นิติกร คืออะไร? พร้อมเจาะลึกหน้าที่ ทักษะ และเส้นทางอาชีพ
สมัครงาน

นิติกร คืออะไร? พร้อมเจาะลึกหน้าที่ ทักษะ และเส้นทางอาชีพ

Joy writer
7 เมษายน 2569
4 นาทีในการอ่าน
206 ครั้ง
นิติกร คือ

สำหรับโลกการทำงานในยุคปัจจุบัน กฎหมายนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชน หรือแม้กระทั่งองค์กรขนาดเล็กต่าง ๆ ล้วนแล้วต้องดำเนินงานภายใต้กรอบของกฎหมายที่มีความชัดเจนและรัดกุม หากขาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายมาคอยดูแล องค์กรอาจจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งในด้านของคดีความ ภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือ และหนึ่งในตำแหน่งงานที่มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นั่นก็คือ นิติกร ผู้ที่ทำหน้าที่คอยเป็นที่ปรึกษาทางด้านกฎหมายประจำองค์กร คอยทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับ รวมไปถึงสัญญาและระเบียบพร้อมทั้งขั้นตอนต่าง ๆ ในการดำเนินงานเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และถึงแม้ว่าหลาย ๆ คนจะคุ้นเคยกับคำว่า “ทนายความ” มากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น งานนิติกรนับได้ว่ามีลักษณะเฉพาะตัว พร้อมทั้งมีบทบาทที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะภายในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรขนาดใหญ่ โดยในบทความนี้ Rongram Job จะขอทำหน้าที่นำพาทุกท่านไปทำความเข้าใจอย่างละเอียด ว่างาน นิติกร คือ อะไร? ตำแหน่งงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในด้านใดบ้าง และจำเป็นจะต้องมีทักษะใดบ้างจึงจะประสบความสำเร็จในสายงานนี้ ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมกันได้เลยค่ะ

นิติกร คืออะไร?

สำหรับตำแหน่งงาน นิติกร คือ สายงานทางด้านกฎหมายที่คอยทำหน้าที่ให้คำปรึกษา คอยวิเคราะห์และตรวจสอบ พร้อมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับข้อกฎหมายภายในองค์กรโดยตรง เพื่อให้การบริหารงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

โดยทั่วไปแล้วนิติกรจะปฏิบัติงานในเชิงลักษณะ “เป็นที่ปรึกษาภายใน” คอยทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและสัญญาต่าง ๆ รวมไปถึงหนังสือราชการ ข้อบังคับและประกาศทุกฉบับก่อนที่จะเผยแพร่หรือมีการบังคับใช้ และยังให้ความเห็นทางกฎหมายแก่กลุ่มผู้บริหารเพื่อประกอบการตัดสินใจ ซึ่งบทบาทของนิติกรไม่ได้จำกัดแค่เพียงการตีความตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่จะยังรวมไปถึงการวิเคราะห์ความเสี่ยง การจัดทำร่างสัญญาต่าง ๆ การดำเนินการทางวินัย และการพิจารณาข้อร้องเรียน รวมไปถึงการประสานงานกับหน่วยงานภายนอกสำหรับในกรณีที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้น

ในภาคราชการ นิติกรจะมีบทบาทสำคัญในการกลั่นกรองความถูกต้องของคำสั่งทางด้านการปกครอง และคอยดูแลการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน

ในภาคเอกชน นิติกร คือ ผู้ที่ทำหน้าที่รับผิดชอบงานด้านสัญญาธุรกิจ กฎหมายแรงงาน กฎหมายบริษัท และคอยทำหน้าที่กำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของรัฐโดยตรง

หน่วยงานใดบ้างที่จำเป็นจะต้องมีตำแหน่งนิติกร

เนื่องจากตำแหน่งนิติกรสามารถพบได้ในหลายประเภทองค์กร ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาครัฐและเอกชน โดยลักษณะงานอาจจะมีความแตกต่างกันออกไปตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ดังต่อไปนี้

1. หน่วยงานราชการส่วนกลาง

หน่วยงานแรกที่จำเป็นจะต้องมีตำแหน่ง นิติกร คือ หน่วยงานราชการส่วนกลาง อย่างเช่น กระทรวง ทบวง กรม หน่วยงานภายในสังกัด ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐ การออกระเบียบและคำสั่ง และการดำเนินคดีปกครอง

2. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล โดย นิติกร คือ ผู้ที่ที่ดูแลด้านข้อบัญญัติท้องถิ่น สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง และข้อร้องเรียนของประชาชน เป็นต้น

3. รัฐวิสาหกิจ

นับได้ว่าเป็นองค์กรที่ดำเนินกิจการในเชิงธุรกิจภายใต้การกำกับของรัฐโดยตรง ส่งผลทำให้จำเป็นจะต้องมีนิติกรเพื่อดูแลสัญญาทางการค้าและการเจรจาทางธุรกิจ พร้อมทั้งข้อพิพาทกับคู่สัญญา

4. มหาวิทยาลัยกับสถานศึกษา

นิติกร คือ ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลข้อบังคับภายใน ระเบียบทางวินัย พร้อมทั้งการดำเนินการทางด้านกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องกับบุคลากรและนักศึกษานั่นเอง

5. บริษัทเอกชน

โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่ มักจะต้องมีฝ่ายกฎหมายหรือนิติกรประจำขององค์กร เพื่อที่จะดูแลสัญญาธุรกิจ กฎหมายแรงงาน และการกำกับดูแลกิจการให้เป็นไปตามกฎหมาย นั่นเอง

สายการเรียนที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่อยากจะเป็นนิติกร

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะประกอบอาชีพเป็นนิติกร ควรเริ่มต้นวางแผนเส้นทางการศึกษาที่มีความสอดคล้องกับสายงานกฎหมายตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษา ถึงแม้ว่าในช่วงมัธยมปลายจะยังไม่มีสาขา “นิติศาสตร์” แต่การเลือกแผนการเรียนที่มุ่งเน้นไปทางด้านภาษาและสังคมศาสตร์นั้น ถือได้ว่าเป็นการวางรากฐานที่ดี ซึ่งการเริ่มต้นวางแผนเรียนศิลป์-ภาษา หรือ ศิลป์-สังคม นับได้ว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเน้นทักษะการอ่าน-เขียน การวิเคราะห์ และการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาทางด้านสังคม ซึ่งนับได้ว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนกฎหมายนั่นเอง

นอกจากนี้แล้ว ความสามารถทางด้านภาษาไทยก็นับได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากการร่างเอกสารทางด้านกฎหมายจำเป็นจะต้องใช้ถ้อยคำต่าง ๆ ที่ถูกต้อง ชัดเจน และจะต้องมีความรัดกุม เมื่อเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา ผู้ที่ต้องการอยากจะเป็นนิติกรจำเป็นจะต้องศึกษาต่อใน คณะนิติศาสตร์ และจะต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์ โดยเนื้อหาการเรียนจะครอบคลุมทั้งกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา กฎหมายปกครอง และกฎหมายเฉพาะทางอื่น ๆ ซึ่งทุกอย่างเหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการทำงานจริง ๆ ในอนาคต ส่วนผู้ที่ต้องการเพิ่มโอกาสและความก้าวหน้า อาจจะศึกษาต่อในระดับปริญญาโททางด้านกฎหมายหรืออบรมหลักสูตรเฉพาะทาง อย่างเช่น กฎหมายแรงงาน, กฎหมายธุรกิจ, กฎหมายปกครอง เป็นต้น ซึ่งการมีใบอนุญาตว่าความไม่ใช่ข้อบังคับ แต่นับได้ว่าเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมที่จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น

รวมคุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัครงานนิติกร

สำหรับหลาย ๆ ท่านที่กำลังศึกษาด้านกฎหมายอาจจะเกิดคำถามในใจว่า นิติกร คือ อะไร และจำเป็นจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไรบ้างถึงจะสมัครงานตำแหน่งนี้ได้ โดยทางเรา Rongram Job ขอสรุปเป็นข้อ ๆ ดังนี้

1. วุฒิการศึกษา

  • ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขานิติศาสตร์โดยตรง

  • บางหน่วยงานอาจจะมีการพิจารณาผู้ที่มีใบอนุญาตว่าความเป็นพิเศษร่วมด้วย

2. ความรู้ทางด้านกฎหมาย

  • จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

  • จำเป็นจะต้องมีความรู้ทางด้านกฎหมายปกครอง กฎหมายแรงงาน และกฎหมายเฉพาะทางตามลักษณะของงาน

3. ทักษะในการวิเคราะห์

  • สามารถตีความตัวบทกฎหมายได้ถูกต้อง

  • สามารถวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตลอดจนเชื่อมโยงกับข้อกฎหมายได้อย่างเป็นระบบ

4. ทักษะในการเขียนและร่างเอกสาร

  • สามารถร่างสัญญา หนังสือราชการ และคำสั่งต่าง ๆ ได้อย่างรัดกุม

  • สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นทางการ

5. ความละเอียดรอบคอบ

  • สามารถตรวจสอบข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ

  • สามารถลดความผิดพลาดที่อาจจะส่งผลทางกฎหมายได้ในภายหลัง

6. จริยธรรมวิชาชีพ

  • ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริต

  • ควรรักษาความลับขององค์กร

หน้าที่หลักของนิติกรภายในองค์กร

หน้าที่หลัก ๆ ของ นิติกร คือ ดูแลทางด้านกฎหมายขององค์กร ซึ่งสามารถสรุปหน้าที่หลักของนิติกรภายในองค์กรออกเป็นข้อ ๆ ได้ดังต่อไปนี้

ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย

สำหรับหน้าที่หลักของนิติกรภายในองค์กร หน้าที่แรกที่เราจะกล่าวถึง นั่นก็คือ ให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมาย โดยจะต้องวิเคราะห์ข้อกฎหมายต่าง ๆ และให้ความเห็นแก่คณะผู้บริหารหรือหน่วยงานภายใน เพื่อให้ดำเนินงานเป็นไปได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ร่างและคอยตรวจสอบสัญญาและเอกสารต่าง ๆ

อีกหนึ่งหน้าที่ของ นิติกร คือ คอยร่าง จัดทำ และตรวจสอบสัญญาทางธุรกิจ รวมไปถึงสัญญาจ้างและข้อตกลงต่าง ๆ ที่นับได้ว่าเป็นเอกสารสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายและข้อบังคับ เพื่อป้องกันความเสียหายทางด้านกฎหมายนั่นเอง

คอยตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร

ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองคำสั่ง เช็กตรวจดูเรื่องระเบียบและประกาศ หรือแม้กระทั่งในส่วนของหนังสือราชการต่าง ๆ ให้มีลักษณะเป็นไปตามกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้อง

ดำเนินการด้านวินัยและข้อร้องเรียน

มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะต้องพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนทางด้านกฎหมายในกรณีที่มีข้อพิพาทภายในองค์กรโดยตรง

ประสานงานทางด้านคดีความ

หากพบว่ามีการฟ้องร้อง อีกหนึ่งหน้าที่ของ นิติกร คือ ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ เอกสารที่เกี่ยวข้อง และทำหน้าที่ประสานงานกับทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

คอยติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย

นิติกรจะต้องศึกษากฎหมายใหม่หรือกฎหมายที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม เปรียบเสมือนเป็นการอัปเดตข้อมูลทางด้านกฎหมายใหม่ และนำมาปรับใช้ภายในองค์กรอย่างเหมาะสม

นิติกรจำเป็นจะต้องว่าความในศาลหรือไม่?

อีกหนึ่งคำถามที่พบได้บ่อย นั่นก็คือ นิติกรจำเป็นจะต้องทำหน้าที่ขึ้นศาลหรือว่าความด้วยตนเองหรือไม่ คำตอบ ก็คือ “ไม่เสมอไป” ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของหน่วยงานพร้อมทั้งข้อกำหนดทางด้านกฎหมายร่วมด้วย

ภายในหน่วยงานราชการบางแห่ง

นิติกรอาจจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดำเนินคดีแทนหน่วยงานโดยตรง โดยเฉพาะในส่วนของคดีปกครองหรือคดีที่มีความเกี่ยวข้องกับภารกิจขององค์กร อย่างไรก็ตาม หากเป็นคดีที่ต้องใช้ใบอนุญาตว่าความด้วยแล้ว นิติกรจำเป็นจะต้องมีใบอนุญาตว่าความจึงจะสามารถว่าความได้นั่นเอง  

ภายในภาคเอกชน

ส่วนใหญ่แล้ว นิติกร คือ ผู้ที่ทำหน้าที่ในการจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ที่สำคัญ พร้อมทั้งวางแนวทางคดี หลังจากนั้นจะมอบหมายให้กับทนายความภายนอกเพื่อเป็นผู้ว่าความภายในศาลต่อไป

โดยภาพรวมแล้ว หน้าที่หลัก ๆ ของนิติกรไม่จำเป็นจะต้องว่าความในศาล แต่ควรมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการพิจารณาคดี เพื่อที่จะสนับสนุนงานทางด้านกฎหมายได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพนั่นเอง

นิติกร กับ ทนายความ มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ถึงแม้ว่าทั้งสองอาชีพนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายเหมือน ๆ กัน แต่ในส่วนของลักษณะงานพร้อมทั้งขอบเขตหน้าที่การทำงานย่อมแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในส่วนของหน้าที่ของนิติกร มักจะเน้นงานภายในองค์กรเป็นหลักเสียมากกว่า โดยทางเราขอสรุปความแตกต่างระหว่างนิติกรกับทนายความแบบสั้น ๆ ดังนี้

ลักษณะการทำงาน

  • นิติกร : มักจะทำงานประจำภายในองค์กรเป็นหลัก

  • ทนายความ : มักจะทำงานแบบอิสระหรือสังกัดสำนักงานทนาย

บทบาทหลัก

  • นิติกร : ส่วนใหญ่จะให้คำปรึกษาและตรวจสอบกฎหมายภายใน

  • ทนายความ : มักจะว่าความและดำเนินคดีภายในศาล

การขึ้นศาล

  • นิติกร : อาจจะขึ้นศาลในนามของหน่วยงาน (สำหรับบางกรณี)

  • ทนายความ : มักจะขึ้นศาลเป็นหลักในการทำงาน

ใบอนุญาตว่าความ

  • นิติกร : ไม่จำเป็นในทุก ๆ กรณี

  • ทนายความ : จำเป็นจะต้องมีใบอนุญาตในการว่าความ

เป้าหมายในการทำงาน

  • นิติกร : เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางด้านกฎหมาย

  • ทนายความ : เพื่อแก้ไขข้อพิพาทและทำหน้าที่ต่อสู้คดี

ทักษะการตีความกฎหมายสำคัญอย่างไรสำหรับนิติกร?

เนื่องจากการตีความกฎหมายนับได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในด้านนี้ เพราะกฎหมายมักจะมีถ้อยคำที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และการมีทักษะนิติกรที่แข็งแกร่งจึงนับได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งสามารถอธิบายเป็นข้อ ๆ ดังนี้

1. ช่วยทำให้วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง

การตีความที่มีความแม่นยำจะทำให้สามารถเชื่อมโยงข้อเท็จจริงกับข้อกฎหมายต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม

2. ช่วยลดความเสี่ยงทางด้านกฎหมาย

หากนิติกรทำหน้าที่ตีความผิดพลาด องค์กรอาจจะต้องเผชิญคดีความหรือความเสียหายทางด้านการเงิน

3. ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร

ความคิดเห็นทางด้านกฎหมายที่มีความชัดเจน จะช่วยทำให้ผู้บริหารสามารถคิดวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและรวดเร็วยิ่งขึ้น

4. ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือขององค์กร

หากมีการดำเนินงานต่าง ๆ ที่มีความสอดคล้องกับกฎหมาย แสดงให้เห็นถึงความโปร่งและความเป็นมืออาชีพได้เป็นอย่างมาก

5. สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายใหม่

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องปรับตัวตามกฎหมายที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ทักษะในการตีความจะช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวได้รวดเร็วและทันท่วงที

บทบาทของนิติกรภายในองค์กรภาครัฐและเอกชน

นิติกร คือ กำลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรเพื่อให้ดำเนินงานภายใต้กรอบของกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นตำแหน่งงานทางด้านกฎหมายเหมือนกัน แต่บทบาทหน้าที่ของนิติกรภายในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนนั้น จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันออกไปตามภารกิจของแต่ละประเภทหน่วยงาน

องค์กรภาครัฐ

บทบาทของ นิติกร คือ ผู้ที่มีหน้าที่กลั่นกรองการใช้อำนาจทางการปกครอง คอยตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะเป็นในส่วนของคำสั่ง ระเบียบ หรือแม้กระทั่งในส่วนของประกาศต่าง ๆ รวมไปถึงให้ความคิดเห็นทางด้านกฎหมายต่อผู้บริหารก่อนจะมีการตัดสินใจในเชิงนโยบาย นอกจากนี้ นิติกรยังมีหน้าที่ดูแลการดำเนินคดีปกครอง คดีอาญา คดีแพ่ง ตลอดจนทำหน้าที่ในการพิจารณาข้อร้องเรียนของประชาชน เพื่อให้การปฏิบัติงานราชการเป็นไปตามหลักนิติธรรม

องค์กรเอกชน

บทบาทของ นิติกร คือ จะเน้นบทบาทในเชิงธุรกิจมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น การจัดทำและคอยตรวจสอบสัญญาทางการค้าในรูปแบบต่าง ๆ การให้คำปรึกษาทางด้านกฎหมายแรงงาน การดูแลการปฏิบัติกฎหมายของบริษัท การบริหารความเสี่ยงทางด้านกฎหมายที่อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และผลประกอบการขององค์กรโดยตรง เป็นต้น

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ทั้งสองภาคจะมีจุดร่วม คือ การทำหน้าที่ในเชิงป้องกัน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงข้อพิพาทและความเสียหายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต ด้วยเหตุนี้ นิติกรจึงไม่ใช่ผู้ที่ตีความทางด้านกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ปรึกษาในเชิงกลยุทธ์ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

รวมทักษะสำคัญที่นิติกรยุคใหม่ควรมี

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี กฎหมาย และรูปแบบธุรกิจ ส่งผลทำให้นิติกรยุคใหม่จำเป็นจะต้องพัฒนาทักษะให้มีความครอบคลุมมากกว่าความรู้ทางด้านกฎหมายเพียงแค่อย่างเดียว โดยทักษะสำคัญที่นิติกรยุคใหม่ควรมี มีดังนี้

1. ทักษะการวิเคราะห์และการแก้ปัญหา 

สามารถประเมินข้อเท็จจริง เชื่อมโรงเข้ากับข้อกฎหมาย และเสนอแนวทางในการแก้ไขที่เหมาะสมได้อย่างเป็นระบบ

2. ทักษะในการสื่อสาร 

สามารถอธิบายถึงประเด็นทางกฎหมายที่มีความซับซ้อนให้กับบุคลากรภายในองค์กรให้เข้าใจได้ง่าย รวมไปถึงสามารถสื่อสารด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรได้เป็นอย่างดี

3. ทักษะในการเจรจาต่อรอง

ควรมีความสามารถทางด้านการต่อรองเงื่อนไขสัญญาต่าง ๆ หรือสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ขององค์กรไว้ได้

4. ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและข้อมูลดิจิทัล  

ควรเข้าใจระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมทั้งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและความเสี่ยงทางด้านไซเบอร์

5. การบริหารเวลาและความละเอียดรอบคอบ

เนื่องจากงานกฎหมายต้องการความแม่นยำสูงมาก การจัดลำดับความสำคัญของเงานและเวลาจึงนับได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็น

เส้นทางความก้าวหน้าในสายงานนิติกร

สำหรับเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานกฎหมายสามารถเติบโตได้หลายรูปแบบด้วยกัน ทั้งในสายบริหาร สายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สำหรับผู้ที่มีความสนใจอยากจะสร้าง Legal Officer Career อย่างมั่นคง ควรเริ่มต้นสะสมประสบการณ์ในตำแหน่งงานนิติกรระดับต้น เพื่อที่จะเรียนรู้กระบวนการในการทำงานจริงแบบรอบด้าน ในภาครัฐ นิติกรสามารถเติบโตตามลำดับของตำแหน่ง และสำหรับในภาคเอกชน เส้นทางอาชีพนิติกรอาจจะพัฒนาไปสู่ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย หรือเป็นที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส โดยบางรายอาจจะต่อยอดโดยการเป็นที่ปรึกษาอิสระ เป็นต้น ซึ่งการศึกษาต่อระดับปริญญาโทรวมไปถึงการอบรมเฉพาะทางและการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ล้วนแล้วแต่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสความก้าวหน้าได้ในระยะยาว

รายได้และความมั่นคงของอาชีพนิติกร

เนื่องจากอาชีพ นิติกร คือ  สายงานทางด้านกฎหมายที่มีความมั่นคงค่อนข้างสูง ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนต่างก็จำเป็นจะต้องดำเนินงานภายใต้กรอบของกฎหมายทั้งหมด ทำให้มีความต้องการบุคลากรทางด้านนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่กฎหมายมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลง

รายได้นิติกรในภาครัฐ

สำหรับในหน่วยงานราชการนั้น รายได้มักจะอ้างอิงตามโครงสร้างเงินเดือนของข้าราชการหรือพนักงานราชการเป็นหลัก ซึ่งมีขั้นพร้อมทั้งระดับที่ชัดเจน

  • ระดับเริ่มต้น  ปริญญาตรี บรรจุใหม่ รายได้ประมาณ 15000 – 18000 บาท / เดือน เมื่อมีประสบการณ์ประมาณ 3 – 5 ปีแล้ว หรือได้เลื่อนระดับเป็นชำนาญการ รายได้อาจจะอยู่ที่ 20000 – 30000 บาท / เดือน

  • ระดับชำนาญการพิเศษหรือผู้เชี่ยวชาญ อาจจะมีรายได้รวม ซึ่งรวมกับค่าตอบแทนและเงินประจำตำแหน่ง โดยประมาณการอยู่ที่ 35000 – 50000 บาท / เดือนหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับอายุงานและระดับตำแหน่ง

ข้อดีของภาครัฐ คือ มีความมั่นคงสูง พร้อมทั้งมีสวัสดิการที่ชัดเจน อย่างเช่น ค่ารักษาพยาบาล บำเหน็จบำนาญ พร้อมทั้งโอกาสในการเลื่อนขั้นตามระบบราชการโดยตรง

รายได้นิติกรในภาคเอกชน

สำหรับในบริษัทเอกชนนั้น รายได้นิติกรมักจะขึ้นอยู่กับขนาดขององค์กรและลักษณะของธุรกิจ พร้อมทั้งประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติงาน

  • ระดับเริ่มต้น ประสบการณ์ 0 – 2 ปี  รายได้ประมาณการอยู่ที่ 18000 – 25000 บาท / เดือน หากมีประสบการณ์ประมาณ 3 – 7 ปี  รายได้อาจจะอยู่ที่ 30000 – 50000 บาท / เดือน

  • ระดับหัวหน้าฝ่าย หรือ ผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย  หากทำงานในบริษัทขนาดใหญ่หรือองค์กรข้ามชาติ รายได้ประมาณการอยู่ที่ 60000 – 100000 บาท / เดือนขึ้นไป

  • หากเป็นผู้ชำนาญการเฉพาะทางหรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อย่างเช่น กฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ กฎหมายภาษี หรือ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ในส่วนของรายได้ย่อมสูงกว่าค่าเฉลี่ยโดยทั่วไป

ความมั่นคงของอาชีพนิติกร

โดยภาพรวมแล้ว อาชีพ นิติกร คือ อาชีพที่มีความมั่นคงในระยะยาว เนื่องจากกฎหมายนับได้ว่าเป็นพื้นบานของการดำเนินงานในทุก ๆ องค์กร ยิ่งถ้าหากมีประสบการณ์พร้อมทั้งมีความเชี่ยวชาญที่มากขึ้น โอกาสที่จะเติบโตและปรับเพิ่มรายได้ก็จะยิ่งสูงขึ้น ถึงแม้ว่ารายได้เริ่มต้นอาจจะยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับบางสายงานหรือบางอาชีพ แต่จุดแข็งของงานนิติกรนั้นคือความเสถียรภาพ ความต้องการแบบต่อเนื่องในตลาดแรงงาน และยังมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่ตำแหน่งบริหารหรือที่ปรึกษากฎหมายอาวุโสได้ในอนาคต

อาชีพนิติกรเหมาะสมกับคนแบบไหน? ควรเตรียมตัวอย่างไรช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย?

อาชีพ นิติกร คือ สายงานที่ต้องอาศัยความรู้ทางด้านกฎหมาย ความละเอียดรอบคอบ และความรับผิดชอบที่สูงมาก เนื่องจากการตัดสินใจหรือการออกความคิดเห็นทางด้านกฎหมายแต่ละครั้ง อาจจะส่งผลกระทบต่อองค์กรในภาพรวมได้ทั้งหมด เพราะฉะนั้น ผู้ที่เหมาะสมกับอาชีพนิติกรนั้นควรมีคุณลักษณะบางประการ ดังนี้

1. ผู้ที่ชื่นชอบการอ่านและการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก

เนื่องจากกฎหมายนับได้ว่าเป็นศาสตร์ที่ต้องอ่านบทและคำพิพากษา พร้อมทั้งเอกสารประกอบอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือหรือไม่ชอบคิดวิเคราะห์เชิงลึก ย่อมทำให้รู้สึกว่าอาชีพนี้มีความกดดันสูง

2. ผู้ที่มีนิสัยละเอียดรอบคอบและเป็นคนใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ เป็นสำคัญ

งานทางด้านกฎหมายนั้นมักจะเกี่ยวข้องกับเอกสารและสัญญา หรือแม้กระทั่งการใช้ถ้อยคำที่แม่นยำ หากผิดพลาดเพียงแค่เล็กน้อยย่อมส่งผลทำให้เกิดความเสียหายตามมาได้

3. ผู้ที่มีเหตุผลและเป็นกลาง

นิติกรจำเป็นจะต้องวิเคราะห์ถึงข้อเท็จจริงโดยที่ไม่ใช้อารมณ์ส่วนตัว การให้ความคิดเห็นตามหลักกฎหมายแบบตรงไปตรงมา ถึงแม้ว่าบางครั้งความคิดเห็นนั้น ๆ อาจจะไม่สอดคล้องกับความต้องการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็ตาม

4. เป็นคนที่สามารถสื่อสารได้ดี

ถึงแม้ว่างานส่วนหนึ่งของ นิติกร คือ งานเอกสาร แต่การอธิบายถึงข้อกฎหมายให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อได้ทำงานร่วมกันกับฝ่ายบริหารหรือบุคลากรที่ไม่ได้มีพื้นฐานทางด้านกฎหมายนั่นเอง

Roadmap สู่การเป็นนิติกรยุคใหม่ที่ใคร ๆ ก็ต้องการตัว

เมื่อทุกท่านได้อ่านมาถึงในช่วงท้ายของบทความนี้แล้ว ส่งผลทำให้หลาย ๆ คนมีความรู้สึกว่า มีอะไรที่ต้องเรียนรู้มากมายหากจะเป็นนิติกร ซึ่งในส่วนนี้ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะทุกอย่างเริ่มได้ทีละก้าว และนี่ก็คือ Roadmap ที่จะช่วยนำทางให้ทุกท่านที่สนใจได้ค่อย ๆ พัฒนาตนเองจนกระทั่งไปถึงเป้าหมาย

เปิดใจรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต 

ทางเราขอแนะนำให้คุณแบ่งเวลาในแต่ละสัปดาห์เพื่อที่จะอัปเดตข่าวสารทางด้านกฎหมายและเทคโนโลยี อาจจะติดตามบล็อกของสำนักงานกฎหมายชั้นนำหรือฟัง Podcast หรือลงเรียนคอร์สออนไลน์สั้น ๆ เกี่ยวกับ Data Science เป็นต้น เพื่อที่จะทำให้คุณสามารถพูดภาษาเดียวกันกับคนอื่น ๆ ได้รู้เรื่อง

ควรก้าวออกจาก Comfort Zone ของฝ่ายกฎหมาย

ให้คุณลองหาโอกาสที่จะไปนั่งคุยกับเพื่อนต่างแผนก เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานและเป้าหมายของพวกเขา ซึ่งจะทำให้เราได้มองเห็นภาพรวมของธุรกิจและได้รับคำแนะนำดี ๆ ที่ตรงจุดได้มากยิ่งขึ้น

ควรสร้างเครือข่ายนอกวงการกฎหมาย

คุณควรเข้าร่วมงานสัมมนาหรือ Webinar ที่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี, การตลาดดิจิทัล เป็นต้น เนื่องจากการพบปะพูดคุยกับคนในแวดวงอื่น ๆ จะช่วยทำให้คุณได้เปิดโลกทัศน์พร้อมทั้งสร้างคอนเนคชั่นที่เป็นประโยชน์ได้ในอนาคต

ควรฝึกแปลภาษากฎหมาย

เวลาที่คุณจะให้ความคิดเห็นทางด้านกฎหมาย ให้คุณลองคิดเสมอว่า “หากคุณกำลังอธิบายเรื่องนี้ให้คุณแม่ของคุณฟัง คุณจะต้องพูดอย่างไรเพื่อให้คุณแม่ของคุณเข้าใจได้ง่ายที่สุด” การฝึกฝนการใช้คำเปรียบเทียบต่าง ๆ หรือการยกตัวอย่างที่จะทำให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจนแทนการอ้างอิงมาตรากฎหมาย นับได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก

เสนอตัวเพื่อเป็นผู้นำโปรเจกต์

หากมีโครงการที่มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายพร้อมทั้งเทคโนโลยีในองค์กร อย่าลังเลที่จะเสนอตัวเข้าไปเพื่อมีส่วนร่วม ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่บทบาทเล็ก ๆ แต่มันคือโอกาสที่ดีที่จะทำให้คุณได้เรียนรู้และได้แสดงศักยภาพ

ควรมองหา Mentor หรือ Role Model

ควรหาต้นแบบที่เป็นนิติกรยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นรุ่นพี่ของคุณหรือแม้กระทั่งบุคคลในแวดวงกฎหมายที่คุณชื่นชอบ ให้คุณลองศึกษาแนวทางการทำงานรวมไปถึงวิธีคิด หรือถ้าหากคุณมีโอกาสลองขอคำแนะนำจากพวกเขาดูได้ค่ะ

สรุป

มาถึงในช่วงท้ายบทความนี้จะเห็นได้ว่า อาชีพ นิติกร คือ สายงานทางด้านกฎหมายที่นับได้ว่ามีบทบาทสำคัญต่อองค์กรทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยหน้าที่หลัก ๆ คือการให้คำปรึกษา การตรวจสอบ และการวิเคราะห์ข้อกฎหมาย เพื่อให้ทางองค์กรสามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและยังช่วยลดความเสี่ยงได้ในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจในสายงานนี้ควรทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็น นิติกร คืออะไร? ทักษะอะไรที่ควรมีหากจะทำอาชีพนิติกร? เพื่อที่จะประเมินความเหมาะสมของตนเอง เพราะถึงแม้ว่าอาชีพนี้จะต้องเผชิญกับความรับผิดชอบสูง แต่ก็นับได้ว่าเป็นสายงานที่มีความมั่นคงพร้อมทั้งมีโอกาสเติบโตได้ทั้งในสายบริหารและสายผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

สำหรับท่านใดที่กำลังมองหางานหรือต้องการอยากจะสมัครงานที่มีโอกาสเติบโตสูง วันนี้คุณสามารถฝากประวัติพร้อมทั้งสมัครงานได้ง่าย ๆ ผ่านเว็บไซต์ Rongram Job ซึ่งมีงานและอาชีพดี ๆ ให้คุณเลือกสมัครอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานนิติกร งานโรงแรม  งานโรงแรมกรุงเทพ พัทยา งานโรงแรมภูเก็ต งานโรงแรมเชียงใหม่ หรือท่านใดอยากจะ สมัครงานระยอง หางานสมุทรปราการ หางานเชียงใหม่ เรามีให้คุณได้เลือกพร้อมทั้งสมัครงานที่ถูกใจหลายตำแหน่งด้วยกันค่ะ  

แชร์บทความ:

เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer

Joy writer

ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว