
สำหรับกลุ่มของเด็กจบใหม่หรือแม้กระทั่งกลุ่มคนที่พึ่งเริ่มทำงานได้ไม่นาน ย่อมรู้จักสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “เรซูเม่” กันเป็นอย่างดี เพราะเรซูเม่เปรียบเสมือนเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่นำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเองผ่านการสมัครได้เป็นอย่างดี แต่รู้หรือไม่ว่า การสมัครงานกับบางบริษัทหรือบางองค์กรไม่ได้มีการพูดถึงเรซูเม่แต่อย่างใด แต่จะขอ “cv” จากเราแทน ส่งผลทำให้หลาย ๆ ท่านเกิดคำถามในใจว่าสรุปแล้ว cv คืออะไร? จะเหมือนหรือแตกต่างจากเรซูเม่อย่างไร? หากเป็นการสมัครงานโดยทั่วไปสรุปต้องใช้อะไรเพื่อสมัครงานกันแน่! วันนี้ Rongram Job จะมาสรุปถึงความแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้ให้ได้รู้กันค่ะ ถ้าพร้อมแล้วเชิญทุกท่านไปติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมกันต่อได้เลยค่ะ
CV คืออะไร?
CV ย่อมาจากคำว่า “Curriculum Vitae” โดยในภาษาละตินแปลว่า “ประวัติชีวิต หรือ รายละเอียดชีวิต” ด้วยเหตุนี้ cv จึงนับได้ว่าเป็นเอกสารที่มีข้อมูลเกี่ยวกับการบอกเล่าประวัติทางด้านการศึกษา, การทำงาน และประสบการณ์ในการทำงานหรือสายอาชีพแบบเจาะลึก รวมไปถึงมีการนำเสนอทักษะพร้อมทั้งคุณสมบัติของผู้สมัครงาน
และถึงแม้ว่าเนื้อหาต่าง ๆ จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเรซูเม่ แต่ในส่วนของซีวีนั้นมักจะให้ข้อมูลที่ละเอียดและมีความครบถ้วนมากกว่าเรซูเม่ อย่างเช่น บางท่านใส่ผลงานวิจัยทางวิชาการ, งานอาสาที่เคยทำ, รางวัลหรือทุนการศึกษาต่าง ๆ ที่เคยได้รับ, กิจกรรมต่าง ๆ ที่ผู้สมัครเคยมีส่วนร่วม, ใบรับรองและความสำเร็จทั้งหมด เป็นต้น
โดยปกติแล้วการลงรายละเอียดต่าง ๆ ใน cv มักจะเรียงเนื้อหาตามลำดับช่วงเวลาจากใหม่ไปเก่า ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประวัติการศึกษา, ประวัติการทำงาน โดยข้อมูลล่าสุดจะถูกบันทึกเป็นอันดับแรกเสมอ และจึงค่อยไล่เรียงข้อมูลย้อนหลังไปเรื่อย ๆ ซึ่งก็ตรงตามความหมายของซีวีโดยตรง ว่าเป็นเอกสารที่ทำให้เห็นถึงภาพถึงการเดินทางและประสบการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งถึงปัจจุบันของผู้สมัครงาน และเนื่องจากซีวีนับได้ว่าเป็นเอกสารที่ได้บันทึกข้อมูลแบบเชิงลึกและมีรายละเอียดยิบย่อยแบบครบถ้วน จึงส่งผลทำให้ไม่มีการกำหนดความยาว อาจจะมีความยาวระดับ 2 –3หน้ากระดาษ A4 ขึ้นไป หรือจะมากกว่านี้ก็สามารถทำได้
ประเภทของ CV สมัครงาน
การเลือกเขียน cv แต่ละรูปแบบนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการนำไปใช้งาน อาชีพ และความชำนาญของเราโดยตรง โดยสามารถแบ่งเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้
Chronological CV
นับได้ว่าเป็นรูปแบบที่ได้รับความสนใจอย่างมากที่สุด โดยจะเน้นเรียงลำดับข้อมูลการศึกษา ประสบการณ์ทำงานจากอดีตไปจนถึงปัจจุบัน ทำให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ตรงหรือมีวุฒิการศึกษาที่ตรงกับสายงาน
Functional / Skills – Based CV
สำหรับ cv ประเภทนี้จะเน้นที่ทักษะ ความสามารถและผลงานมากกว่าประสบการณ์ในการทำงาน ทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่เปลี่ยนงานบ่อยและต้องการอยากจะเปลี่ยนสายอาชีพโดยตรง
Combination / Hybrid CV
CV ประเภทนี้ถือได้ว่าเป็นการผสมข้อดีของ Chronological CV กับ Functional CV เข้าไว้ด้วยกัน โดยแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เน้นที่ทักษะและความสามารถ และ ส่วนที่สอง เป็นประวัติในการทำงานแบบย่อ เหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีประสบการณ์หลากหลายและต้องการอยากจะเปลี่ยนอาชีพ
Academic CV
รูปแบบนี้จะเน้นไปที่รายละเอียดทางวิชาการ อย่างเช่น ผลงานในการวิจัย, บทความวิชาการ, การนำเสนอผลงานการสอน เป็นต้น เหมาะสำหรับการสมัครงานกับทางมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษา รวมไปถึงการขอทุนในการวิจัย ส่วนมากจะมีความยาวหลายหน้า เพื่อเป็นการแสดงถึงรายละเอียดผลงานทางวิชาการที่ครบถ้วน
Creative CV
รูปแบบนี้จะเน้นการออกแบบที่ดูแล้วสะดุดตาเพื่อดึงดูดความสนใจ อย่างเช่น เป็น cv ที่มีภาพประกอบหรือใส่กราฟิกเพิ่มเติม เป็นต้น ทำให้เหมาะสำหรับงานสายออกแบบ งานศิลปะ หรือสื่อโฆษณา แต่ควรระวังอย่าออกแบบให้ดูรกและอ่านยาก
Mini CV / Resume
นับได้ว่าเป็นแบบสรุป มีความกระชับ โดยมีความยาวประมาณ 1 – 2 หน้า คัดเฉพาะในส่วนของประวัติ ผลงาน ทักษะที่โดดเด่นและมีความเกี่ยวข้องกับงานที่สมัคร ซึ่ง cv ประเภทนี้จะมีความคล้ายคลึงกับ Resume แต่มักจะนำไปใช้ในกรณีที่บริษัทไม่ได้มีการกำหนดว่าจะต้องใช้ Resume โดยตรง
องค์ประกอบและวิธีการเขียน cv สมัครงาน พร้อมตัวอย่าง
สำหรับองค์ประกอบที่ควรมีผ่านการเขียน CV สำหรับสมัครงาน จำเป็นจะต้องครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
1. ข้อมูลส่วนตัว / ข้อมูลติดต่อ หรือ Personal / Contact Information
การเขียน cv อันดับแรก คือ การใส่หรือระบุข้อมูลส่วนตัวกับช่องทางในการติดต่อ เพื่อให้ทางผู้ว่าจ้างได้ทำความรู้จักเราและสามารถติดต่อกลับมาหาเราได้ ส่วนข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่ ชื่อ - นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, อีเมล, ที่อยู่สำหรับติดต่อ, ลิงก์โปรไฟล์ออนไลน์ หรือเว็บไซต์ผลงาน, Portfolio สมัครงาน เพื่อเสริมสร้างความน่าสนใจและยังช่วยเพิ่มโอกาสในการพิจารณาได้อีกด้วย
ตัวอย่าง การเขียนข้อมูลส่วนตัวและช่องทางการติดต่อใน cv ภาษาไทย
ชื่อ-สกุล : สมชาย อารมณ์ดี
ที่อยู่ : 456 ถนนพระราม9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10410
เบอร์โทรศัพท์ : 080 – 456 – 7899
อีเมล : Somchai.aromdee@email.com
ตัวอย่าง การเขียนข้อมูลส่วนตัวใน cv ภาษาอังกฤษ
Full Name : Somchai Aromdee
Address: 456 Rama IX Road, Huai Khwang, Bangkok 10410, Thailand
Phone Number : +66 80 456 7899
Email: somchai.aromdee@email.com
2. คำนำ / ประวัติโดยย่อ หรือ Summary / Profile / Objective
สำหรับในส่วนของคำนำหรือในส่วนของประวัติโดยย่อนั้น การเขียนประวัติส่วนตัวลงใน cv คุณควรสรุปเนื้อหาให้มีความกระชับและน่าสนใจ อาจจะเขียนในรูปแบบย่อหน้าสั้น ๆ ประมาณ 3 – 5 บรรทัด เพื่อให้ทางผู้อ่านได้เห็นถึงภาพรวมได้อย่างชัดเจน โดยเน้นในเรื่องของความสามารถ ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง หรืออาจจะระบุเกี่ยวกับความสำเร็จที่โดดเด่นซึ่งตรงกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครโดยตรง
ตัวอย่าง การเขียนคำนำใน cv ภาษาไทย
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการตลาดดิจิทัลซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 6 ปี ถนัดด้าน SEO, SEM, Social Media Marketing และ Content มีประวัติในการทำงานร่วมกันกับแบรนด์ชั้นนำระดับประเทศ ด้วยผลงานที่มีความโดดเด่นเกี่ยวกับการเพิ่มยอดขาย และสร้างการรับรู้ในแบรนด์ ใช้ความเชี่ยวชาญเพื่อที่จะผลักดันความสำเร็จและการเติบโตขององค์กรอย่างเต็มที่
ตัวอย่าง การเขียนคำนำใน cv ภาษาอังกฤษ
A digital marketing expert with over 6 years of experience, specializing in SEO, SEM, social media marketing and content. Proven track record of working with national brands and driving sales growth or brand awareness. Seeking to leverage my skills to contribute to the company growth and success.
3. ประวัติการศึกษา หรือ Education
ในส่วนของการเขียนประวัติการศึกษาลงใน cv ควรเขียนเรียงลำดับจากวุฒิการศึกษาสูงสุดหรือล่าสุดไปจนถึงวุฒิที่ต่ำกว่า โดยจะต้องระบุชื่อสถาบันการศึกษา, วุฒิการศึกษาที่ได้รับ หากเคยได้รับเกียรตินิยมควรระบุลงไปด้วย และควรระบุสาขา, ปีสำเร็จการศึกษา พร้อมทั้งหลักสูตรพิเศษหรือการอบรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับสายงาน
ตัวอย่าง การเขียนประวัติการศึกษาลงใน cv ภาษาไทย
ปริญญาตรี : บริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการตลาด (เกียรตินิยมอันดับ 1) , มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปี 2558
หลักสูตรเพิ่มเติม : Digital Marketing Certification, We Train, ปี 2562
ตัวอย่าง การเขียนประวัติการศึกษาใน cv ภาษาอังกฤษ
Bachelor Degree : Bachelor of Business Administration (B.B.A) Marketing (First Class Honors), Thammasat University, 2015
Additional Certification: Digital Marketing Certification Program, We Train, 2019
4. ประสบการณ์ในการทำงาน หรือ Work Experience
ในส่วนของประสบการณ์ในการทำงานนั้น ควรเขียนเรียงลำดับจากประสบการณ์ล่าสุดไปอดีต โดยระบุชื่อบริษัท ชื่อตำแหน่งงาน ระยะเวลาในการทำงาน พร้อมคำอธิบายหน้าที่ความรับผิดชอบและความสำเร็จในตำแหน่งงานนั้น ๆ โดยให้เน้นเขียนทักษะหรือผลงานที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร หรือถ้าหากไม่มีประสบการณ์ สามารถระบุประสบการณ์ฝึกงานหรือการทำงานอาสาสมัครในรูปแบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องแทนได้
ตัวอย่าง การเขียนประสบการณ์ในการทำงานลงใน cv ภาษาไทย
บริษัท พานามาร์เก็ตติ้ง จำกัด
ตำแหน่ง: ผู้จัดการฝ่ายการตลาด
ระยะเวลา : มกราคม 2562 - ปัจจุบัน
วางแผนพร้อมทั้งบริหารกลยุทธ์การตลาดออนไลน์บนช่องทางออนไลน์ของบริษัท
สร้างและดูแลเนื้อหาการตลาด
ติดตามผลและวิเคราะห์ ROI เพื่อพัฒนาแผนงาน
ผลงาน : สามารถเพิ่มลูกค้าใหม่ 40% ใน 3 เดือน
ตัวอย่าง การเขียนประสบการณ์ในการทำงานลงใน cv ภาษาอังกฤษ
Pana Marketing co., Ltd.
Position : Marketing Manager
Duration : January 2019 – Persent
Plan and execute digital marketing strategies across all online channels
Create engaging marketing content
Monitor campaign performance and measure ROI to continuously improve marketing efforts
Achievements: Acquired 40% more new customers within 3 months
5. ทักษะความสามารถ หรือ Skills
ส่วนของทักษะความสามารถที่จะต้องระบุลงใน CV แนะนำให้แยกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ Hard Skills และ Soft Skills
Hard Skills คือ ทักษะหรือความสามารถพิเศษแบบเฉพาะทางที่สามารถวัดผลได้ อย่างเช่น ความรู้ทางด้าน SEO, ทักษะ Coding เป็นต้น
Soft Skills คือ ทักษะทางด้านบุคลิกภาพและการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น อย่างเช่น การสื่อสาร, ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น
ตัวอย่าง การเขียนทักษะความสามารถลงใน CV ภาษาไทย
Hard Skills
การตลาดดิจิทัล : SEO, SEM, Facebook Ads
การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ : Microsoft office , Adobe Photoshop
ภาษา : ภาษาจีนกลาง (HSK ระดับ 3)
Soft Skills
ความคิดสร้างสรรค์
ทักษะการนำเสนอ
ตัวอย่าง การเขียนทักษะความสามารถใน CV ภาษาอังกฤษ
Hard Skills
Digital Marketing: SEO, SEM, Facebook Ads
Computer Skills : Microsoft office, Adobe Photoshop
Languages : Mandarin Chinese (HSK Level 3)
Soft Skills
Creativity
Presentation Skills
6. ผลงานทางวิชาการ หรือ Publications / Presentations
หากคุณมีผลงานทางวิชาการหรืองานวิจัย ควรระบุลงใน CV อย่างครบถ้วน เพื่อที่จะแสดงความมุ่งมั่นและความถนัดในสาขานั้น ๆ โดยระบุ ชื่อผลงาน ชื่อวารสารหรือชื่อที่ประชุม หัวข้อที่นำเสนอ ปีที่ได้รับการตีพิมพ์หรือนำเสนอ พร้อมทั้งลิงก์ของผลงาน (ถ้ามี)
ตัวอย่าง ในการเขียนผลงานทางวิชาการลงใน cv ภาษาไทย
บทความวิจัย : “ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมในการซื้อสินค้าออนไลน์ของผู้บริโภคผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย” วารสารการบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม, ปีที่ 2 ฉบับที่1 (เมษายน 2565), หน้า 29-46
ตัวอย่าง ในการเขียนผลงานทางวิชาการลงใน cv ภาษาอังกฤษ
First Prize Winner : Outstanding Startup Business Plan, Business Plan Contest 2021, organized by MBA Student Association of Thailand
7. รางวัลและเกียรติยศ หรือ Awards and Honors
หากคุณเคยได้รับรางวัลหรือเกียรติบัตร ควรเขียนระบุลงใน cv เพื่อที่จะแสดงถึงความสำเร็จ โดยให้ระบุชื่อรางวัล ปีที่ได้รับ พร้อมทั้งหน่วยงานหรือสถาบันที่ได้มอบรางวัลนี้ให้กับคุณอย่างชัดเจน
ตัวอย่าง การเขียนรางวัลลงใน CV ภาษาไทย
รางวัลชนะเลิศ : การแข่งขันตอบปัญหาทางการตลาด ระดับมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 16, ประจำปี 2561, จากสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย
ตัวอย่าง การเขียนรางวัลลงใน CV ภาษาอังกฤษ
First Prize Winner : University – Level Marketing Quiz Competition, 16th Edition, 2018 from Marketing Association of Thailand
8. การอบรมและใบรับรองต่าง ๆ หรือ Training and Certifications
ในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นการระบุประวัติในการอบรมหรือการได้รับใบรับรองวิชาชีพลงใน cv โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการสมัครงานได้ โดยจะต้องระบุชื่อหลักสูตรหรือใบรับรอง สถาบันที่จัด วันที่ผ่านอบรมหรือได้รับการรับรอง ซึ่งทางเราขอแนะนำให้คุณเลือกเฉพาะใบรับรองที่ได้รับการยอมรับและมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครงานไว้
ตัวอย่าง การเขียนใบรับรองและการอบรมลงใน CV ภาษาไทย
หลักสูตร : Google Ads Search Certification จาก Google, ได้รับเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2565
URL : google.com/certification/ads/Somchai-aromdee
ตัวอย่าง การเขียนใบรับรองและการอบรมลงใน CV ภาษาไทย
Course : Google Ads Search Certification, issued by Google, obtained on March 11, 2022
URL : google.com/certification/ads/Somchai-aromdee
9. ภาษา หรือ Languages
ส่วนนี้ให้คุณระบุทักษะทางด้านภาษาลงใน cv โดยที่คุณควรระบุภาษาที่คุณถนัด พร้อมระบุระดับความสามารถในการพูด ฟัง อ่าน เขียน ตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งแสดงผลคะแนนสอบวัดระดับ อย่างเช่น IEL TS เป็นต้น
ตัวอย่าง การเขียนทักษะภาษาลงใน CV ภาษาไทย
ภาษาจีนกลาง : ฟัง - พูด (ระดับดีมาก) อ่าน - เขียน (ระดับดี) , HSK ระดับ3
ตัวอย่าง การเขียนทักษะภาษาลงใน CV ภาษาอังกฤษ
Mandarin Chinese : Listening – Speaking (Excellent), Reading – Writing (Good), HSK Level 3
10. ความสนใจ หรือ Interests
ในส่วนของหัวข้อความสนใจนั้น คุณสามารถระบุงานอดิเรกหรือกิจกรรมต่าง ๆ ที่คุณชื่นชอบหรือได้ทำอย่างเป็นประจำได้ เพราะแสดงให้เห็นถึงบุคลิก ทัศนคติ หรือแง่มุมอื่น ๆ ของคุณที่นอกเหนือไปจากเรื่องงาน แต่ยังควรเกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อตำแหน่งงานที่คุณสมัคร
ตัวอย่าง การเขียนความสนใจลงใน cv ภาษาไทย
เขียนบล็อกรีวิวหนังสือและแบ่งปันประสบการณ์ในการอ่าน
เป็นอาสาสมัครทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็ก ๆ ที่ด้อยโอกาส
ตัวอย่าง การเขียนความสนใจลงใน CV ภาษาอังกฤษ
Write book review blogs and share reading experiences
Volunteer to teach English to Underprivileged children
11. ข้อมูลอ้างอิง หรือ References
ในส่วนนี้นับได้ว่าเป็นการระบุถึงบุคคลอ้างอิงจำนวน 2 – 3 คนลงใน cv เนื่องจากบุคคลเหล่านี้จะสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับประวัติของคุณได้ โดยบุคคลอ้างอิงควรเป็นหัวหน้างาน อาจารย์ หรืออาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่คุณเคยทำงานอย่างใกล้ชิด โดยบุคคลอ้างอิงต้องสามารถให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับความสามารถกับการทำงานของคุณแก่บริษัทได้ แนะนำว่าควรขออนุญาตก่อนที่จะใส่ชื่อบุคคลลงในเอกสาร CV ของคุณโดยตรง
ตัวอย่าง การเขียนข้อมูลอ้างอิงลงใน CV ภาษาไทย
อาจารย์ นารา ราตรี
อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โทร. 03-456-7899
Email : nara.r@tu.ac.th
ตัวอย่าง การเขียนข้อมูลอ้างอิงลงใน CV ภาษาอังกฤษ
Mr. Nara Ratree
Marketing Manager, XYZ Corporation Ltd.
Tel. +66 3 456 7899
Email: nara.r@tu.ac.th
รวมเทคนิคการเขียน cv ที่ไม่ควรพลาด
นอกจากการให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกต้องและมีความกระชับ ครบถ้วน และเข้าใจง่ายแล้ว ยังคงมีเทคนิคการเขียน cv สมัครงานแบบที่คุณไม่ควรพลาด เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการพิจารณาจากองค์กรหรือบริษัทที่คุณสนใจและได้สมัครงานไว้ รวมไปถึงการเขียน CV ที่ดีจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับ HR ได้อีกด้วย
1. ควรเลือกแบบฟอร์ม CV สมัครงานให้เหมาะสม
อย่างเช่น CV แบบ Creative จะเน้นการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ในรูปแบบใหม่ที่จะช่วยเพิ่มสีสันและความสวยงามได้มากยิ่งขึ้น ทำให้เหมาะสมกับสายงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น
2. ใช้เว็บไซต์ที่รวบรวม Template หรือมีแบบฟอร์ม CV เพื่อเป็นตัวช่วย
อย่างเช่น เว็บไซต์สร้าง CV ออนไลน์ที่ในปัจจุบันมีทั้งแบบฟอร์มและสีของตัว CV ให้คุณได้เลือกใช้
3. แนะนำให้เขียน cv ใหม่ทุกครั้ง ถึงแม้ว่า CV
จะสามารถนำไปใช้ได้ตลอด นอกเสียจากคุณต้องการอยากจะอัปเดตข้อมูลในบางส่วน แต่ทางเราขอแนะนำให้คุณเขียน CV ขึ้นใหม่ทุกครั้งที่สมัครงาน เพื่อให้ข้อมูลและเนื้อหามีความสอดคล้องกับตำแหน่งงานใหม่อย่างมากที่สุด
4. ควรเชื่อมโยงงานที่เคยทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตำแหน่งงานใหม่
การเชื่อมโยงลักษณะงานที่เคยฝึกงานหรืองานต่าง ๆ ที่คุณได้เคยทำมาก่อน ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตำแหน่งงานใหม่ที่คุณสนใจ จะช่วยทำให้ CV ของคุณน่าสนใจยิ่งขึ้น
5. ควรอธิบายจุดมุ่งหมายในการทำงานให้สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัครไป
คุณควรอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการทำงานให้มีความสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่คุณสมัครไป สามารถกล่าวถึงทักษะความสามารถหรือจุดเด่นต่าง ๆ รวมไปถึงการวางแผน การตั้งเป้าหมายที่มีความชัดเจน
6. ควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ให้ถูกต้อง
ควรหมั่นตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องทั้งในส่วนของเนื้อหา ตัวสะกด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการเขียน CV เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพ
ข้อควรระมัดระวังในการเขียน CV
ถึงแม้ว่าเทคนิคในการเขียน CV จะช่วยเสริมประวัติของคุณให้ออกมาโดดเด่นและมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น แต่ยังมีบางเรื่องที่คุณจำเป็นจะต้องระมัดระวังและควรหลีกเลี่ยงในการใส่เนื้อหาลงไป เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อ CV ของคุณได้นั่นเอง
ควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มเนื้อหาในส่วนที่ไม่สำคัญหรือไม่เป็นความจริงลงไปใน cv ของคุณ
เพราะในกรณีนี้อาจจะส่งผลทำให้โอกาสที่จะได้รับการพิจารณาเป็นเรื่องที่ยากขึ้น และอาจจะส่งผลเสียต่อประวัติการสมัครงานของคุณได้อีกด้วย
ควรหลีกเลี่ยงการใส่ข้อเสียของคุณลงไปใน CV
ทางเราขอแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยงการใส่ข้อเสียโดยตรงของคุณลงไปในซีวี เพราะอาจจะสร้างความรู้สึกในแง่ลบต่อ HR ได้
ไม่ควรใช้ตัวเลขแทนความสามารถในการทำงาน
เพราะการใส่ตัวเลขแทนค่าความสามารถทางด้านทักษะ นับได้ว่าไม่มีเกณฑ์การให้คะแนนที่ชัดเจน ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดความสับสนให้กับ HR ได้
ไม่ควรจำสับสนระหว่าง CV กับ Resume โดยเด็ดขาด
เพราะการเขียน Resume จะเป็นการให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องงาน แต่การเขียน cv นั้นจะเน้นไปที่การให้ข้อมูลประวัติในการทำงาน ประวัติส่วนบุคคลในเชิงลึก ซึ่งมีความละเอียดกว่า ทำให้การใช้งานมีความแตกต่างกันนั่นเอง
สรุป cv กับ Resume ต่างกันอย่างไร?
1. ความหมาย
CV : ย่อมาจากคำว่า Curriculum Vitae สำหรับในภาษาลาตินแปลว่า “ประวัติชีวิต” ซึ่งเป็นเอกสารที่บอกเล่าประวัติส่วนตัวของผู้สมัครงานอย่างละเอียด
Resume : คำนี้มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งหมายถึง “สรุปย่อ” หรือการสรุปเนื้อหาที่สำคัญให้มีลักษณะสั้น กระชับ และมีความยาวน้อยกว่า cv
2. วัตถุประสงค์
cv : ใช้สำหรับสมัครงานตำแหน่งทางวิชาการ อย่างเช่น นักวิจัย ครูผู้สอนระดับสูง ไปจนกระทั่งอาชีพที่มีความเฉพาะเจาะจง อย่างเช่น อาชีพในสายงานวิทยาศาสตร์ กฎหมาย การแพทย์ เป็นต้น
Resume : ใช้สำหรับการสมัครงานทั่วไปภายในองค์กร
3. ในส่วนของเนื้อหา
cv : เป็นข้อมูลเชิงลึกของผู้สมัครงาน สามารถลงรายละเอียดทั้งประสบการณ์ ผลงาน ความสำเร็จที่ผ่านมาได้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงไม่ค่อยมีใครปรับเปลี่ยนเนื้อหาของ cv ตามตำแหน่งงานที่สนใจ
Resume : เป็นข้อมูลโดยย่อและนำเสนอจุดเด่นของผู้สมัครงาน เน้นการนำเสนอรายละเอียดต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สนใจอยากจะสมัคร สามารถทำการปรับเปลี่ยนเนื้อหาต่าง ๆ ให้มีความเหมาะสมกับงานแต่ละตำแหน่งที่ทุกท่านสนใจอยากจะสมัครได้ ข้อมูลส่วนไหนที่ไม่จำเป็นสามารถตัดออกได้เลย
4. ความยาวและจำนวนหน้า
cv : ไม่กำหนดความยาว และส่วนใหญ่จะมีความยาวตั้งแต่ 2 - 3 หน้า หรือระดับ 10 หน้ากระดาษขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และตำแหน่งงานของผู้สมัคร
Resume : ส่วนใหญ่แล้วการทำ Resume ความยาวจะอยู่ที่ 1 – 2 หน้า และไม่ควรเกิน 2 หน้ากระดาษ
5. รูปแบบ หน้าตา และการดีไซน์
cv : ไม่ค่อยมีการแต่งเติมหรือตกแต่งอะไรมากนัก ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นจัดวางแบบเรียบง่าย เพื่อให้ผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดต่าง ๆ ได้อย่างสบายตา
Resume : สามารถทำการปรับเปลี่ยนหรือดีไซน์ให้มีความเหมาะสมตามสายงานได้โดยตรง
6. การปรับแก้
CV : เมื่อเขียนเสร็จแล้วสามารถใช้ต่อได้เรื่อย ๆ โดยจะต้องคงรูปแบบพื้นฐานเดิมเอาไว้ มีแค่การอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ เข้าไปในบางส่วนเท่านั้น
Resume : จำเป็นจะต้องมีการปรับแก้ในส่วนของเนื้อหาและการจัดรูปแบบใหม่ในแต่ละครั้งที่คุณใช้สมัครงาน เพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งงานที่สมัครล่าสุด
ระหว่าง CV กับ Resume ควรใช้อะไรในการสมัครงาน?
อีกหนึ่งคำถามที่เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงจะข้องใจอยู่ นั่นก็คือ หากจะสมัครงานเราต้องใช้ เรซูเม่ หรือ cv โดยในปัจจุบันการใช้งานของเอกสารทั้ง 2 รูปแบบนี้มีลักษณะที่แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ อย่างเช่น ในสหรัฐอเมริกากับแคนาดา ผู้สมัครงานโดยทั่วไปมักจะเลือกใช้เรซูเม่ในการสมัครงาน แต่สำหรับซีวีจะถูกนำมาใช้เมื่อสมัครงานตำแหน่งทางวิชาการเป็นหลัก
ในขณะเดียวกันทาง ประเทศอังกฤษหรือในยุโรป มักจะไม่นิยมใช้เรซูเม่เท่าไหร่นัก หากขึ้นชื่อว่าเป็นเอกสารนำเสนอตัวตนที่ใช้เพื่อสมัครงาน มักจะถูกเรียกว่า cv ทั้งหมด หากต้องการจะสมัครงานตำแหน่งวิชาการ จะมีการระบุแยกประเภทที่ซีวีเอาไว้อย่างชัดเจน ว่าเป็น Academic CV หรือ เป็น CV สายวิชาการ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนนั่นเอง
ส่วน ประเทศอื่น ๆ อย่างในประเทศไทย คำว่า เรซูเม่ กับ cv มักจะถูกนำมาใช้แบบสลับกันไปมา และสามารถใช้เรียกแทนกันได้ทั้งคู่ เพราะฉะนั้นไม่ต้องตกใจหากคุณพบเจอว่าบางบริษัทในไทยขอซีวีจากคุณ หากใครสนใจอยากจะสมัครงานในสายงานที่เฉพาะเจาะจง อย่างเช่น งานกฎหมาย การศึกษา วิทยาศาสตร์ ควรนำเสนอเป็น cv รูปแบบเต็ม จะส่งผลดีอย่างมากที่สุดค่ะ
สรุป
สำหรับประเทศไทยแล้ว การสมัครงานโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะเลือกใช้กันแค่ Resume ก็เพียงพอ แต่ Rongram Job ขอแนะนำให้ทุกท่านทำ cv ไว้ด้วย เนื่องจากเป็นเอกสารที่นำเสนอข้อมูลของผู้สมัครงานในรูปแบบเชิงลึกได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์แบบมากที่สุด ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะถูกนำมาใช้ไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นัก แต่เอกสารรูปแบบนี้นับได้ว่ามีประโยชน์เป็นอย่างมาก อีกทั้งเนื้อหาภายในซีวีไม่ค่อยมีการปรับเปลี่ยนอะไรมากนัก ทำครั้งเดียวสามารถใช้ได้แบบระยะยาว นอกจากนี้ ผู้สมัครงานทุกท่านที่มีเอกสารรวบรวมข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนแล้ว หากในอนาคตจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขข้อมูลภายใน Resume เพื่อให้ตรงกับตำแหน่งงานที่สนใจก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เพราะทุกท่านจะสามารถเปิดดูข้อมูลภายในซีวีที่ทำไว้แล้วและคัดเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานและนำมาใส่ภายใน Resume ฉบับใหม่ของคุณได้เลยทันที
และสำหรับท่านใดที่มีความพร้อมอยากจะสมัครงานใหม่ในวันนี้ คุณสามารถค้นหางานและสมัครงานในตำแหน่งที่คุณสนใจได้ง่าย ๆ ที่เว็บไซต์ Rongram Job แพลตฟอร์มดี ๆ ที่ได้รวบรวมทุกตำแหน่งงานเอาไว้ให้คุณเลือกสมัครอย่างมากมาย โดยเฉพาะใครที่กำลัง หางานโรงแรม งานโรงแรมภูเก็ตหรือโรงแรมระดับชั้นนำ ต้องการอยากจะหางานกรุงเทพ สมัครงานอยุธยา สมัครงานนนทบุรี หางานระยอง หางานเชียงใหม่ มีครบทุกจังหวัดที่เปิดรับสมัครพนักงานอย่างแน่นอน หากสนใจสามารถสมัครสมาชิกพร้อมฝากประวัติและเริ่มต้นคว้าโอกาสดี ๆ กันได้เลย!
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว
บทความที่เกี่ยวข้อง

นิติกร คืออะไร? พร้อมเจาะลึกหน้าที่ ทักษะ และเส้นทางอาชีพ

mbti คืออะไร? รู้ประโยชน์และอาชีพที่เหมาะกับบุคลิกภาพทั้ง 16 แบบ

อัปเดต! เรซูเม่สมัครงาน ควรใส่ข้อมูลอะไรให้ดูโปร จนโดนใจ HR และระบบ ATS

