไม่สามารถอ่านบรรยากาศภายในห้องประชุม ไม่เข้าใจในเรื่องของแววตาและน้ำเสียงที่ซ่อนความกังวลใจของมนุษย์ได้ทั้งหมด และที่สำคัญ AI ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของจริยธรรมหรือความเห็นอกเห็นใจได้อย่างแท้จริงนั่นเอง

ทักษะความเป็นมนุษย์ที่ AI ยังไม่สามารถเลียนแบบได้

สำหรับทักษะที่สามารถแยกมนุษย์ออกจากเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างชัดเจน และยากต่อการเขียนโค้ดเพื่อให้เกิดการเลียนแบบได้นั้น มีดังต่อไปนี้

  1. ความเข้าใจผู้อื่น : ในส่วนนี้นับได้ว่าเป็นการรับรู้ถึงความรู้สึกของเพื่อนร่วมงานและบุคคลอื่น ๆ โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องเอ่ยปาก

  2. ศิลปะในการเจรจาต่อรอง  :  การหาจุดกึ่งกลางที่จำเป็นจะต้องใช้อารมณ์ จังหวะเวลา พร้อมทั้งความยืดหยุ่นเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี

  3. ภาวะผู้นำ :  การสร้างแรงบันดาลใจ รวมไปถึงการปลอบโยน การปลุกพลังกายพลังใจให้ทีมงานได้ก้าวผ่านความยากลำบากไปได้

  4. การแก้ปัญหาที่มีความซับซ้อนเชิงอารมณ์ :  เปรียบเสมือนเป็นการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทที่เกิดขึ้น รวมไปถึงความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในที่ทำงาน

ทักษะ Soft Skill VS Hard Skill แตกต่างกันอย่างไร?

หลังจากที่ได้รู้ไปแล้วว่าทักษะ soft skill มีอะไรบ้าง ในหัวข้อนี้เราจะขอนำพาทุกท่านไปเรียนรู้และทำความเข้าใจเพิ่มเติมระหว่าง Soft Skill กับ Hard Skill แตกต่างกันอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันได้เลยค่ะ

Soft Skill คือ ทักษะทางด้านอารมณ์และการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะวัดผลต่าง ๆ ได้ยาก แต่ก็มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการทำงานพร้อมทั้งการใช้ชีวิต อย่างเช่น การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม มีภาวะความเป็นผู้นำ การจัดการเวลา ความคิดสร้างสรรค์ การปรับตัว และการแก้ไขปัญหา เป็นต้น

Hard Skill คือ ทักษะทางเทคนิคหรือทางด้านวิชาชีพที่เฉพาะเจาะจง สามารถทำการวัดผลและประเมินได้อย่างชัดเจน ซึ่งทักษะนี้มักจะได้มาจากการศึกษา-การเรียนรู้ การฝึกอบรม  หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ในการทำงาน อย่างเช่น การเขียนโปรแกรม, การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์, การทำบัญชี, ทักษะทางด้านภาษี, การวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น

ซึ่งความสำเร็จในอาชีพการงาน มักจะเกิดจากการผสมผสานระหว่างการมีทักษะ Soft Skill กับ Hard Skill แบบลงตัว โดยในส่วนของ Hard Skill นั้นจะช่วยให้ระบบการทำงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ทักษะ Soft Skill จะช่วยให้เราทำงานร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น จนนำไปสู่ความสำเร็จได้ในระยะยาว นั่นเอง

ทักษะ Soft Skill ที่เหมาะกับแต่ละสายงาน

ทักษะ Soft Skill ที่จำเป็นมักจะแตกต่างกันไปตามลักษณะของสายงานสายอาชีพ ดังนี้

  • อาชีพการตลาด / สายครีเอทีฟ  :  ความคิดสร้างสรรค์, การสื่อสาร, การแก้ปัญหา

  • สายไอที / โปรแกรมเมอร์ :  การปรับตัว, การคิดเชิงวิเคราะห์, การทำงานร่วมกัน

  • ฝ่ายขาย / ฝ่ายบริการลูกค้า :  การเจรจาต่อรอง, ความเห็นอกเห็นใจ,การบริหารเวลา

  • ผู้จัดการ / สายบริหาร :  การตัดสินใจ, ภาวะผู้นำ, ความฉลาดทางอารมณ์

ตัวอย่าง อาชีพการงานที่ต้องใช้ทักษะ Soft Skill สูง

สำหรับสายงานที่มีความเกี่ยวข้องกับตัวเลขหรือกฎเกณฑ์แบบตายตัว รวมไปถึงต้องพบเจอกับข้อมูลซ้ำ ๆ อาจจะถูกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาแทนที่ได้ง่าย ๆ แต่สำหรับงานหรืออาชีพที่ต้องอาศัยปฏิสัมพันธ์และทักษะทางสังคมสูงนั้นถือได้ว่ายังคงปลอดภัย และยังคงเป็นที่ต้องการอย่างมาก โดยอาชีพการงานที่ต้องใช้ทักษะ Soft Skill สูงนับได้ว่ามีหลายอาชีพด้วยกัน โดยทางเราขอยกตัวอย่าง ดังต่อไปนี้

1. ผู้บริหารและหัวหน้างาน

สำหรับ ผู้บริหารและหัวหน้างาน นับได้ว่าเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทักษะในการบริหารคน ต้องใช้ทักษะในการโน้มน้าวจิตใจสูง และต้องมีการตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ อย่างมากมาย จึงจำเป็นจะต้องใช้ทักษะ Soft Skill สูงมาก ๆ

2. งานทรัพยากรบุคคลและฝ่ายพัฒนาบุคลากร

งานทรัพยากรบุคคลและฝ่ายพัฒนาบุคลากรนั้น เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะ Soft Skills สูงมาก เนื่องจากต้องดูแลสภาพจิตใจ ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และจะต้องดึงศักยภาพของพนักงานออกมาให้มากที่สุดอีกด้วย

3. นักขาย นักดูแลลูกค้าสัมพันธ์

อีกหนึ่งอาชีพที่จำเป็นจะต้องใช้ทักษะ Soft Skills สูง นั่นก็คือ นักขายหรือพนักงานขาย และ นักดูแลลูกค้าสัมพันธ์ เพราะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและรักษาความสัมพันธ์ระยะยาวเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

4. วิทยากรและนักจัดการการเรียนรู้

อาชีพวิทยากรต้องใช้กระบวนการในการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อที่จะกระตุ้นให้ผู้เข้าอบรมทุกคนได้เกิดการพัฒนาทักษะและหันมาปรับเปลี่ยนทัศนคติให้ได้ การมีทักษะ Soft Skills จึงมีความจำเป็นอย่างมากและขาดไม่ได้เลยทีเดียว

เทคนิคการใส่ Soft Skill ในเรซูเม่ให้โดดเด่น

การใส่ Soft Skill ผ่านการลิสต์รายชื่อแบบทั่ว ๆ ไป อย่างเช่น Communication, Leadership เป็นต้น นับได้ว่าไม่ได้ช่วยให้คุณมีความแตกต่างไปจากคนอื่น ๆ เพราะฉะนั้น ควรใส่ในรูปแบบที่แสดงให้เห็นถึงการนำไปใช้งานได้จริงพร้อมทั้งผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจริง ซึ่งจะทำให้นายจ้างหรือผู้สัมภาษณ์งานได้เห็นภาพ พร้อมทั้งเชื่อถือในทักษะต่าง ๆ ของคุณได้มากกว่าการกล่าวอ้างแบบลอย ๆ นั่นเอง  

ตัวอย่างการเขียน Soft Skill ในเรซูเม่ที่ดี

  • Communication :  มีประสบการณ์เคยเป็นผู้ประสานงานโครงการระหว่างทีมการตลาดและทีมออกแบบ ส่งผลทำให้ลดเวลาในการส่งต่องานได้มากถึง 40%

  • Teamwork :  เคยได้ร่วมทำงานกับทีมต่างแผนก เพื่อเปิดตัวแคมเปญใหม่จนสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นถึง 20%

  • Leadership :  มีประสบการณ์ในการดูแลทีมขายจำนวน 4 คน พร้อมทั้งวางแผนกลยุทธ์แบบรายเดือน จนสามารถบรรลุเป้าหมายต่าง ๆ ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับการฝึกและพัฒนาทักษะ Soft Skills ให้ได้ประสิทธิภาพ

มาดูเคล็ดลับในการพัฒนาทักษะ Soft Skills เพื่อที่จะ UpSkills จนสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและการทำงานได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

  • ควรฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ  เนื่องจากการพัฒนาทักษะ Soft Skills นั้น เปรียบเสมือนกับการเล่นกีฬาชนิดหนึ่งที่ต้องอาศัยการฝึกฝนแบบต่อเนื่อง ไม่มีใครที่จะเก่งได้ตั้งแต่เริ่มต้น ด้วยเหตุนี้การฝึกฝนในสถานการณ์จริงพร้อมทั้งกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้พัฒนาทักษะเหล่านี้ให้แข็งแกร่งขึ้นได้

  • ควรรู้เท่าทันจุดแข็ง - จุดอ่อน  ควรเริ่มต้นจากการเข้าใจตนเองก่อน แบบที่สามารถระบุถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเองได้ เพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาและการปรับปรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • มุ่งเน้นพัฒนาทีละทักษะเท่านั้น   เนื่องด้วยการพัฒนาทักษะ Soft Skills จำเป็นจะต้องใช้เวลาและความอดทนมากพอสมควร ควรตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาทีละทักษะแบบเป็นระบบ เพื่อให้เห็นถึงความก้าวหน้าและได้รักษาแรงจูงใจในการพัฒนาตนเองได้อีกด้วย

  • หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น  เพราะทุกคนมีจุดแข็งและเอกลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่นมีแต่จะทำลายความมั่นใจ และยังขัดขวางการพัฒนาตนเองอีกด้วย ควรเน้นไปที่การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจะดีที่สุด

  • ควรรับผิดชอบต่อการพัฒนาตนเอง  การเติบโตบวกกับการพัฒนานับได้ว่าเป็นความรับผิดชอบของเราโดยตรง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ในทันที แต่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจะนำไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด

  • ควรพัฒนาทักษะการสื่อสารระหว่างบุคคล  เนื่องจากการสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น ถือได้ว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของความสำเร็จในการทำงานและการใช้ชีวิต เพราะฉะนั้นแล้ว การพัฒนาทักษะทางด้านนี้จะช่วยยกระดับทักษะ Soft Skill โดยรวมได้เป็นอย่างมาก

  • ควรฝึกฝนการแก้ไขปัญหา   ปัญหานับได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตที่เราทุกคนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพัฒนาทักษะในการแก้ปัญหาจะช่วยเพิ่มความสามารถในการจัดการกับความท้าทายต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น

  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและมีคุณค่า   การสร้างความสัมพันธ์ที่แท้จริงและช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความจริงใจนั้น จะช่วยให้เราได้พัฒนาทักษะทางด้านสังคมและการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่านั่นเอง

  • พัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์    การเข้าใจพร้อมทั้งควบคุมอารมณ์ของตนเอง รวมไปถึงการเข้าใจถึงความรู้สึกของผู้อื่นนั้น นับได้ว่าเป็นทักษะที่สำคัญที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกันกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น

  • ควรให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง   การใช้เวลาอยู่กับตนเอง การที่เราได้ทบทวนตนเอง และการดูแลสุขภาพกาย - สุขภาพใจของตนเอง นับได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะ Soft Skill ให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน

HRและองค์กรจะช่วยพนักงานพัฒนา Soft Skill และ Hard Skill ได้อย่างไร?

HRและองค์กรมักจะมีส่วนสนับสนุนและคอยผลักดันเพื่อให้พนักงานเกิดการพัฒนาตนเอง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาขององค์กรได้ต่อไป ด้วยเหตุนี้ ทั้ง HRและองค์กรมักจะส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาทั้ง Soft Skill และ Hard Skill ไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น การจัดโครงการการฝึกอบรมพัฒนาบุคลิกภาพที่ส่งผลต่อการทำงาน, การจัดโครงการอบรมพัฒนาเสริมสร้างความรู้และศักยภาพ, การให้ความรู้และการแนะนำแนวทางในการทำงานให้กับพนักงาน เป็นต้น

สรุป

สำหรับทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงในช่วงท้ายของบทความนี้ ทางเรา Rongram Job หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้รับความรู้ดี ๆ กลับไปไม่มากก็น้อย ไม่ว่าจะเป็นทักษะ Soft Skill คืออะไร? Soft skill มีอะไรบ้าง ? รวมไปถึงความสำคัญของการมีทักษะนี้ เนื่องจาก  Soft Skill นับได้ว่าเป็นทักษะพื้นฐานของความเป็นมืออาชีพในยุคใหม่หรือในยุคปัจจุบัน เพราะไม่ว่าคุณจะมีความสามารถหรือเก่งทางด้านเทคนิคแค่ไหน หากขาดทักษะในการสื่อสาร, การทำงานร่วมกันกับผู้อื่น รวมไปถึงทักษะในการจัดการด้านอารมณ์ ก็ยากที่จะมีโอกาสเติบโตภายในองค์กรได้นั่นเอง

แชร์บทความ:

เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer

Joy writer

ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว