
นับได้ว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับกลุ่มคนวัยทำงานทุกคนที่มักอยากหาความก้าวหน้าให้กับสายงานหรือสายอาชีพของตนเอง บางคนอาจจะเลือกวางแผนให้กับชีวิตตนเองแล้วว่า เมื่อถึงช่วงเวลาไหนหรือควรจะไปถึงตรงจุดไหน ดังนั้นเรื่องของ “การลาออก” จึงถือได้ว่าเป็นเรื่องธรรมชาติในโลกของการทำงาน และมนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องเคยพบเจอคำถามเกี่ยวกับ “เหตุผลในการลาออก” ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเก่าและบริษัทใหม่ด้วย แต่การจะหาเหตุผลดี ๆ เพื่อที่จะใช้สนับสนุนในการลาออกจากงาน ก็ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่แพ้กัน เพื่อรักษาน้ำใจของทั้งสองฝ่าย และให้คงไว้ซึ่งมิตรภาพที่ดีต่อกัน ดังนั้น ในบทความนี้ทางเรา Rongram Job จึงได้รวบรวมเหตุผลในการลาออกดี ๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง พร้อมวิธีลาออกอย่างมืออาชีพ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามเพิ่มเติมกันต่อได้เลยค่ะ
ลาออกดีไหม? ก่อนตัดสินใจ ควรสำรวจเหตุผลในการลาออกแบบรอบด้าน
การตัดสินใจลาออกจากงานนั้น นับได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลต่อชีวิตระยะยาว หลายคนอาจจะรู้สึกลังเลและตั้งคำถามกับตัวเองแบบซ้ำ ๆ ว่า “ควรลาออกดีไหม?” การเปลี่ยนงานในแต่ละครั้งอาจจะเป็นโอกาสใหม่ที่จะนำไปสู่เส้นทางอาชีพที่ดีกว่า แต่ในบางกรณีก็อาจจะเป็นการตัดสินใจที่รีบร้อนและไม่ได้คิดให้รอบคอบ จนทำให้พลาดโอกาสดี ๆ แบบไม่รู้ตัว ดังนั้น ก่อนที่คุณจะตัดสินใจลาออกจากงาน ทางเราขอแนะนำให้คุณสำรวจ เหตุผลในการลาออก จากงานให้ดีเสียก่อน เพื่อให้แน่ใจได้ว่าการตัดสินใจของคุณนั้นถูกต้อง และสามารถตอบโจทย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวให้กับคุณได้
คุณกำลังลาออกเพราะอารมณ์ชั่ววูบ หรือเป็นปัญหาที่สะสมระยะยาว?
บางครั้งอารมณ์เบื่อหน่าย ท้อแท้ หรือโมโหกับเหตุการณ์เฉพาะหน้า อาจจะทำให้คุณอยากเขียนใบลาออกในตอนนั้น แต่อยากให้คุณลองใจเย็นลงดูก่อน แล้วย้อนคิดดูอีกทีว่าปัญหานี้เป็นเรื่องชั่วคราวหรือว่าสะสมมานานแล้ว และถ้าหากคุณรู้สึกว่าปัญหาที่เจออยู่นั้นเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะไม่ใช่ เหตุผลในการลาออก จากงานที่ดีนัก แต่ถ้าหากคุณรู้สึกว่าเหนื่อยล้า ไปต่อไม่ไหว หมดไฟกับงานที่ทำมาตลอดหลายปี นั่นอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาที่คุณต้องเปลี่ยนแปลง
มีโอกาสที่จะเติบโตในสายงานปัจจุบันหรือไม่?
คุณเคยรู้สึกเหมือนว่ากำลังติดอยู่ใน Comfort Zone ไหม? ถ้าคุณทำงานที่เดิมมาแล้วหลายปีแต่ไม่ได้รับโอกาสในการเลื่อนตำแหน่ง หรือไม่เคยได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายขึ้น อาจจะเป็นสัญญาที่บ่งบอกว่าคุณกำลังติดอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเติบโต หากองค์กรที่คุณอยู่ไม่ได้มีนโยบายพัฒนาบุคลากร หรือไม่มี Career Path ที่ชัดเจน ถือว่ามี เหตุผลในการลาออก ที่ดีมากพอ เพื่อที่จะออกจากกรอบไปหาโอกาสที่ทำให้คุณเติบโตได้มากกว่า
ปัจจัยด้านเงินเดือน สวัสดิการ ตอบโจทย์คุณหรือไม่?
เงินเดือน นับได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ก็ไม่ควรเป็นปัจจัยเดียวที่จะมาใช้เป็น เหตุผลในการลาออก จากงาน ถึงแม้ว่าการได้งานใหม่ที่ได้เงินเดือนสูงกว่าอาจจะฟังดูดี แต่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าภาระงานและความเครียดที่เพิ่มขึ้นนั้น คุ้มค่าสำหรับคุณหรือไม่ บางครั้งเงินเดือนสูงขึ้น อาจจะมาพร้อมกับชั่วโมงในการทำงานที่ยาวขึ้น หรือสวัสดิการที่ดูลดลง ก่อนที่คุณจะตัดสินใจลาออกเพราะเรื่องเงิน ควรเปรียบเทียบให้รอบด้านเสียก่อน
งานที่คุณทำอยู่ทำให้ชีวิตสมดุลหรือไม่?
งานที่ดีควรเป็นงานที่ทำให้ชีวิตของคุณมีความสมดุล หากคุณรู้สึกว่าเวลาทั้งหมดของคุณถูกกลืนหายไปกับงานที่ทำ จนทำให้คุณไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาที่จะทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบ หรือแม้กระทั่งสุขภาพที่เริ่มจะแย่ลงเรื่อย ๆ เพราะงาน หากเป็นเช่นนี้อาจจะถึงเวลาแล้วที่คุณต้องทบทวนว่าคุณเองต้องการอยากจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ การทำงานที่มี Work-Life Balance ที่ดีนั้น จะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพกายและใจที่ดียิ่งขึ้น และมีเวลาที่จะพัฒนาตนเองในด้านอื่น ๆ ด้วย
วัฒนธรรมขององค์กรและสภาพแวดล้อมการทำงาน
ถึงแม้ว่างานจะดี เงินเดือนสูงมากพอ แต่ถ้าหากสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยความตึงเครียด ความกดดัน หรือนับได้ว่าเป็นองค์กรที่ Toxic อาจจะทำให้คุณไม่มีความสุขกับการทำงานในระยะยาว เพราะฉะนั้น ถ้าต้องเผชิญกับหัวหน้าที่กดดันงานมากจนเกินไป เพื่อนร่วมงานแข่งขันกันอย่างไม่เป็นธรรม หรือสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็น เหตุผลในการลาออก ที่ถือว่าสมเหตุสมผลอย่างมากที่สุดแล้ว
คุณมีเป้าหมายอาชีพในอนาคตหรือไม่?
บางครั้ง เหตุผลในการลาออก ก็ไม่ใช่เพราะงานแย่เสมอไป แต่เป็นเพราะคุณต้องการอยากจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตนเอง หากคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจน อาจจะเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องยื่นใบลาออกเพื่อเดินตามความฝันของคุณแล้ว แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คุณควรมีแผนสำรองและเตรียมตัวให้พร้อมก่อนตัดสินใจร่วมด้วย
รวมสิ่งที่คุณต้องคำนึงเมื่อตัดสินใจลาออก
การตัดสินใจลาออกนั้นนับได้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในหลาย ๆ มิติ ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนหรือเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น ขอให้คุณใช้คำถามทั้งหมดในบทความนี้เพื่อนำไปเป็นแนวทางในการประเมินสถานการณ์ของคุณเอง และถ้าหากคุณตัดสินใจลาออกจริง ๆ ขอให้ทำด้วยความรอบคอบและเป็นมืออาชีพเท่านั้น
อย่าลาออกเพราะความโกรธหรือลาออกแบบไม่มีแผนรองรับ
ให้เวลากับตัวเองเพื่อการหางานใหม่ (ถ้าเป็นไปได้)
ควรรักษาความสัมพันธ์อันดีกับที่ทำงานเดิม เนื่องจากคุณอาจจะต้องการคำแนะนำหรือการอ้างอิงในอนาคตอันใกล้
ควรเรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งดีและไม่ดีในที่ทำงานปัจจุบัน เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการเลือกที่ทำงานใหม่
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไร ขอให้คุณจำไว้ว่า การทำงานควรเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น ไม่ใช่สิ่งที่ทำลายความสุขและสุขภาพของคุณ ดังนั้น หากคุณพบว่าตัวเองกำลังทนทำงานที่ไม่มีความสุขเลย เพียงเพราะกลัวการเปลี่ยนแปลง อาจจะถึงเวลาแล้วที่คุณต้องกล้าออกจาก Comfort Zone พร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ ๆ ที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณดีขึ้นและมีความสุขมากยิ่งขึ้น
เปรียบเทียบ “ลาออกทันที” กับ “หางานใหม่ก่อนลาออก” แบบไหนดีกว่ากัน?
ดูเหมือนว่าหนึ่งในคำถามที่คนทำงานเกือบจะทุกคนต้องพบเจอ นั่นก็คือ “ควรลาออกก่อนหรือหางานใหม่ให้ได้ก่อนแล้วค่อยลาออก?” ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีคำตอบที่ถูกต้องเพียงแค่ข้อเดียวแน่ ๆ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเรื่องการเงิน สุขภาพจิต และโอกาสในตลาดงาน เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทางเราจึงได้สรุปข้อเปรียบเทียบของทั้ง 2 ทางเลือกไว้สั้น ๆ แบบเข้าใจง่าย ดังต่อไปนี้
กรณีที่ลาออกทันที
ข้อดี
คุณจะมีโอกาสได้พักจากความเครียดหรือสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีในทันที
คุณจะมีเวลาเต็มที่กับการหางานใหม่หรือการพัฒนาทักษะ
เหมาะสมกับคนที่ต้องการอยากจะ Reset ชีวิตตนเอง หรือต้องการอยากจะเปลี่ยนสายงานแบบจริงจัง
ข้อเสีย
รายได้จะหยุดชะงักทันที อาจจะกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงิน
ความกดดันเพิ่มขึ้น หากหางานได้ยากและนานกว่าที่คาดไว้
อาจจะถูก HR ตั้งคำถามเรื่อง “ช่วงว่างงาน”
กรณีนี้เหมาะสมกับใคร
คนที่มีเงินสำรองอย่างน้อย 3 – 6 เดือน
คนที่ทำงานภายในสภาพแวดล้อม Toxic หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพและจิตใจ
คนที่ต้องการอยากจะหันมาโฟกัสกับการเปลี่ยนสายงานหรือต้องการอยากจะเรียนต่อ
กรณี หางานใหม่ก่อนที่จะลาออก
ข้อดี
ทำให้มีรายได้แบบต่อเนื่อง และไม่ต้องกังวลกับเรื่องการเงิน
มีโอกาสต่อรองเงินเดือนกับบริษัทใหม่ได้ง่ายยิ่งขึ้น
ช่วยลดความเสี่ยงจากการว่างงาน
ข้อเสีย
ต้องจัดการเวลา เพราะต้องทำงาน + ทำงานพร้อมกัน อาจจะรู้สึกเหนื่อยมาก
อาจจะต้องลางานเพื่อเดินทางไปสัมภาษณ์งาน
หากงานปัจจุบันเครียดมาก อาจจะทำให้หมดพลังในการหางานใหม่ได้
กรณีนี้เหมาะสมกับใคร
คนที่มีภาระการเงินหรือค่าใช้จ่ายสูง
คนที่ต้องการได้รับความมั่นคงและไม่อยากเสี่ยง
คนที่ยังพอจะรับสภาพงานที่ทำในปัจจุบันได้ในระยะสั้น
วิธีลาออกจากงานอย่างมืออาชีพ
การลาออกจากงานอย่างมืออาชีพนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยให้รักษาภาพลักษณ์ที่ดีไว้ได้ แต่ยังคงเป็นการเปิดโอกาสให้กลับมาร่วมงานพร้อมทั้งสร้างเครือข่ายในอนาคตได้เช่นกัน การปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างรอบคอบนั้นจะช่วยให้การลาออกเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมทั้งสร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมงานทุกคนและผู้บังคับบัญชาได้อีกด้วย
1. เตรียมตัว และ วางแผนล่วงหน้า
ควรเตรียมตัวเองให้พร้อมกับการตัดสินใจในครั้งนั้น และควรแน่ใจว่าคุณมั่นใจและเต็มใจที่จะลาออกแล้ว พร้อมทั้งมี เหตุผลในการลาออก ที่ชัดเจน เพื่อที่จะแจ้งให้ผู้จัดการหรือทาง HR ได้ทราบ เพื่อความโปร่งใสและเป็นกันเองในที่สุด และควรเตรียมตัวทั้งในด้านของการเงิน งานที่ยังคงค้าง และเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งต่อหน้าที่เป็นไปได้อย่างราบรื่นและไม่กระทบต่อทีมงาน
2. การเขียนใบลาออก หรือ การเขียนจดหมายลาออก
การเขียนใบลาออกหรือการเขียนจดหมายลาออกนั้นควรเขียนอย่างเป็นทางการ มีความกระชับและเป็นมืออาชีพ โดยจะต้องระบุวันที่ลาออกไว้ชัดเจน แสดงความขอบคุณสำหรับโอกาสที่คุณได้รับ และเสนอความช่วยเหลือในการส่งมอบงาน และจบด้วยความปรารถนาดีต่อบริษัทและองค์กร
3. ควรแจ้งลาออกและ เหตุผลในการลาออก ด้วยความสุภาพ
ควรแจ้งผู้บังคับบัญชาแบบตรง ๆ และแจ้ง เหตุผลในการลาออก อย่างชัดเจนและมีความเหมาะสม พร้อมทั้งระบุวันสุดท้ายของการทำงาน โดยใช้โทนสุภาพและความเป็นมืออาชีพร่วมด้วย
4. เตรียมตัวสำหรับการย้ายออก
ควรเช็คให้แน่ใจว่าคุณได้ทำทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการลาออกในครั้งนั้นแล้ว รวมไปถึงการส่งคืนทรัพย์สินต่าง ๆ ขององค์กรหรือบริษัท และการส่งต่อเอกสารสำคัญต่าง ๆ
5.รักษาความสัมพันธ์
ถึงแม้ว่าคุณจะลาออกแล้ว แต่ควรรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานทุกคนพร้อมทั้งหัวหน้างานของคุณ เพื่อให้ความช่วยเหลือในช่วงส่งต่อหน้าที่ และขอบคุณโอกาสพร้อมทั้งประสบการณ์ที่ผ่านมา
รวม 15 เหตุผลในการลาออกจากงาน ที่ใช้ได้จริงในปัจจุบัน
เหตุผลด้านการพัฒนาอาชีพ
กำลังค้นหาตำแหน่งงานที่มีความท้าทาย และมีโอกาสเลื่อนตำแหน่งได้มากขึ้น
มองหาสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการพัฒนาทักษะ soft skill แบบเฉพาะด้าน
ต้องการสำรวจอุตสาหกรรม หรือหน้าที่ใหม่ ๆ ที่มีความสอดคล้องกับความสนใจ
ต้องการค้นหาหน้าที่ที่ให้อำนาจในการตัดสินใจ และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น
เหตุผลทางด้านสภาพแวดล้อมการทำงาน
มองหาบริษัทที่มีวัฒนธรรมองค์กร พร้อมทั้งวิธีการทำงานที่เหมาะสมกับตนเอง
มีความต้องการอยากจะทำงานแบบผสมผสาน หรือรูปแบบที่มีความหลากหลายและยืดหยุ่น
ต้องการความสมดุลชีวิตการทำงาน มองหาองค์กรที่เข้าใจความสำคัญของเวลาส่วนตัว
เหตุผลด้านสถานการณ์ส่วนตัว
ต้องการย้ายที่อยู่เพื่อให้ใกล้กับครอบครัวหรือมีเหตุผลส่วนตัวอื่น ๆ
เรื่องการดูแลสมาชิกภายในครอบครัว หรือมีการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ครอบครัว
ต้องการเวลาพักผ่อน เพื่อชาร์จพลังงานก่อนที่จะเริ่มงานใหม่
เหตุผลในด้านโอกาสใหม่
ได้รับโอกาสที่ดีที่มีแนวโน้มการเติบโตหรือผลตอบแทนที่ดีกว่า
ต้องการได้ประสบการณ์ในบริษัทหรือองค์กรที่มีขนาดต่างกัน เปลี่ยนจากบริษัทใหญ่ไปเล็กหรือในทางตรงกันข้ามนั่นเอง
ต้องการทำธุรกิจส่วนตัว และอยากเริ่มต้นธุรกิจหรือการเป็นฟรีแลนซ์
เหตุผลทางด้านการศึกษา
ต้องการอยากจะกลับไปเรียนต่อ เพื่อที่จะพัฒนาคุณวุฒิหรือต้องการอยากจะเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ แบบเต็มเวลา
ได้รับทุนการศึกษาต่อแบบที่ไม่ควรพลาด
หลักในการเขียนใบลาออกอย่างสุภาพและมีความเป็นมืออาชีพ
การลาออกจากงาน นับได้ว่าเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะสะท้อนถึงความเป็นมืออาชีพของคุณ การเขียนใบลาออกอย่างสุภาพนั้น จะช่วยให้การลาออกมีลักษณะเป็นไปอย่างราบรื่น และได้รักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับองค์กรพร้อมทั้งหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของคุณทุกคนเอาไว้ได้
โครงสร้างใบลาออกที่ควรมีสำหรับมืออาชีพ
ระบุวันที่เขียนใบลาออก หรือยื่นเพื่อใช้เป็นหลักฐานโดยตรง
เรื่อง “ขอลาออก” หรือ “Letter of Resignation”
เรียน โดยระบุชื่อผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความเกี่ยวข้อง
ข้อมูลผู้ลาออก ทั้งชื่อและนามสกุล ตำแหน่งงาน แผนกหรือฝ่าย
เนื้อหา ควรแจ้งตำแหน่งงานที่ลาออก โดยระบุเหตุผลสั้น ๆ วันที่มีผลในการลาออก และเขียนขอบคุณองค์กร หัวหน้า เพื่อนร่วมงาน และอาจจะระบุความยินดีช่วยส่งต่องาน
คำลงท้ายที่สุภาพ อย่างเช่น “ขอแสดงความนับถือ”
ลายเซ็นและชื่อผู้ลาออก
ลายเซ็นผู้ที่รับเรื่องลาออก (ถ้ามี) สำหรับหัวหน้าและฝ่ายบุคคลเซ็นรับ
หลักในการเขียน เหตุผลในการลาออก ในเอกสารทางการ
การใช้ภาษาเชิงบวก นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญของการเขียน เหตุผลในการลาออก จากงาน ลงในเอกสารทางการ อย่างเช่น ควรพูดเน้นเกี่ยวกับความต้องการในการหาโอกาส เพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพแทนที่จะอ้างถึงเหตุผลเรื่องเงินเดือนโดยตรง ส่วนเหตุผลที่ระบุ ควรกระชับและตรงไปตรงมา ควรมีความยาวไม่เกิน 1 – 2 ประโยค และควรเน้นเฉพาะประเด็นหลัก และยังคงมีอีกหนึ่งเรื่องที่คุณจะต้องใส่ใจ นั่นก็คือ การหลีกเลี่ยงรายละเอียดในเชิงลบ และไม่ควรพาดพิงปัญหาขององค์กรหรือวิพากษ์วิจารณ์เพื่อนร่วมงาน
ตัวอย่าง การเขียนใบลาออก
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568
เรื่อง ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่การตลาด
เรียน ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท วัน ทูทรี จำกัด
ข้าพเจ้า นาย เป็นหนึ่ง อยู่ดีมีสุข ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่การตลาด ฝ่ายการตลาด พนักงานของบริษัท วัน ทูทรี จำกัด มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นพนักงานของบริษัทฯ เนื่องด้วยเหตุผล มีแผนที่จะพัฒนาตนเองพร้อมทั้งมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในสายงาน ข้าพเจ้าขอขอบคุณบริษัท ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงานทุกท่านที่ได้ให้โอกาส ประสบการณ์ และการสนับสนุนในการทำงานที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีความยินดียิ่งที่จะช่วยส่งต่องานให้เรียบร้อยก่อนวันสิ้นสุดการทำงาน
จึงขอสิ้นสุดการทำงาน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
ขอแสดงความนับถือ
(ลายเซ็น)
นาย เป็นหนึ่ง อยู่ดีมีสุข
ผู้รับทราบ
...................................................
(ผู้จัดการฝ่าย / ผู้บังคับบัญชา)
รวม เหตุผลในการลาออก จากงาน เพื่อเขียนลงในใบสมัครงาน
เมื่อได้เห็นตัวอย่าง เหตุผลในการลาออก จากที่ทำงานเก่าแล้ว คราวนี้ก็ถึงขั้นตอนต่อมาของการสัมภาษณ์งานที่ใหม่กันบ้าง แน่นอนว่าคุณจะต้องพบเจอกับคำถามตอนสัมภาษณ์งานจากที่ทำงานใหม่เช่นกัน โดยเฉพาะ เหตุผลในการลาออก จากที่ทำงานเดิม ทางเราจึงขอยกตัวอย่างของเหตุผลที่คุณควรเลือกใช้และเหตุผลที่คุณไม่ควรใช้มาฝากกันค่ะ
เหตุผลในการลาออก จากที่ทำงานเก่าที่ควรใช้
มีการปรับลดพนักงานขององค์กร เนื่องจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ
บริษัทเก่าปิดกิจการลง
ที่ทำงานเก่าอยู่ห่างไกลบ้าน เลยเลือกที่จะสมัครงานที่นี่ เนื่องจากใกล้บ้านมากยิ่งขึ้น
ที่ทำงานใหม่สามารถตอบโจทย์เรื่องการทำงานที่ยืดหยุ่นได้มากขึ้น
อยากเพิ่มความก้าวหน้าในสายอาชีพของตนเอง หรือความท้าทายในการรับตำแหน่งที่สูงขึ้น
อยากลองทำงานในสายอาชีพใหม่ ๆ ที่ตนเองมีความถนัดทางด้านนี้เช่นกัน
เหตุผลในการลาออก จากที่ทำงานเก่า ที่ไม่ควรใช้
มีปัญหาเรื่องคนหรือเข้ากับหัวหน้าที่ทำงานเก่าไม่ได้
อยากได้เงินเดือนมากขึ้น เพราะทางบริษัทใหม่อาจจะมองว่าคุณหวังเรื่องเงินมากกว่าความก้าวหน้าทางอาชีพ
รู้สึกไม่พอใจบริษัทเก่า หรือพูดถึงบริษัทเก่าในแง่ลบตอนสัมภาษณ์งานใหม่
งานที่บริษัทเก่าเยอะจนเกินไป หรือมีการจัดการเรื่องงานอย่างไม่เหมาะสม
การลาออกจากงานนับได้ว่าไม่ใช่เรื่องแปลกและไม่ใช่สิ่งที่หลาย ๆ คนจะต้องกังวล แต่สิ่งสำคัญ ก็คือ การให้ เหตุผลในการลาออก ที่ดี มีความเหมาะสม และควรเป็นไปในทิศทางที่ไม่กระทบกับงานเก่าหรือภาพลักษณ์ของคุณเอง ที่สำคัญไม่ควรพูดในแง่ลบถึงบริษัทเก่า ควรเน้นเฉพาะเหตุผลที่จำเป็นและความก้าวหน้าส่วนบุคคลเป็นหลักจะดีที่สุด
รวมเทคนิคในการตอบสัมภาษณ์ให้เชื่อมโยงกับทิศทางอาชีพใหม่
การตอบคำถามผ่านการสัมภาษณ์นั้น นับได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงประสบการณ์และทักษะที่มีอยู่ ให้เข้ากับทิศทางอาชีพใหม่ได้อย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สัมภาษณ์ได้เห็นว่าคุณมีความพร้อมและมีเป้าหมายที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานใหม่ โดยทางเราขอแนะนำให้คุณใช้เทคนิคในการตอบสัมภาษณ์ ดังนี้
พูดในเชิงบวก
การพูดในเชิงบวก อย่างเช่น “กำลังมองหาโอกาสใหม่” หรือ “ต้องการใช้ศักยภาพที่มีให้เต็มที่” แทนการพูดวิจารณ์งานหรือองค์กรเดิมโดยตรง
เน้นสิ่งที่คุณได้เรียนรู้และการพัฒนาตนเองจากประสบการณ์เดิม
ควรอธิบายประสบการณ์เดิมว่าคุณได้เสริมทักษะอะไรบ้าง และทำให้เติบโตในด้านใด เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาตนเองแบบต่อเนื่อง
ควรเน้นโอกาสใหม่และความท้าทายเป็นหลัก
ควรระบุว่าการเปลี่ยนงานเปิดโอกาสให้คุณได้ทำโปรเจกต์ใหม่ ๆ หรือได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะเพิ่มเติม ซึ่งจะสอดคล้องกับเป้าหมายอาชีพของคุณ
ควรเชื่อมโยงกับศักยภาพและทักษะต่าง ๆ ของตนเอง
เพื่อแสดงให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็นว่า ทักษะและความเชี่ยวชาญของคุณนั้นจะถูกนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่กับตำแหน่งงานใหม่ และช่วยสร้างคุณค่าให้กับทีมได้โดยตรง
ควรสื่อสารด้วยท่าทีที่มั่นใจ
ควรพูดจาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจและมีความเป็นมืออาชีพ ควรแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจอย่างรอบคอบและมีความพร้อมสำหรับบทบาทใหม่
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อคุณเดินทางไปสัมภาษณ์งานที่ใหม่
การสัมภาษณ์งานใหม่ ถือได้ว่าเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความประทับใจแรกพบ การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดพื้นฐานจะช่วยให้การตอบคำถามเกี่ยวกับการลาออกพร้อมทั้งประสบการณ์เดิมเป็นไปอย่างมืออาชีพ และยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สัมภาษณ์งานได้อีกด้วย โดยทางเราขอแนะนำให้คุณหลีกเลี่ยง 6 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. การพูดในเชิงลบ โดยพูดวิจารณ์เจ้านายหรือเพื่อนร่วมงานเดิม
การพูดในเชิงลบหรือพูดวิจารณ์เจ้านายเก่าหรือเพื่อร่วมงานเดิมของคุณ อาจจะสะท้อนถึงภาพลักษณ์ในด้านลบต่อผู้สัมภาษณ์ได้
2. พูดว่าต้องการได้งานนี้ เพราะเงินและความสะดวกสบาย
หากคุณมุ่งเน้นไปที่เงินเดือนหรือความสะดวกสบาย อาจจะทำให้ดูขาดแรงจูงใจและความตั้งใจในการทำงานของคุณ
3. ไม่เชื่อมโยงทักษะเดิมกับงานใหม่
หากไม่แสดงว่าประสบการณ์พร้อมทั้งทักษะเดิมมีความสอดคล้องกับตำแหน่งงานใหม่ ผู้สัมภาษณ์อาจจะรู้สึกสงสัยถึงความเหมาะสมในศักยภาพ
4. ให้ เหตุผลในการลาออก ที่เป็นข้อแก้ตัวหรืออารมณ์
การให้ เหตุผลในการลาออก ที่เป็นข้อแก้ตัวหรืออารมณ์ อย่างเช่น เพราะความโกรธหรืออารมณ์ส่วนตัว จะทำให้ผู้สัมภาษณ์งานไม่เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในตัวคุณ
5. การตอบแบบสั้น ๆ หรือ ตอบกว้างจนเกินไป
การตอบคำถามแบบสั้น ๆ หรืออาจจะเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจน หรือแม้กระทั่งการตอบกว้างมากเกินไป อาจจะทำให้เสียจุดประสงค์ แนะนำให้คุณพยายามตอบอย่างตรงประเด็นและมีตัวอย่างประกอบด้วย
6. อย่าพูดเกินจริง
การพูดโอ้อวดจนเกินจริง หรือ การกล่าวเกินจริงเกี่ยวกับผลงานหรือทักษะของคุณ อาจจะถูกตรวจสอบและลดความน่าเชื่อถือของคุณได้
รวม เหตุผลในการลาออก ที่จะสร้างความเข้าใจผิดในการสัมภาษณ์งานใหม่โดยตรง
การอธิบายถึงปัญหาส่วนตัวแบบละเอียด จะส่งผลทำให้ผู้สัมภาษณ์เกิดความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในการทำงาน
หากมีประวัติการเปลี่ยนงานบ่อย ควรหลีกเลี่ยงการให้เหตุผลที่ดูไม่มั่นคง
การแสดงถึงความไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หรือการจัดการสร้างความกังวลใจเกี่ยวกับการปรับตัว
ตัวอย่าง การแปลงเหตุผลเชิงลบให้กลายเป็นบวก
เหตุผลเชิงลบ : “หัวหน้าไม่ดี หรือ เข้ากับหัวหน้าไม่ได้”
วิธีการปรับให้เป็นบวก : “ต้องการสไตล์การจัดการที่เหมาะสมในการทำงานของตนเอง”
เหตุผลเชิงลบ : “เงินเดือนต่ำ”
วิธีการปรับให้เป็นบวก : “มองหาโอกาสที่มีความสอดคล้องกับคุณค่าของงานและประสบการณ์”
เหตุผลเชิงลบ : “รูปแบบงานน่าเบื่อ”
วิธีการปรับให้เป็นบวก : “ต้องการความท้าทายและต้องการพัฒนาทักษะใหม่
เหตุผลเชิงลบ : “ทำงานหนักเกินไป”
วิธีการปรับให้เป็นบวก : “ต้องการสมดุลระหว่างประสิทธิภาพในการทำงานและคุณภาพชีวิต หรือ กำลังมองหารูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น”
ตัวอย่าง การตอบสัมภาษณ์งานใหม่ เกี่ยวกับ เหตุผลในการลาออก จากที่ทำงานเก่า
คำถาม : “ ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเก่า”
ตัวอย่างคำตอบที่ 1 (เหตุผลในการลาออก ด้านการเติบโต)
“ในตำแหน่งงานเก่า ดิฉันได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะพื้นฐานมาแล้วครบถ้วนค่ะ แต่ดิฉันรู้สึกว่าต้องการความท้าทายกับโอกาสในการนำเสนอไอเดียใหม่ ๆ มากยิ่งขึ้น ซึ่งตำแหน่งนี้ที่บริษัทจะให้โอกาสดิฉันได้ใช้ประสบการณ์เดิมพร้อมทั้งได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน”
ตัวอย่างคำตอบที่ 2 (เหตุผลด้านการเปลี่ยนสายงาน)
“หลังจากทำงานในสายงานเอ มาแล้ว 3 ปี ดิฉันค้นพบว่าตนเองมีความสนใจและมีความถนัดในสายงานบี มากกว่าค่ะ ดิฉันจึงได้ตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อที่จะมุ่งเน้นการพัฒนาไปในทิศทางที่ตรงกับเป้าหมายในระยะยาวของดิฉัน”
คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับ เหตุผลในการลาออกจากงาน (FAQ)
หากมีข้อสงสัยหรือคุณรู้สึกไม่แน่ใจเกี่ยวกับ เหตุผลในการลาออก จากงาน คุณสามารถลองอ่านคำถามและค้นพบคำตอบจากในส่วนนี้ได้ เพื่อที่คุณจะได้เข้าใจมากขึ้น
1. ควรบอก เหตุผลในการลาออก จากงานตามความจริง ตอนสัมภาษณ์งานใหม่หรือไม่?
ควรตอบ เหตุผลในการลาออก จากงานตามความจริง แต่ให้เน้นตอบแบบเชิงบวกและมีความเป็นมืออาชีพเป็นหลัก อย่างเช่น อยากมองหาโอกาสใหม่ ๆ , ต้องการอยากจะใช้ศักยภาพที่มีให้เต็มที่, หาความท้าทายใหม่ ๆ เป็นต้น โดยที่คุณควรหลีกเลี่ยงการพูดวิจารณ์เจ้านาย เพื่อนร่วมงานองค์กรเดิม
2. ประโยคบอกลาออกจากงาน ภาษาอังกฤษ มีอะไรบ้าง?
ตัวอย่าง ประโยคบอกลาออกจากงาน ภาษาอังกฤษ
I would like to formally resign from my position at ( Company Name ) , effective ( last working day).
I am writing to inform you of my decision to resign from my role at ( Company Name ).
ตัวอย่าง ประโยคขอบคุณ
I am grateful for the support, guidance, and experiences I gained while working here.
Thank you for the opportunity to be part of the team and contribute to the company success.
ตัวอย่าง ประโยคปิดท้าย
I will do my best to ensure a smooth transition before my departure.
I wish the company continued success in the future.
3. HR ได้ตรวจสอบประวัติการทำงานจริงหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว HR จะทำการตรวจสอบประวัติการทำงาน อย่างเช่น ระยะเวลาที่ทำงาน, ตำแหน่ง, หน้าที่ หากพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริง อาจจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือและโอกาสในการได้งานของคุณได้
4. การเปลี่ยนงานบ่อยจะกระทบต่อโอกาสได้งานหรือไม่?
การเปลี่ยนงานบ่อย ๆ อาจจะทำให้ HR มีความกังวลเรื่องความมั่นคงได้ แต่ถ้าหากสามารถอธิบายเหตุผลอย่างมีเหตุมีผล พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้และการพัฒนาตนเอง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความกังวลได้
สรุป
การลาออกจากงาน นับได้ว่าเป็นเรื่องปกติในการพัฒนาสายอาชีพ แต่ควรทำทุกอย่างแบบมืออาชีพและมีความสุภาพ โดยการวางแผนทุกอย่างไว้ล่วงหน้า และควรแจ้งลาออกแบบชัดเจน และที่สำคัญควรรักษาความสัมพันธ์กับหัวหน้างานและเพื่อนร่วมงานของคุณไว้ให้ได้มากที่สุด การให้ เหตุผลในการลาออก จากงานควรเป็นไปในรูปแบบเชิงบวกเท่านั้น อย่างเช่น การมองหาโอกาสใหม่ ๆ หรือ ต้องการอยากจะใช้ศักยภาพที่มีอย่างเต็มที่ หรือต้องการอยากจะหาความท้าทายใหม่ พร้อมเน้นสิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานเดิม เป็นต้น และเมื่อถึงเวลาที่คุณเดินทางไปสัมภาษณ์งานใหม่ คุณควรเชื่อมโยงทักษะและประสบการณ์เดิมกับทิศทางอาชีพใหม่เท่านั้น ควรหลีกเลี่ยงการพูดในเชิงลบโดยการวิจารณ์บริษัทเดิม หรือให้ เหตุผลในการลาออก แบบอารมณ์ ซึ่งการเตรียมตัวและการสื่อสารอย่างมั่นใจ จะส่งผลทำให้คุณสามารถสร้างความประทับใจและยังช่วยเปิดโอกาสให้คุณได้เติบโตในสายงานใหม่ได้อีกด้วย
หากคุณกำลังมองหาโอกาสใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตนเองและอยากจะก้าวไปสู่เป้าหมายในอาชีพที่คุณสนใจ อย่าลืมหางานผ่านเว็บไซต์ Rongram Job แพลตฟอร์มหางานที่ทำให้เรื่องหางาน - สมัครงานกลายเป็นเรื่องง่าย ซึ่งทางเราได้รวบรวมตำแหน่งงานหลากหลายสาขาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น งานโรงแรมภูเก็ต งานโรงแรมชลบุรี หางานโรงแรม ที่มีชื่อเสียงระดับ 5 ดาว สมัครงานอยุธยา หางานปทุมธานี หางานอยุธยา หางานระยอง สมัครงานกรุงเทพ เป็นต้น ซึ่งคุณจะมีโอกาสได้เข้าถึงตำแหน่งงานที่ตรงกับศักยภาพของคุณ โดยที่คุณจะมีโอกาสเติบโตทั้งด้านทักษะและประสบการณ์ในการทำงาน
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว
