
ยุคปัจจุบันการค้นหาคนเก่ง ๆ มีความสามารถนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่การค้นหาคนที่มี Growth Mindset ซึ่งเป็นคนที่คิดบวกและมี Design Thinking ในคนคนเดียวกันนับได้ว่าหายาก ส่วนเทรนด์การพัฒนาองค์กรยุคใหม่ด้วย growth mindset คือ อะไร? มีอะไรบ้าง? สำคัญอย่างไรต่อชีวิตการทำงาน และที่สำคัญ Fixed Mindset กับ Growth Mindset แตกต่างกันอย่างไร ทุกท่านสามารถค้นพบคำตอบทั้งหมดได้ในบทความนี้ค่ะ
รู้กันก่อน Growth Mindset คืออะไรกันแน่?
growth mindset คือ แนวคิดที่เชื่อว่าความสามารถพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งความรู้และทักษะของมนุษย์ทั้งหมดนั้น หากมีการฝึกฝนแบบต่อเนื่องจะสามารถพัฒนาได้ โดยมีพื้นฐานจากความเชื่อที่ว่า เราทุกคนสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พร้อมทั้งพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่ไม่เคยมีให้กลายเป็นความเชี่ยวชาญได้ รวมไปถึงเราสามารถปรับเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมต่าง ๆ ของตนเองได้ หากเรามีความตั้งใจและความพยายามอย่างแท้จริง
ซึ่งแนวคิดนี้เป็นการเน้นย้ำว่า มนุษย์ทุกคนไม่ควรหยุดเรียนรู้และควรมีความพร้อมที่จะพัฒนาทักษะใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่งจะต้องอาศัยความพยายามและประสบการณ์ที่สะสมมา ที่สำคัญ คุณจะต้องมีกล้าเผชิญกับความล้มเหลวที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และจะต้องพร้อมใช้ความพ่ายแพ้นี้ให้เป็นบทเรียนสำคัญเพื่อให้ตนเองนั้นสามารถลุกขึ้นมาใหม่เพื่อที่จะเริ่มต้นใหม่ พร้อมทั้งเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ต่อไป
แล้วแบบไหนถึงจะเรียกว่า Growth Mindset
Growth Mindset นับได้ว่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาทั้งระดับบุคคลและระดับองค์กร เปรียบเสมือนเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ที่แข็งแกร่ง การส่งเสริมนวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน ส่วนลักษณะไหนที่เรียได้ว่าเป็น Growth Mindset ไปดูกันเลย!
1. เรียนรู้เมื่อผิดพลาด
ลักษณะของคนที่มี growth mindset คือ มองเห็นความผิดพลาดว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนา ซึ่งไม่ใช่จุดจบของความพยายาม แต่นับได้ว่าเป็นโอกาสที่จะวิเคราะห์หรือค้นหาสาเหตุพร้อมทั้งวิธีแก้ไขให้ดีกว่าเดิม
2. เปิดโอกาสเพื่อพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
การมีทัศนคติที่เปิดกว้างต่อโอกาสในการเรียนรู้พร้อมทั้งการพัฒนาตนเองในทุก ๆ สถานการณ์ และไม่จำกัดตนเองให้อยู่ภายในกรอบความสามารถเดิม ๆ
3. เป็นคนที่กล้าเผชิญกับปัญหา
อีกหนึ่งคุณลักษณะของคนที่มี growth mindset คือ เป็นคนที่มีความกล้าหาญและพร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายและอุปสรรค โดยมองว่าปัญหาคือโอกาสเพื่อพิสูจน์และพัฒนาความสามารถของตนเอง
4. กล้าออกนอกกรอบและมีความคิดสร้างสรรค์
กล้าที่จะคิดต่าง กล้าที่จะคิดนอกกรอบ กล้าที่จะนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ พร้อมทั้งไม่ยึดติดกับวิธีการแบบเดิม ๆ เพื่อที่จะค้นหาวิธีการที่ดีกว่า
5. มีความใฝ่รู้และอยากจะพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น
มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ มีแรงผลักดันที่จะตั้งเป้าหมายเพื่อพัฒนาความสามารถขอบตนเองแบบต่อเนื่อง
6. ยอมรับการเปลี่ยนแปลง
และอีกหนึ่งคุณลักษณะของคนที่มี growth mindset คือ เป็นคนที่มีความยืดหยุ่น สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งมองการเปลี่ยนแปลงว่าเป็นโอกาสในการเติบโต
วิธีฝึก Growth Mindset เริ่มต้นได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณ
ควรเปลี่ยนคำพูดในหัว หรือ Self-talk จากเดิมที่คุณอาจจะคิดว่า “ฉันทำไม่ได้” ให้เปลี่ยนเป็น “ฉันยังทำไม่ได้” ซึ่งคำว่า “ยัง” นับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของ Growth Mindset นั่นเอง
ควรเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความล้มเหลว คุณอาจจะคิดว่าความล้มเหลวคือจุดจบ แต่ให้คุณเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความล้มเหลวว่าเป็นบทเรียน หากล้มเหลวก็ให้วิเคราะห์ว่าสาเหตุมาจากอะไร และให้คิดว่านี่คือบทเรียนสำคัญที่คุณควรเรียนรู้
ต้องฝึกออกจาก Comfort Zone ถ้าคุณอยากจะพัฒนาและเติบโตไปได้ไกล คุณจะต้องฝึกฝนตนเองให้ออกจาก Comfort Zone เดิมของคุณ อย่างเช่น ลองทำสิ่งใหม่ ๆ ดูบ้าง, ลองพูดในพื้นที่สาธารณะทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน, ลองขายของครั้งแรก เป็นต้น
ควรโฟกัสที่กระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ อีกหนึ่งวิธีในการสร้าง growth mindset คือ ควรโฟกัสที่กระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ที่ล้มเลิกเพราะโฟกัสเฉพาะแค่ผลลัพธ์เท่านั้น แต่สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จเขาจะโฟกัสที่การพัฒนาเป็นหลัก
หยุดเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น คุณควรหยุดเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น แต่ควรหันมาเปรียบเทียบตนเองในวันนี้กับเมื่อวานแทน
ควรเรียนรู้จากคำวิจารณ์ แทนที่คุณจะป้องกันตนเอง แต่ให้คุณฟังและนำมาวิเคราะห์พร้อมทั้งปรับปรุงพัฒนาตนเองแทน
5 วิธีสร้าง Growth Mindset เพื่อพัฒนาองค์กร
ต่อไปนับได้ว่าเป็นวิธีที่จะช่วยสร้าง Growth Mindset เพื่อใช้พัฒนาองค์กรได้แบบยั่งยืนในระยะยาว
1. ควรสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน
โดยปกติแล้วการปลูกฝัง Growth Mindset ที่ดีภายในองค์กรจะต้องเริ่มต้นจากการให้พนักงานได้มีโอกาสเข้าใจถึงคุณค่าและผลกระทบที่มีต่อการพัฒนาตนเอง ซึ่งประสิทธิภาพในการเรียนรู้จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพนักงานได้รับการสนับสนุนที่ดี ได้รับแรงบันดาลใจหรือแรงจูงใจและการยอมรับจากองค์กรโดยตรง
เมื่อพนักงานมีความกระตือรือร้นและได้แรงบันดาลใจเพื่อพัฒนาตนเองแล้ว พวกเขาจะเปิดรับโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ พร้อมทั้งมีความกล้าที่จะเผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ และยังมองความล้มเหลวว่าเป็นโอกาสที่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้น จนกระทั่งนำไปสู่การพัฒนาทักษะต่าง ๆ และความก้าวหน้าในอาชีพการงานได้แบบต่อเนื่องนั่นเอง
2. ควรสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับพนักงาน
อีกหนึ่งวิธีในการสร้าง growth mindset คือ องค์กรอาจจะต้องลงทุนเพื่อพัฒนาพนักงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางด้านการเงินเพื่อการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ การซื้อหนังสือเพื่อพัฒนาความรู้หรือแม้กระทั่งการจัดโปรแกรมเทรนนิงหรือโค้ชชิงที่มีคุณภาพ เพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญที่ต่าง ๆ ก็เข้าใจแนวคิด Growth Mindset อย่างลึกซึ้ง และไม่เพียงแต่จะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เพียงเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานได้อีกด้วย
3. สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ให้กับพนักงาน
โดยปกติแล้วการพัฒนาศักยภาพของพนักงานอาจจะต้องมองให้เกินไปกว่าเส้นทางอาชีพเดิม ๆ ของพวกเขา เพื่อเป็นการปูทางไปสู่การเลื่อนตำแหน่งตามลำดับ และด้วยความไม่แน่นอนของสถานการณ์บ้านเมือง องค์กรอาจจะต้องเน้นประสบการณ์ที่หลากหลายและการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ให้กับพนักงานโดยตรง เพื่อให้พนักงานสามารถปรับตัวและมีโอกาสเติบโตได้ในทุก ๆ สถานการณ์ต่อไป
แทนที่องค์กรจะกำหนด Career Path แบบตายตัว ในกรณีนี้องค์กรควรเน้นย้ำกับการสนับสนุนให้พนักงานได้มีโอกาสเรียนรู้ข้ามสายงาน เพื่อที่จะได้ทดลองทำงานในโครงการที่มีหลากหลาย และมีโอกาสได้พัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่มีความจำเป็นในอนาคต เนื่องจากความสามารถในการปรับตัวพร้อมทั้งการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ จะกลายเป็นทักษะที่มีค่ามากกว่าความเชี่ยวชาญในงานเดิม ๆ เพียงแค่งานเดียว
4. ควรให้คำแนะนำที่ดีกับพนักงาน
องค์กรที่มี Growth Mindset นั้น ในส่วนของการให้คำแนะนำหรือคำชมเชยจำเป็นจะต้องมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากการวิจารณ์หรือคำชมเชยโดยทั่วไป ในส่วนของการให้คำแนะนำนั้นจะต้องเป็นไปในเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้พนักงานได้รู้สึกถึงความปลอดภัยและมั่นใจได้ว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์หรือแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ ได้ ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์จนทำลายความมั่นใจ ตลอดจนนำไปสู่ความรู้สึกที่สิ้นหวังและไม่มีคุณค่า
และในส่วนของการชมเชยจำเป็นจะต้องลึกซึ้งกว่าแค่การปรับมือหรือให้คำชมเชยแบบผิวเผินเท่านั้น แต่จำเป็นจะต้องยกย่องกระบวนการทำงาน แนวทางและวิธีคิด รวมไปถึงความพยายามที่พนักงานต่างก็ทุ่มเทให้กับงาน เพราะสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นับได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจ จนทำให้พนักงานอยากแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ให้กับเพื่อนร่วมงานได้รับฟัง กรณีต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยสร้างวัฒนธรรมในการเรียนรู้และการพัฒนาร่วมกันภายในองค์กรได้มากยิ่งขึ้น
5. ควรส่งเสริมให้พนักงานยอมรับในความผิดพลาด
อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสร้าง growth mindset คือ แทนที่จะมองว่าความผิดพลาดคือจุดจบหรือเป็นสิ่งที่จะต้องถูกลงโทษ องค์กรควรมองว่านี่คือโอกาสที่มีค่าผ่านการเรียนรู้และการพัฒนา เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นครั้งใด สิ่งสำคัญก็คือ ควรวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุพร้อมทั้งบทเรียนที่เราจะได้รับ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงในกระบวนการการทำงาน และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำในอนาคตอันใกล้อีกด้วย
การลงโทษเมื่อเกิดความผิดพลาดอาจจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากจะทำให้พนักงานเกิดความหวาดกลัวกับการริเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ แต่ถ้าองค์กรสร้างวัฒนธรรมที่มีลักษณะเปิดกว้างเพื่อให้พนักงานได้มีโอกาสเรียนรู้จากความผิดพลาดในแต่ละครั้ง พนักงานจะกล้ามากขึ้น และอาจจะแชร์ประสบการณ์พร้อมทั้งบทเรียนต่าง ๆ ที่พวกเขาได้รับ ซึ่งถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กรในภาพรวมนั่นเอง
อุปสรรคในการสร้าง Growth Mindset ภายในองค์กร พร้อมวิธีแก้ไข
สำหรับอุปสรรคในการสร้าง Growth Mindset ภายในองค์กรคือ Fixed Mindset ที่มักจะฝังรากลึกและก่อให้เกิดการขัดขวางการเปลี่ยนแปลงที่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในปี 2569 ที่องค์กรไทยส่วนใหญ่ต้องปรับตัวและเผชิญแรงกดดันจากปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI พร้อมทั้งตลาดที่มีลักษณะผันผวนเป็นอย่างมาก
การต่อต้านการเปลี่ยนแปลง พนักงานบางคนหรือแม้กระทั่งในกลุ่มผู้นำบางคนอาจจะมีลักษณะยึดติดกับ Comfort zone และเกิดอาการกลัวสิ่งใหม่ ๆ จึงส่งผลทำให้ขาด adaptability ในกรณีนี้สามารถแก้ไขโดยการให้ผู้นำออกมานำร่องเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และความล้มเหลวของตนเอง เพื่อสร้าง “safe space” คอยสนับสนุนให้เกิดการทดลองหรือริเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่มีบทลงโทษต่อความผิดพลาด แต่ให้ความผิดพลาดเป็นบทเรียนที่ต้องนำมาวิเคราะห์และเรียนรู้แทน
ขาดนวัตกรรมพร้อมทั้งกลัวความเสี่ยง อีกหนึ่งอุปสรรคต่อการสร้าง growth mindset คือ เมื่อองค์กรมี Fixed Mindset จนทำให้คนในองค์กรกลัวไอเดียใหม่ ๆ และยังคงทำงานด้วยวิธีการเดิม ๆ แบบที่ไม่มีการพัฒนาใด ๆ จนทำให้สูญเสียโอกาสไปในที่สุด ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการจัด workshop สนับสนุนและผลักดันให้พนักงานกล้าคิดกล้าทำ รู้จักเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
Growth Mindset กับ Fixed Mindset แตกต่างกันอย่างไร?
ดร.แครอล เอส ดเว็ค ศาสตราจารย์ทางด้านจิตวิทยามหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด นับได้ว่าเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดเกี่ยวกับ Growth Mindset ผ่านหนังสือที่มีชื่อว่า “Mindset : The New Psychology of Success” จากผลการวิจัยโดยการศึกษาพฤติกรรมของเด็กจำนวน 2 กลุ่มที่มีกรอบความคิดที่แตกต่างกัน และเธอได้นิยามความแตกต่างระหว่าง กรอบความคิดแบบพัฒนาได้ หรือ Growth Mindset และ กรอบความคิดแบบตายตัว หรือ Fixed Mindset ได้อย่างชัดเจน ดังนี้
Growth Mindset นับได้ว่าเป็นความเชื่อที่ว่าแม้มนุษย์เราจะเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์และความถนัด รวมไปถึงอุปนิสัยที่มีลักษณะแตกต่างกัน แต่ทุกคนก็ยังคงสามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตนเองได้ด้วยความพยายามและการสั่งสมประสบการณ์
Fixed Mindset เป็นความเชื่อที่ว่าความสามารถต่าง ๆ รวมไปถึงคุณลักษณะของตนเองนับได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงส่งผลทำให้ผู้ที่มีกรอบความคิดในรูปแบบนี้มักจะหลีกเลี่ยงเมื่อต้องพบเจอกับความท้าทาย และไม่ชอบเผชิญกับความยากลำบาก เป็นคนที่ยอมแพ้ได้ง่าย ๆ และยังมองว่าความพยายามถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ไร้ค่า คนกลุ่มนี้จึงมักจะปิดกั้นตนเองจากคำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ของผู้อื่น
เหตุผลที่ทุกคนควรมี Growth Mindset
อยากให้คุณลองจินตนาการถึงบริษัทหรือองค์กรที่พนักงานทุกคนต่างก็มีความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง พร้อมทั้งเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ มีความพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ และยังมองความล้มเหลวว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้และการเติบโต เรียกได้ว่า เป็นองค์กรที่มีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จได้อนาคตได้เป็นอย่างมาก และทั้งหมดนี้ก็คือพลังของ Growth Mindset ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรได้ดีและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีผลการศึกษาจาก Harvard Business Review ที่สามารถยืนยันได้ว่า พนักงานในองค์กรที่มี Growth Mindset มักจะรู้สึกว่าได้รับการสนับสนุนในการริเริ่มสิ่งใหม่ ๆ และสร้างนวัตกรรมมากกว่า ในส่วนนี้ย่อมส่งผลทำให้เกิดการพัฒนาในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เพิ่มขึ้น, ความสามารถในการปรับตัวที่มีลักษณะยืดหยุ่นขึ้น, ประสิทธิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น, การเรียนรู้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องมีมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลทำให้องค์กรได้เปรียบในการแข่งขันและมีลักษณะเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ตัวอย่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จด้วยการสร้าง Growth Mindset โดยตรง
เพื่อให้ทุกท่านได้เห็นภาพมากยิ่งขึ้น ทางเราขอยกตัวอย่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จผ่านการสร้าง Growth Mindset ทั้งหมด 2 องค์กร ดังนี้
Microsoft
รู้หรือไม่ว่า? Satya Nadella CEO ของ Microsoft ได้นำแนวคิด Growth Mindset มาทำการปฏิรูปวัฒนธรรมต่าง ๆ ภายในองค์กร ส่งผลทำให้ Microsoft กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะในคำพูดที่ว่า “เปลี่ยนจาก Know-it-all ให้กลายมาเป็น Learn-it-all” ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ และจากวัฒนธรรมที่มักจะเน้นการแสดงความเก่งหรือความรู้ที่มี นำมาสู่วัฒนธรรมที่เน้นไปกับการเรียนรู้และพัฒนาแบบต่อเนื่อง
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ย่อมส่งผลทำให้ทางด้าน Microsoft สามารถปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลในปัจจุบันได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งมีการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้น และยังกลับมาเป็นผู้นำภายในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้อีกครั้ง นับได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการสร้าง Growth Mindset ภายในองค์กรจะสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ในที่สุด
ด้วยแนวคิด Moonshot Thinking ของทาง Google ถือได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีในการนำ Growth Mindset มาประยุกต์ใช้ภายในองค์กรแบบเป็นรูปธรรม โดยทาง Google ได้สนับสนุนให้พนักงานกล้าคิดนอกกรอบและท้าทายกับขีดจำกัด แทนที่จะกลัวความล้มเหลว แต่ Google ได้ส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมองว่าความล้มเหลวคือส่วนหนึ่งในกระบวนการการเรียนรู้และพัฒนานวัตกรรมโดยตรง
จะเห็นได้ว่า โครงการ Self – driving Car ภายใต้ Google X ที่ได้เริ่มต้นจากแนวคิดที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ด้วยวัฒนธรรมขององค์กรที่ได้มีการสนับสนุนการทดลองและการเรียนรู้จากความผิดพลาด จนทำให้องค์กรสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมยานยนต์ได้อย่างน่าทึ่ง และนี่ก็คือพลังของการสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม Growth Mindset อย่างแท้จริง
สรุป
growth mindset คือ แนวคิดที่ให้ความสำคัญไปกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์เรา โดยมีความเชื่อที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ความสามารถ หรือแม้กระทั่งทักษะต่าง ๆ เราทุกคนสามารถพัฒนาและเติบโตได้ผ่านการฝึกฝนกันอย่างต่อเนื่อง โดยแนวคิดนี้เชื่อว่าหากทุกคนมีความมุ่งมั่นตั้งใจและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค จะสามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตนเองได้เสมอ และเมื่อองค์กรได้นำแนวคิดนี้มาปรับใช้โดยตรง พนักงานจะได้รับแรงกระตุ้นและถูกสนับสนุนให้เป็นคนที่กล้าคิดและกล้าที่จะริเริ่มทำสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา จนกระทั่งเกิดการพัฒนาทั้งทางด้านนวัตกรรม การปรับตัว และประสิทธิภาพในการทำงาน รวมไปถึงเกิดการเรียนรู้แบบต่อเนื่องอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถือได้ว่าเป็นความได้เปรียบในการแข่งขันและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรนั่นเอง
วันนี้หากคุณกำลังตามหาองค์กรที่พร้อมจะสนับสนุนและช่วยส่งเสริม Growth Mindset คุณสามารถหางานและสมัครงานออนไลน์ได้ที่ Rongram Job เว็บไซต์ช่วยหางานคุณภาพดีที่จะช่วยให้คุณสามารถหางานและสมัครงานได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น แถมได้ข้อมูลที่ครบครันอีกด้วย
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว

