
ก่อนที่จะเดินทางไปสมัครงานที่ไหนก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ ต้องจัดทำ เรซูเม่สมัครงาน ให้ดูน่าสนใจและมีความถูกต้องครบถ้วนเสียก่อน แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เรซูเม่ (Resume) คืออะไร? จำเป็นแค่ไหน? และควรใส่ข้อมูลอะไรบ้างลงในเรซูเม่เพื่อให้มีความโดดเด่นแบบเตะตา HR จนกระทั่งสามารถเพิ่มโอกาสให้ได้งานแบบชัวร์ ๆ พร้อมอัปเดตเทรนด์เรซูเม่ล่าสุด ตั้งแต่โครงสร้างที่เหมาะสมกับระบบ ATS ทักษะต่าง ๆ ที่ทาง HR ให้ความสำคัญ รวมไปถึงรูปแบบ เรซูเม่สมัครงาน ที่นิยมใช้ในปัจจุบันทั้งในกลุ่มเด็กจบใหม่ คนทำงาน หรือแม้กระทั่งผู้ที่ต้องการอยากจะเปลี่ยนงาน พร้อมเฉลยเคล็ดลับปรับเรซูเม่ให้โดดเด่นในยุคใหม่ยุคปัจจุบัน เพื่อเพิ่มโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์งานพร้อมได้งานเร็วขึ้น
มาทำความรู้จักกันก่อน เรซูเม่ (Resume) คืออะไร?
เรซูเม่สมัครงาน หรือ Resume นับได้ว่าเป็นเอกสารที่ใช้สรุปและนำเสนอในส่วนของข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์ในการทำงาน พร้อมทั้งทักษะและความสามารถต่าง ๆ ของผู้สมัครงานที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานโดยตรง เพื่อให้ทางบริษัทและองค์กรต่าง ๆ สามารถพิจารณาถึงคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครงานได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เรซูเม่สมัครงาน ยังประกอบไปด้วยข้อมูลที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาตัวเองในการทำงาน พร้อมทั้งนำเสนอผลงานที่ได้ทำตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
ส่วนรูปแบบในการจัดทำเรซูเม่นั้นนับได้ว่ามีความหลากหลาย สามารถตกแต่งตามสไตล์และความชื่นชอบของผู้จัดทำเรซูเม่ได้เลย โดยทั่วไปแล้วมักจะเน้นให้ดูกระชับ อ่านง่าย พร้อมสื่อสารจุดเด่นต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน เพราะนับได้ว่าเป็นเอกสารสำคัญในการสมัครงานที่ใช้แนะนำตัวผ่านประวัติส่วนตัว การทำงาน และทักษะต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง
เรซูเม่สมัครงาน มีความจำเป็นแค่ไหน?
เนื่องจาก เรซูเม่สมัครงาน นับได้ว่าเป็นเอกสารสำคัญที่นิยมนำมาใช้ในการสมัครงาน โดยข้อมูลในเรซูเม่จะมีการแนะนำตัวผู้สมัครงาน ประสบการณ์การทำงาน และทักษะ - ความสามารถต่าง ๆ เพื่อช่วยให้ทางองค์กรได้พิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครงานได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เรซูเม่ไม่ได้ถูกจำกัดแค่เพื่อใช้สมัครงานเพียงเท่านั้น แต่สามารถนำมาใช้เพื่อประกอบการสมัครในด้านอื่น ๆ ได้ร่วมด้วย อย่างเช่น ใช้เพื่อสมัครเข้าศึกษาต่อ ใช้เพื่อขอรับทุนการศึกษา และใช้เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการต่าง ๆ เป็นต้น
ดังนั้น ทางด้านผู้สมัครงานจึงควรตรวจสอบว่าองค์กรมีการพิจารณาผ่าน เรซูเม่สมัครงาน หรือไม่ ถ้ามีควรทำการอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ ให้เป็นปัจจุบัน รวมไปถึงการปรับเนื้อหาต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมกับตำแหน่งงาน เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสในการได้รับโอกาสที่จถูกเรียกสัมภาษณ์งานมากยิ่งขึ้น
Portfolio กับ เรซูเม่ ต่างกันอย่างไร?
พอร์ตโฟลิโอ หรือ Portfolio กับ เรซูเม่ หรือ Resume นับได้ว่าเป็นเอกสารที่ใช้นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ของผู้สมัครงาน เพื่อให้ทาง HR ได้เข้าใจตัวตน ประสบการณ์ในการทำงาน และความสามารถของผู้สมัครงานโดยตรง แต่ทั้งสองรูปแบบจะมีความแตกต่างกันในด้านของรูปแบบและวิธีการนำเสนอของเนื้อหา
เรซูเม่ จะเน้นการสรุปข้อมูลสำคัญและนำเสนอในรูปแบบของข้อความที่กระชับ มีความชัดเจน และตรงประเด็น และมีการออกแบบแบบเรียบง่าย เป็นทางการ โดยมีความยาวจำกัดอยู่ที่ประมาณ 1 – 2 หน้า เพื่อให้ทางผู้จ้างงานสามารถอ่านพร้อมทั้งพิจารณาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
พอร์ตโฟลิโอ จะเน้นการนำเสนอผลงานจริงผ่านรูปภาพ ตัวอย่างงาน หรือแม้กระทั่งในรูปแบบโปรเจกต์ต่าง ๆ พร้อมกับการออกแบบที่สร้างสรรค์ น่าสนใจ โดยทั่วไปจะไม่จำกัดจำนวนหน้าเหมือนกับ เรซูเม่สมัครงาน จึงสามารถแสดงรายละเอียดพร้อมทั้งตัวอย่างผลงานได้ลึกและมีความหลากหลายมากกว่านั่นเอง
ทำ เรซูเม่สมัครงาน ควรใส่ข้อมูลอะไรบ้าง เพื่อให้โดดเด่นและดูโปร
ในเมื่อ เรซูเม่สมัครงาน เป็นเอกสารที่รวบรวมข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ของผู้สมัครงานโดยตรง จึงควรเลือกเฉพาะข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องและเป็นข้อมูลสำคัญที่นับได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อการสมัครงานในแต่ละครั้งจะดีที่สุด การจัดทำเรซูเม่ที่ดีนั้นผู้จัดทำจะต้องเข้าใจถึงความต้องการของผู้อ่าน มากกว่าที่จะใส่ข้อมูลทุกอย่างลงไป นอกจากนี้ ควรใช้ข้อความที่มีความกระชับ เข้าใจง่าย โดยจะต้องมีข้อมูลสำคัญ ดังนี้
1. ข้อมูลส่วนตัว
ตรงส่วนแนะนำตัว ควรระบุข้อมูลส่วนตัวที่มีความสำคัญอย่างครบถ้วนให้ได้มากที่สุด ซึ่งประกอบไปด้วย ชื่อ-นามสกุล ชื่อเล่น อายุ และข้อมูลส่วนตัวที่มีความเกี่ยวข้องกับการทำงาน และในส่วนช่องทางการติดต่อนั้น ควรระบุที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมลที่สะดวกในการใช้ติดต่อกับทางบริษัท ส่วนในเรื่องของรูปถ่ายนั้นสามารถใส่ได้ตามความเหมาะสม
2. ข้อมูลการศึกษา
ในส่วนของประวัติการศึกษานั้น นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนที่มีความสำคัญ ควรระบุรายละเอียดต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาไปจนกระทั่งถึงระดับอุดมศึกษา โดยจะต้องระบุข้อมูลให้มีความละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเกรดเฉลี่ย วิชาเอกที่เรียน และสถาบันการศึกษา หากได้เข้าอบรมหรือเรียนคอร์สต่าง ๆ เพิ่มเติมที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัครไว้ ควรระบุให้ชัดเจนร่วมด้วย รวมไปถึงประสบการณ์ในการทำงานด้านอื่น ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยดึงดูดความสนใจได้
3. ประสบการณ์ในการทำงาน
ในส่วนของประสบการณ์ในการทำงาน ควรระบุตำแหน่งงานที่ทำ ชื่อบริษัท รวมไปถึงระยะเวลาทำงานพร้อมทั้งหน้าที่ความรับผิดชอบหลักของแต่ละตำแหน่ง ซึ่งจะต้องเรียงลำดับจากงานปัจจุบันย้อนกลับไปถึงงานที่เคยทำในช่วงเวลาที่ผ่านมา หากมีประสบการณ์ในการทำงานอย่างมากมาย ควรเลือกเฉพาะประสบการณ์ที่มีความเกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อการสมัครงาน และนอกจากนี้ ควรเน้นระบุผลงานที่โดดเด่นและความสำเร็จที่สำคัญในแต่ละตำแหน่งงาน เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถและพัฒนาการทางด้านการทำงานที่มีความชัดเจน
4. ตำแหน่งงานที่ต้องการ
ในส่วนของตำแหน่งงานที่ต้องการนั้น ควรระบุตำแหน่งหรือสายงานที่ต้องการสมัครให้มีความชัดเจน
5. ทักษะ - ความสามารถ
ในเรซูเม่ควรระบุทักษะ – ความสามารถที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานอย่างกระชับและมีความชัดเจน เพื่อช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับ เรซูเม่สมัครงาน ของคุณได้ โดยจะต้องระบุในส่วนของ ทักษะทางด้านเทคนิค หรือ Hard Skills และ ทักษะทางด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น หรือ Soft Skills นอกจากนี่ควรแนบผลการสอบวัดระดับมาตรฐาน หรืออาจจะแนบประกาศนียบัตรที่ได้รับการรับรอง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับทักษะต่าง ๆ ที่คุณได้ระบุไว้นั่นเอง
6. ระบุผลงานและความสำเร็จ
อีกหนึ่งส่วนที่คุณควรระบุภายใน เรซูเม่สมัครงาน นั่นก็คือ ในส่วนของผลงานและความสำเร็จ ควรนำเสนอประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมาแบบละเอียด โดยจะต้องเน้นอธิบายถึงกระบวนการในการทำงานพร้อมทั้งผลลัพธ์ที่ได้ นอกจากนี้จะต้องระบุเหตุผลในการเลือกทำงานนั้น ๆ และระบุอุปสรรคต่าง ๆ ที่ได้พบ พร้อมทั้งวิธีการในการแก้ไขปัญหาที่พบเจอจนกระทั่งนำไปสู่ความสำเร็จได้ในที่สุด นอกจากนี้ คุณยังสามารถระบุหรือนำเสนอโครงการที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จในแง่ธุรกิจได้เช่นกัน แต่นับได้ว่าเป็นผลงานที่ภาคภูมิใจ และแสดงให้เห็นถึงกระบวนการทำงานที่ทรงคุณค่าได้ร่วมด้วย
7. การอบรมหรือใบรับรอง
ในส่วนของการอบรมและใบรับรอง ควรระบุหลักสูตรอบรมหรือใบประกาศนียบัตรที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้ในสายงานและมีความเกี่ยวข้องกับสายงานที่ต้องการสมัครโดยตรง
8. ระบุจุดมุ่งหมายในอาชีพ
สำหรับ จุดมุ่งหมายในอาชีพ นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้เรซูเม่ของคุณโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ซึ่งทาง HR จะเข้าใจถึงศักยภาพพร้อมทั้งเป้าหมายของผู้สมัครงานได้แบบรวดเร็ว การเขียนจุดมุ่งหมายให้มีประสิทธิภาพนั้นควรใช้คีย์เวิร์ดให้ตรงกับความต้องการของบริษัทหรือองค์กร พร้อมทั้งเน้นการนำเสนอในส่วนของคุณค่าและประโยชน์ที่ผู้สมัครงานสามารถมอบให้กับบริษัทหรือองค์กรได้ ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจภายในมุมมองขององค์กรได้แบบชัดเจน
9. ส่วนสรุป
ส่วนสรุป หรือ Summary นับได้ว่าเป็น การเขียน About Me ภายในเรซูเม่ ส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนแนะนำตัวแบบย่อที่วางอยู่ส่วนบนของเรซูเม่โดยตรง เปรียบเสมือนเป็นคำโปรยที่จะช่วยดึงดูดให้ผู้อ่านได้เกิดความสนใจในเนื้อหาภายใน ซึ่งจะต้องสรุปข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับตัวผู้สมัครงานแบบกระชับ ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่น ประสบการณ์ เป้าหมายในการทำงาน หรือแม้กระทั่งลักษณะประสบการณ์ที่ผู้สมัครงานกำลังแสวงหา และถึงแม้ว่าส่วนนี้จะใช่ส่วนบังคับ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ส่วนนี้มีผลทำให้ HR ได้เข้าใจตัวตนของผู้สมัครงานได้แบบรวดเร็ว แบบที่ยังไม่ได้อ่านส่วนอื่น ๆ ในเรซูเม่แต่อย่างใด
10. บุคคลอ้างอิง
นับได้ว่าเป็นส่วนที่จะต้องระบุเกี่ยวกับรายชื่อบุคคลที่สามารถให้ข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้สมัครงานแก่องค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน ความสามารถต่าง ๆ และประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมา เพื่อเป็นการยืนยันถึงคุณสมบัติและความเหมาะสมของผู้สมัครงานโดยตรง
Skill ที่ควรใส่ลงในเรซูเม่สมัครงาน
ทักษะสำคัญที่เราควรระบุหรือใส่ลงไปใน เรซูเม่สมัครงาน เพื่อสะท้อนถึงศักยภาพในการทำงานของเราโดยตรง มีดังต่อไปนี้
ทักษะในการสื่อสาร หรือ Communication
ทักษะในการสื่อสาร นับได้ว่าเป็นทักษะขั้นพื้นฐานที่ช่วยให้ส่งและการรับข้อมูลเป็นไปได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะทำให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจตรงกันและทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น
ทักษะในการทำงานร่วมกัน หรือ Collaboration
เนื่องจากงานส่วนใหญ่มักต้องทำงานกันเป็นทีม จึงต้องมีความสามารถในการรับฟัง การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการทำงานตามความถนัดของแต่ละคนเป็นหลัก เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายร่วมกันนั่นเอง
ทักษะในการตัดสินใจและการแก้ไขปัญหา หรือ Decision Marking & Problem Solving
ทักษะนี้จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์สถานการณ์พร้อมทั้งหาทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม ส่งผลทำให้งานดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่น
ทักษะการเจรจาต่อรอง หรือ Negotiation
นับได้ว่าเป็นการสื่อสารสองทางที่สุดแสนจะสำคัญในกระบวนการทำงาน เพื่อหาทางออกหรือข้อตกลงที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
ทักษะการบริหารเวลา หรือ Time Management
ทักษะนี้มีความสำคัญในการจัดลำดับความสำคัญของงานและเวลาตามกำหนด เพื่อให้งานหลายอย่างสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทักษะในการปรับตัวและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง หรือ Adaptability & Active Learning
ทักษะนี้นับได้ว่าเป็นทักษะที่จำเป็นต่อยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงการพัฒนาความรู้ใหม่ ๆ ได้อยู่เสมอ
ข้อมูลแบบไหนที่ไม่ควรใส่ลงไปในเรซูเม่ ?
1. ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง
สำหรับข้อมูลแรกที่ไม่ควรใส่ลงไปใน เรซูเม่สมัครงาน นั่นก็คือ ข้อมูลส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ศาสนา น้ำหนัก ส่วนสูง หรือแม้กระทั่งสถานภาพส่วนตัวที่นับได้ว่าไม่จำเป็นต่อการสมัครงานโดยตรง
2. ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง
ในส่วนของข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงนั้น ไม่ควรใส่ลงไปในเรซูเม่เด็ดขาด เนื่องจากการให้ข้อมูลเกินจริงหรือปลอมแปลงประสบการณ์ต่าง ๆ อาจจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของคุณได้ในที่สุด
3. ข้อมูลที่นับได้ว่าไม่สุภาพหรือไม่มีความเป็นมืออาชีพ
ข้อมูลที่ไม่สุภาพหรือนับได้ว่าไม่เป็นมืออาชีพ หรือแม้กระทั่งคำพูด เนื้อหาที่ไม่เหมาะสม อาจจะสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้กับผู้สมัครงานได้ในที่สุด
4. ข้อมูลที่นับได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงาน
หากรายละเอียดไม่ได้เชื่อมโยงกับงาน อาจจะส่งผลทำให้ เรซูเม่สมัครงาน ของคุณดูเหมือนไม่กระชับ เพราะฉะนั้นไม่ควรใส่ไปอย่างเด็ดขาด
5. เหตุผลลาออกในเชิงลบ
หากกล่าวถึงปัญหากับบริษัทเดิมหรือแม้กระทั่งเพื่อนร่วมงานองค์กรเดิม อาจจะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณดูไม่ดีได้ในที่สุด เพราะฉะนั้น อย่าเขียนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ลงในเรซูเม่อย่างเด็ดขาด
6. เงินเดือนเดิม หรือ เงินเดือนที่คุณต้องการ
เรื่องนี้มักจะถูกนำมาพูดคุยในช่วงขั้นตอนการสัมภาษณ์งานเสียมากกว่า เพราะฉะนั้นไม่ควรระบุลงไปใน เรซูเม่สมัครงาน โดยตรง
7. ข้อมูลส่วนตัวในโซเชียลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับงาน
อีกหนึ่งข้อมูลที่ไม่ควรระบุหรือใส่ลงไปในเรซูเม่ ก็คือ ข้อมูลส่วนตัวในโซเชียลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับงาน อย่างเช่น บัญชีที่ไม่สามารถสะท้อนได้ถึงภาพลักษณ์ทางอาชีพของคุณ เป็นต้น
8. ประวัติการทำงานสั้น ๆ แต่จำนวนมาก
การเปลี่ยนงานแบบถี่ ๆ มากจนเกินไป อาจจะทำให้ทาง HR เกิดคำถามเรื่องความต่อเนื่องในการทำงานของคุณ
9. งานอดิเรกที่ไม่เสริมภาพลักษณ์
ควรเน้นเฉพาะกิจกรรมที่สะท้อนถึงทักษะหรือบุคลิกเชิงบวกของคุณเท่านั้น ส่วนงานอดิเรกที่ไม่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ไม่ควรระบุลงไป
10. คำคุณศัพท์แบบลอย ๆ ไม่มีหลักฐาน
คำคุณศัพท์แบบลอย ๆ ที่นับได้ว่าไม่มีหลักฐาน อย่างเช่น “ขยันมาก ๆ” หรือ “ทำงานเก่ง” โดยที่ไม่มีผลงานรองรับหรือการันตี เป็นต้น
เรซูเม่สมัครงาน แบบไหนที่ทางเราไม่แนะนำ
ใช้ค่าพลังเพื่อที่จะวัด Skills ซึ่งการให้คะแนนทักษะแบบเป็นเปอร์เซ็นต์หรือแถบพลังอาจจะไม่สะท้อนถึงความสามารถที่แท้จริง
การใช้อีเมลที่ไม่เป็นทางการ อีเมลที่ดูไม่เป็นมืออาชีพย่อมลดความน่าเชื่อถือของผู้สมัครงานได้
มีการใช้รูปที่ไม่เหมาะสม ภายใน เรซูเม่สมัครงาน นั้น ควรใช้รูปที่สุภาพ ดูเป็นทางการ และควรมีความเหมาะสมกับการสมัครงาน
เรซูเม่สมัครงานที่มีความยาวเกิน 2 – 3 หน้า เนื้อหาภายในเรซูเม่ที่ดูยาวเกินไป อาจจะทำให้ทาง HR ต้องใช้ระยะเวลาในการคัดกรองมากยิ่งขึ้น
มีการใช้ Template ที่สวยงามแต่ไม่เหมาะสมกับระบบ ATS โดยเฉพาะเรซูเม่ที่มีความซับซ้อนอาจจะทำให้ระบบอ่านข้อมูลไม่ได้ในที่สุด
ระบุหรือเขียนหน้าที่งานแบบกว้าง ๆ และไม่มีผลงาน ควรระบุผลลัพธ์หรือความสำเร็จที่มีความชัดเจนจากการทำงานเป็นหลักเท่านั้น
ระบุหรือใส่ข้อมูลซ้ำซ้อนกันหลายจุด ข้อมูลที่ซ้ำกันจะทำให้ เรซูเม่สมัครงาน ดูยืดเยื้อและไม่น่าสนใจอีกต่อไป
มีการใช้คำที่เกินจริง แต่ถือได้ว่าไม่มีหลักฐาน ควรมีผลงานต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งข้อมูลสนับสนุนคำอธิบายภายในเรซูเม่ทั้งหมด
เรซูเม่ไม่ควรปรับตามตำแหน่งที่สมัครงาน ควรปรับเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกับงานที่คุณต้องการเท่านั้น
มีการใช้ภาษาพูดหรือภาษาสไตล์โซเชียล ภายใน เรซูเม่สมัครงาน ควรใช้ภาษาทางการเพื่อแสดงถึงความเป็นมืออาชีพ
ไฟล์เรซูเม่มีการตั้งชื่อที่ไม่เป็นมืออาชีพ การใช้ชื่อไฟล์ควรมีความชัดเจนเสมอ อย่างเช่น ชื่อ – นามสกุล และ ตำแหน่งงานที่คุณสมัคร
ทำความเข้าใจกันก่อน Resume แบบ ATS คืออะไรกันแน่?
Resume แบบ ATS หรือ Applicant Tracking System นับได้ว่าเป็น เรซูเม่สมัครงาน ที่ถูกออกแบบให้ระบบคัดกรองผู้สมัครแบบอัตโนมัติของบริษัท ซึ่งสามารถอ่านและทำการประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ ได้ที่เรซูเม่ควรใช้โครงสร้างเรียบง่าย ไม่มีกราฟิกซับซ้อน ไม่มีตารางหรือไอคอนเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญควรใส่คีย์เวิร์ดจากประกาศงาน หรือ Job Description เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสให้ระบบได้คัดเลือกเรซูเม่เข้าสู่ขั้นตอนในการพิจารณาของ HR ต่อไป
วิธีทำเรซูเม่สมัครงานเพื่อให้โดนใจระบบ ATS
ใช้ Keyword จากประกาศงานให้ตรงที่สุด
ควรใช้คีย์เวิร์ดจากประกาศงานให้ตรงที่สุด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ระบบ ATS ได้ทำการตรวจจับทักษะพร้อมทั้งประสบการณ์ที่ตรงกับตำแหน่งงาน
ควรใช้โครงสร้างเรซูเม่แบบมาตรฐาน
ควรใช้โครงสร้างเรซูเม่มาตรฐานเพื่อจัดลำดับข้อมูลที่ชัดเจน อย่างเช่น ประสบการณ์ในการทำงาน, การศึกษาและทักษะ
ควรเลี่ยงการใช้กราฟิก ตาราง ไอคอนต่าง ๆ
ควรเลี่ยงการใช้กราฟิก ตาราง และไอคอนต่าง ๆ เพราะองค์ประกอบเหล่านี้จะส่งผลทำให้ระบบ ATS อ่านข้อมูลผิดพลาดในที่สุด
ควรใช้ฟอนต์มาตรฐานที่อ่านง่าย
การเลือกใช้ฟอนต์มาตรฐานที่อ่านง่าย อย่างเช่น Arial, Calibri เป็นต้น เมื่อ เรซูเม่สมัครงาน ดูดีและอ่านใจ จะทำให้ถูกใจระบบ ATS
ควรเขียนประสบการณ์ทำงานแบบข้อความตรงไปตรงมา
การเขียนประสบการณ์ในการทำงานเป็นข้อความแบบตรงไปตรงมา พร้อมทั้งระบุหน้าที่และผลงานแบบชัดเจน จะช่วยทำให้เรซูเม่ของคุณดูดีและเป็นที่โดนใจระบบ ATS
ควรใส่ทักษะข้อความและไม่ควรใช้ค่าพลัง
การใส่ทักษะข้อความและไม่ใช้ค่าพลัง จะช่วยให้ระบบ ATS สามารถอ่านข้อมูลและจัดหมวดหมู่ทักษะได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น
ควรใช้ไฟล์ PDF หรือ .docx ที่ไม่ล็อก
ทางที่ดี ควรเลือกใช้ไฟล์ PDF หรือ .docx ที่ไม่ล็อก เพราะจะช่วยให้ระบบและ HR สามารถเปิดอ่านเรซูเม่ของคุณได้อย่างสะดวก
ชื่อไฟล์เรซูเม่ควรเป็นชื่อแบบทางการ
การใช้ชื่อไฟล์เรซูเม่นั้นควรเป็นแบบทางการ อย่างเช่น ชื่อ – นามสกุล_ตำแหน่งงาน
ควรใส่ข้อมูลติดต่อเป็น Text แบบปกติเท่านั้น และไม่ควรใช้คำย่อภายในเรซูเม่
ควรใส่ข้อมูลติดต่อแบบเป็น Text ปกติเท่านั้น ไม่ควรทำเป็นรูปแบบเพื่อที่จะทำให้ระบบ ATS สามารถตรวจจับและอ่านได้ง่ายขึ้น และไม่ควรใช้คำย่อที่ระบบอาจจะไม่เข้าใจ ควรใช้เฉพาะคำเต็มหรือเฉพาะคำที่เป็นมาตรฐานในสายงานเท่านั้น
ควรปรับเรซูเม่ใหม่ทุกครั้งที่สมัครงาน และควรทดสอบ ATS ก่อนส่ง
ควรปรับเรซูเม่ใหม่ทุกครั้งที่คุณสมัครงาน เพื่อให้เนื้อหาตรงกับตำแหน่งงานและความต้องการของทางบริษัท และควรทดสอบ ATS ก่อนส่งจริงทุกครั้ง เพื่อที่จะตรวจสอบว่า เรซูเม่สมัครงาน ของคุณสามารถผ่านการอ่านของระบบได้อย่างครบถ้วนหรือไม่
ตัวอย่าง เรซูเม่สมัครงาน สำหรับนักศึกษาจบใหม่
ควรเน้นเขียนส่วนสรุปให้ดูน่าสนใจ
ควรเน้นเขียนประวัติการศึกษาและทักษะความสามารถ
นำเสนอในส่วนของกิจกรรมและรางวัลที่ได้รับในระหว่างเรียน
ควรใส่ข้อมูลฝึกงานพร้อมทั้งการทำงานพิเศษ
ควรเขียนให้มีความเหมาะสมกับตำแหน่งที่คุณจะสมัครงาน
ตัวอย่าง เรซูเม่สมัครงานโดยทั่วไป
สำหรับ ตัวอย่าง เรซูเม่สมัครงาน โดยทั่วไปนั้น ควรเลือกใช้โทนสีแบบเรียบง่าย ดูดีแบบเป็นทางการ และควรหลีกเลี่ยงการใช้สีฉูดฉาดหรือสีที่มีลักษณะโดดเด่นมากจนเกินไป เพื่อให้เอกสารเรซูเม่ของคุณนั้นดูสุภาพ อ่านง่าย และมีความเป็นมืออาชีพ ถ้าต้องการอยากจะใช้เส้นคั่นเพื่อที่จะแบ่งหัวข้อ ควรเลือกใช้เฉพาะเส้นบาง ๆ ที่เป็นสีเรียบ เพื่อที่จะช่วยจัดระเบียบข้อมูลต่าง ๆ ให้ดูชัดเจน เน้นความเรียบง่าย สะอาดตา และอ่านได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งจะช่วยให้ทาง HR สามารถมองเห็นข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว
ตัวอย่าง เรซูเม่สมัครงาน สายงานครีเอทีฟ
สำหรับตัวอย่าง เรซูเม่สมัครงาน สายงานครีเอทีฟนั้น ควรใช้การออกแบบเชิงสร้างสรรค์และมีความโดดเด่น เพื่อที่จะสะท้อนทักษะทางด้านการดีไซน์และความคิดสร้างสรรค์ของผู้สมัครโดยตรง สามารถเลือกใช้สีพร้อมทั้งองค์ประกอบกราฟิกที่น่าสนใจได้ แต่ควรรักษาความเป็นมืออาชีพพร้อมทั้งความสมดุลของการออกแบบควบคู่กันไป
นอกจากนี้ ควรจัดวางเลย์เอาต์ต่าง ๆ ให้ดูแปลกและแตกต่างแต่ยังคงสามารถอ่านได้ง่าย เพื่อให้ทาง HR ได้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถผ่านการสื่อสารด้วยข้อมูลที่มีความชัดเจน
ตัวอย่าง เรซูเม่ สำหรับหัวหน้างานและผู้จัดการ
ตัวอย่างเรซูเม่ใช้สมัครงานสำหรับตำแหน่งหัวหน้างานหรือผู้จัดการนั้น ควรเน้นประสบการณ์ในการทำงานและความสามารถทางด้านการบริหารทีมเป็นหลัก พร้อมทั้งนำเสนอผลงานที่สามารถวัดผลได้จริงเท่านั้น โดยโครงสร้างของเรซูเม่ควรนำเสนอในส่วนของความสำเร็จทางด้านการทำงานที่ผ่านมา อย่างเช่น การเพิ่มยอดขายและการพัฒนาทีม หรือแม้กระทั่งในส่วนของการปรับปรุงกระบวนการในการทำงาน เพื่อที่จะสะท้อนทักษะความเป็นผู้นำ การวางกลยุทธ์ต่าง ๆ และการตัดสินใจ
และนอกจากนี้ยังคงระบุบทบาทผ่านการบริหารทีม ขนาดของทีมที่เคยดูแล และผลลัพธ์ของโครงการสำคัญแบบชัดเจน เพื่อให้ทางผู้คัดเลือกได้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการและการสร้างผลลัพธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับองค์กร
ตัวอย่าง เรซูเม่สำหรับผู้บริหารระดับสูง
สำหรับ ตัวอย่าง เรซูเม่สมัครงาน สำหรับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงนั้น ควรเน้นเฉพาะวิสัยทัศน์ในการบริหาร พร้อมทั้งกลยุทธ์ทางธุรกิจและผลลัพธ์ที่สร้างผลกระทบต่อองค์กรในระดับใหญ่ ซึ่งโครงสร้างเรมูเม่นั้นมักจะเริ่มต้นด้วย Executive Summary เพื่อที่จะสรุปประสบการณ์ทางด้านการบริหาร ความเชี่ยวชาญภายในอุตสาหกรรมและความสำเร็จที่สำคัญ
หลังจากนั้นให้นำเสนอเฉพาะผลงานเชิงกลยุทธ์ อย่างเช่น การขยายธุรกิจ การเพิ่มรายได้ การปรับโครงสร้างองค์กรโดยตรง หรืออาจจะเป็นในส่วนของการนำองค์กรให้เติบโตได้ในระยะยาว พร้อมทั้งระบุบทบาทในการตัดสินใจระดับองค์กร การบริหารทีมขนาดใหญ่ และการกำหนดทิศทางทางธุรกิจ เป็นต้น เพื่อที่จะสะท้อนถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนองค์กร และการสร้างผลลัพธ์ในระดับผู้บริหาร
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยในการเขียนเรซูเม่สมัครงาน
1. ใช้แค่เรซูเม่เดียวเพื่อสมัครงานทุกงาน
การไม่ปรับเรซูเม่สมัครงานให้ตรงกับตำแหน่งงานหรือบริษัทที่สมัครงาน อาจจะทำให้เนื้อหาของเรซูเม่ไม่มีความสอดคล้องกับความต้องการของงานโดยตรง
2. เขียนเรซูเม่ยาวเกินไป
รายละเอียดภายในเรซูเม่หากยาวมากจนเกินจำเป็น อาจจะส่งผลทำให้เรซูเม่ดูไม่น่าสนใจและอ่านได้ยาก ทาง HR อาจจะมองไม่เห็นถึงข้อมูลที่สำคัญ
3. ไม่มีตัวเลขของผลงาน
การไม่ระบุถึงผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้ อย่างเช่น เปอร์เซ็นต์ยอดขายหรือจำนวนโปรเจกต์ที่คุณเคยรับผิดชอบ อาจจะทำให้ผลงานของคุณดูไม่ชัดเจน
4. ใช้ภาษาทั่วไปและไม่เฉพาะเจาะจง
การใช้ภาษาหรือคำแบบกว้าง ๆ อย่างเช่น “ดูแลงานในหลาย ๆ ด้าน” โดยที่ไม่ได้อธิบายถึงรายละเอียด ส่งผลทำให้ไม่เห็นถึงบทบาทของคุณอย่างแท้จริง
5. พิมพ์ผิด
ตัวอย่าง เรซูเม่สมัครงาน ไทยที่มีข้อผิดพลาด ก็คือ มีการสะกดคำผิดหรือใช้ภาษาแบบผิดรูปแบบ อาจจะทำให้เรซูเม่ดูไม่เป็นมืออาชีพ
ในเรซูเม่จำเป็นจะต้องใส่รูปภาพไหม?
การใส่รูปถ่ายลงในเรซูเม่นั้น ควรพิจารณาถึงลักษณะของตำแหน่งงานที่คุณสมัคร โดยสำหรับงานที่เน้นทักษะแบบเฉพาะทางหรืองานออฟฟิศ การใส่รูปถ่ายลงไปอาจจะไม่จำเป็น เนื่องจากผู้ว่าจ้างงานมักจะให้ความสำคัญในเรื่องของประสบการณ์ ทักษะและผลงานเป็นหลักมากกว่า
แต่สำหรับตำแหน่งงานที่จำเป็นจะต้องพบปะผู้คน อย่างเช่น งานบริการ งานขายบ หรือพนักงานต้อนรับ อาจจะต้องใส่รูปถ่ายเพราะจะช่วยให้ผู้ว่าจ้างสามารถพิจารณาได้ถึงบุคลิกภาพควบคู่กับความสามารถ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทางผู้สมัครงานจะต้องมีรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นเสมอไป แต่ควรใช้รูปถ่ายที่ดูสุภาพ มีความน่าเชื่อถือ พร้อมทั้งมีภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับการเป็นตัวแทนขององค์กร
ปัจจุบันสามารถทำเรซูเม่สมัครงานได้ที่ไหนบ้าง?
ในปัจจุบันนับได้ว่ามีเว็บไซต์พร้อมทั้งแอปสำหรับสร้างหรือจัดทำเรซูเม่ให้เลือกใช้อย่างมากมาย พร้อมเทมเพลตที่มีหลากหลายสไตล์ที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ ซึ่งจะช่วยให้การจัดทำ เรซูเม่สมัครงาน สะดวกสบายและดูเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น หากใครกำลังเตรียมสมัครงานและอยากจะทำเรซูเม่ของตนเอง สามารถทดลองดูเครื่องมือยอดนิยมดังต่อไปนี้
Canva
Canva นับได้ว่าเป็นเครื่องมือออกแบบที่ใช้งานได้ง่าย มีเทมเพลตเรซูเม่สวยงามหลากหลายรูปแบบด้วยกัน และสามารถปรับแต่งเลย์เอาต์ ฟอนต์ และสีสันได้อย่างอิสระ
Resume Builder, CV Maker
เน้นไปที่การสร้างเรซูเม่สมัครงานแบบมืออาชีพ พร้อมทั้งมีคำแนะนำในการเขียนแต่ละส่วนให้ด้วย
Resume Builder
สำหรับ Resume Builder นั้น จะมีระบบช่วยเขียนอัตโนมัติ ทำให้สามารถใช้งานได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นทำเรซูเม่โดยตรง
CV Maker Resume Builder and Editor
นับได้ว่าเป็นเครื่องมือแก้ไขที่มีความยืดหยุ่นอย่างมาก พร้อมมีตัวอย่างเนื้อหาให้ใช้เพื่อเป็นแนวทาง
CV Maker – Resume Template
มีเทมเพลตที่ออกแบบเฉพาะตามสายอาชีพ ซึ่งจะช่วยให้เรซูเม่ที่ถูกออกแบบมานั้นตรงกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครได้มากยิ่งขึ้น
Resume.in.th
นับได้ว่าเป็นเว็บไซต์สัญชาติไทยที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับตลาดงานภายในประเทศไทยโดยตรง
Resume.com
ทางเว็บไซต์นับได้ว่ามีฟีเจอร์แชร์เรซูเม่แบบออนไลน์ พร้อมทั้งมีระบบช่วยติดตามการสมัครงาน
Wix
ถือได้ว่าเป็นแพลตฟอร์มในการสร้างเว็บไซต์ที่สามารถจัดทำโปรไฟล์หรือเรซูเม่แบบออนไลน์ได้ด้วย ทำให้เหมาะสมกับสายงานที่ต้องการแสดงตัวตนเป็นสำคัญ
Novoresume
มีความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ที่ทันสมัย พร้อมทั้งมีระบบการวิเคราะห์คุณภาพเรซูเม่ภายในตัว
Hloom
มีเทมเพลตที่ผ่านการทดสอบกับ HR ทำให้เหมาะสมกับหลาย ๆ อุตสาหกรรม
ResumeCoach
ResumeCoach มักจะมีระบบโค้ชที่ช่วยแนะนำการเขียนเรซูเม่แบบทีละขั้นตอนด้วย ส่งผลทำให้ทำการเรซูเม่ง่ายขึ้นมาก
Resume-Now
นับได้ว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างเรซูเม่ที่ปรับเนื้อหาให้มีความเหมาะสมกับแต่ละสายงาน
My Perfect Resume
มาพร้อมกับระบบแนะนำการเขียนเพื่อให้ตรงกับตำแหน่งงานต่าง ๆ พร้อมให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงอีกด้วย
เมื่อคุณสร้างเรซูเม่เสร็จแล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อมา ก็คือ การนำไปใช้สมัครงานกับบริษัทที่ใช่สำหรับคุณโดยสามารถทำการอัปโหลดเรซูเม่และสมัครสมาชิกเว็บไซต์ Rongram Job พร้อมทั้งสร้างโปรไฟล์ฝากประวัติ เพื่อให้ทาง HR ค้นหาโปรไฟล์ของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถทำการค้นหาตำแหน่งงานใหม่ ๆ จากหลายบริษัทได้ในที่เดียว เพื่อที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เรซูเม่ของคุณถูกมองเห็นและได้รับโอกาสในการถูกเรียกสัมภาษณ์งานได้เร็วยิ่งขึ้น
คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับ เรซูเม่สมัครงาน (FAQ)
ปัจจุบันมีฟอร์มเรซูเม่สมัครงานฟรีไหม?
ปัจจุบันนับได้ว่ามีฟอร์มตัวอย่างเรซูเม่ภาษาไทยฟรีให้เลือกใช้งานเป็นจำนวนมาก ทั้งจากเว็บไซต์และแอปสร้างเรซูเม่ อย่างเช่น Canva หรือเว็บไซต์จัดทำเรซูเม่ในรูปออนไลน์ต่าง ๆ ซึ่งนับได้ว่ามีเทมเพลตสำเร็จรูปที่จะช่วยโครงสร้างข้อมูลให้ดูเป็นมืออาชีพ โดยผู้สมัครงานสามารถทำการกรอกข้อมูลส่วนตัว ประสบการณ์ พร้อมทั้งทักษะต่าง ๆ ลงไปได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งรูปแบบ สีสัน และเลย์เอาต์ให้มีความเหมาะสมกับสายงานได้ตามความต้องการ
เรซูเม่สมัครงานสำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน เขียนอย่างไร?
หากคุณยังไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน สามารถเน้นประวัติการศึกษา ทักษะต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายงาน พร้อมทั้งกิจกรรมต่าง ๆ ที่คุณเคยทำ อย่างเช่น โปรเจกต์ที่คุณได้ทำในมหาวิทยาลัย งานอาสาสมัครในรูปแบบต่าง ๆ การฝึกอบรมต่าง ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ควรระบุทักษะที่ใช้ได้จริง อย่างเช่น การใช้โปรแกรม การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม เป็นต้น รวมไปถึงจุดมุ่งหมายในการทำงาน เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจและศักยภาพในการพัฒนา
การฝึกงานนับว่าเป็นประสบการณ์ในเรซูเม่หรือไม่?
การฝึกงาน สามารถนับเป็นประสบการณ์ที่ระบุลงในเรซูเม่ได้ โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาหรือผู้ที่เพิ่งจบการศึกษาใหม่ ๆ เพราะจะช่วยแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครเคยมีประสบการณ์ทำงานจริงในสภาพแวดล้อมองค์กร เพราะฉะนั้นสามารถระบุหน้าที่ที่รับผิดชอบ ทักษะที่ได้เรียนรู้ พร้อมทั้งผลงานที่ได้ทำในระหว่างการฝึกงานลงในเรซูเม่ได้ทั้งหมด เพื่อช่วยให้ทาง HR ได้เห็นศักยภาพและความพร้อมในการทำงานได้มากยิ่งขึ้น
หากส่งเรซูเม่ทางอีเมล ควรเขียนอะไรแนบไปด้วย?
หากคุณต้องการอยากจะส่งเรซูเม่ทางอีเมล ควรเขียนข้อความแนะนำตัวแบบนั้น ๆ หรือ Cover Email เพื่อที่จะบอกตำแหน่งงานที่คุณต้องการสมัครพร้อมเหตุผลที่คุณสนใจ และสรุปจุดเด่นของตนเอง พร้อมทั้งระบุด้วยว่ามีเรซูเม่หรือเอกสารประกอบแนบมาในครั้งนี้ด้วย การเขียนอีเมลที่สุภาพ กระชับ และมีความชัดเจน จะช่วยสร้างความประทับใจครั้งแรกให้กับ HR ได้มากยิ่งขึ้น
สรุป
เรซูเม่ นับได้ว่าเป็นเอกสารที่รวบรวมข้อมูลสำคัญของผู้สมัครงานโดยตรง ซึ่งรูปแบบในการจัดทำ เรซูเม่สมัครงาน นั้นไม่มีข้อบังคับแต่อย่างใด ผู้จัดทำเรซูเม่สามารถนำเสนอรูปแบบที่แตกต่างหรือตามสไตล์ของตนเองได้ ซึ่งการจัดทำเรซูเม่ให้มีประสิทธิภาพนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใส่ข้อมูลต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร และไม่ควรระบุข้อมูลเท็จ, ข้อมูลที่ไม่สุภาพ, อีเมลที่ไม่เป็นทางการและรูปภาพที่ไม่เหมาะสม
สำหรับท่านใดที่กำลังค้นหางาน ต้องการอยากจะสมัครงานและได้ทำเรซูเม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมค้นหางานดี ๆ ได้ที่ Rongram Job เว็บไซต์ที่จะช่วยให้คุณค้นหางานและสมัครงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็น งานโรงแรม งานโรงแรมภูเก็ต หรืองานโรงแรมระดับชั้นนำต่าง ๆ รวมไปถึงคุณสามารถสมัครงานกรุงเทพ สมัครงานปทุมธานี หางานระยอง หางานเชียงใหม่ โดยที่คุณสามารถค้นหางานตามทำเลที่คุณต้องการได้เลย และยังสามารถกำหนดหรือเปรียบเทียบระหว่างช่วงเงินเดือนได้อย่างชัดเจนอีกด้วยค่ะ
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว
บทความที่เกี่ยวข้อง

นิติกร คืออะไร? พร้อมเจาะลึกหน้าที่ ทักษะ และเส้นทางอาชีพ

mbti คืออะไร? รู้ประโยชน์และอาชีพที่เหมาะกับบุคลิกภาพทั้ง 16 แบบ

cv คืออะไร? ต่างจาก Resume อย่างไร เฉลยวิธีการเขียน CV พร้อมตัวอย่าง

