
มนุษย์ออฟฟิศหลาย ๆ ท่านคงจะเคยพบเจอกับปัญหาง่วงนอนในช่วงกลางวันจนทำงานแทบไม่ไหว หากจะแก้ไขด้วยการหันไปพึ่งกาแฟมากเกินไปก็อาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในระยะยาว เมื่อเป็นเช่นนี้หลาย ๆ คนจึงพยายามคิดหาวิธีแก้อาการง่วงนอน โดยในบทความนี้ทางเรา Rongram Job ได้รวบรวม วิธีแก้ง่วง แบบง่าย ๆ โดยที่ทุกคนสามารถทำได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นการปรับท่าทาง การขยับร่างกาย โดยนำเสนอเคล็ดลับอื่น ๆ อีกมากมายรอบโต๊ะทำงานที่จะช่วยให้ร่างกายและสมองของคุณมีความตื่นตัวและสดชื่นมากยิ่งขึ้น จนสามารถทำงานต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดทั้งวัน พร้อมทั้งแชร์เทคนิคการดูแลสุขภาพระยะยาวเพื่อไม่ให้ง่วงนอนในระหว่างวัน ส่วนจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันต่อได้เลยค่ะ
รู้กันก่อน! เปิดสาเหตุที่ทำให้คุณง่วงนอนตอนกลางวันในช่วงเวลาทำงาน
ดูเหมือนจะเป็นคำถามยอดฮิตที่หลาย ๆ คนเกิดความสงสัย นั่นก็คือ “ทำไมถึงง่วงนอนในช่วงกลางวันตอนทำงาน ทั้ง ๆ ที่เหมือนนอนหลับมาเพียงพอแล้ว?” ซึ่งความจริงแล้วนับได้ว่ามีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อระดับพลังงานและความตื่นตัวของร่างกายในระหว่างวัน มาดูกันเลยว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนตอนกลางวันโดยเฉพาะในช่วงเวลาทำงาน
1. จังหวะชีวภาพภายในร่างกาย หรือ Circadian Rhythm
เนื่องด้วยร่างกายของคนเรานั้นมักจะมีวงจรธรรมชาติที่ส่งผลทำให้ระดับพลังงานขึ้นและลงตามเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาบ่าย ๆ นับได้ว่าเป็นช่วงที่ร่างกายของคนเรานั้นมักจะรู้สึกอ่อนเพลียเป็นพิเศษ จึงนับได้ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้หลาย ๆ คนเกิดอาการง่วงนอนในช่วงเวลากลางวันได้นั่นเอง
2. คุณภาพการนอนในช่วงเวลากลางคืน
ถึงแม้ว่าคุณจะนอนครบชั่วโมง แต่ถ้าหากคุณนอนหลับไม่ลึก หลับแล้วไม่ต่อเนื่อง ก็อาจจะส่งผลทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ และทำให้เกิดอาการง่วงนอนในช่วงกลางวันได้นั่นเอง
3. อาหารที่รับประทานในช่วงเวลากลางวัน
การรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ๆ หรืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและไขมันสูงมากจนเกินไป อาจจะทำให้เลือดไหลเวียนไปที่ระบบย่อยอาหารมากยิ่งขึ้น จนทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนได้นั่นเอง
4. ระดับพลังงานและน้ำตาลในเลือด
รู้หรือไม่? น้ำตาลในเลือดที่มีลักษณะผันผวนเร็วจนเกินไป อย่างเช่น หลังจากที่รับประทานอาหารหรือของหวานที่มีลักษณะหวานจัดเข้าไปแล้ว อาจจะทำให้พลังงานขึ้นเร็วและตกลงอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งจะส่งผลทำให้คุณเกิดอาการง่วงนอนและมีภาวะหมดแรงได้เช่นกัน
5. การพักผ่อนและการทำกิจกรรมระหว่างวัน
หากคุณนั่งทำงานหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมเดิม ๆ นานจนเกินไป โดยที่คุณไม่ได้ขยับร่างกายหรือพักสายตาเลย อาจจะทำให้สมองและร่างกายของคุณอ่อนล้า จนทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ในที่สุด
6. มีภาวะขาดวิตามินและธาตุเหล็ก
อาการง่วงนอนที่เกิดขึ้นได้บ่อยในช่วงตอนกลางวันหรือช่วงเวลาทำงาน สาเหตุอาจจะมาจากร่างกายของคุณขาดวิตามินและธาตุเหล็ก จึงส่งผลทำให้คุณมีอาการเหนื่อยล้า มีลักษณะอ่อนเพลีย และรู้สึกง่วงนอนในช่วงกลางวันได้นั่นเอง
7. ปัจจัยอื่น ๆ
อาการง่วงนอนตอนกลางวันในช่วงทำงาน อาจจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างเช่น ความเครียด การขาดน้ำ การดื่มแอลกอฮอล์ หรืออาจจะมีผลข้างเคียงมาจากยาบางชนิด ซึ่งมีส่วนทำให้ระดับพลังงานมีลักษณะลดลง จนทำให้เกิดอาการง่วงนอนระหว่างวันได้
แต่ละช่วงวัย ควรนอนแค่ไหนถึงจะนับได้ว่านอนเพียงพอ?
เด็กแรกเกิด อายุระหว่าง 0 – 3 เดือน ควรนอน 14 – 17 ชั่วโมง / วัน
เด็กทารกในวัย 4 – 11 เดือน ควรนอน 12 – 15 ชั่วโมง / วัน
เด็กวัยหัดเดิน หรือช่วงอายุ 1 – 2 ปี ควรนอน 11 – 14 ชั่วโมง / วัน
เด็กก่อนวัยเข้าเรียน หรือช่วงอายุ 3 – 5 ปี ควรนอน 10 – 13 ชั่วโมง / วัน
เด็กในวัยเรียน หรือช่วงอายุ 6 – 13 ปี ควรนอน 9 – 11 ชั่วโมง / วัน
ช่วงวัยรุ่น หรืออายุระหว่าง 14 – 17 ปี ควรนอน 8 – 10 ชั่วโมง / วัน
ช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น หรืออายุระหว่าง 18 – 25 ปี ควรนอน 7 – 9 ชั่วโมง / วัน
ช่วงวัยผู้ใหญ่ หรืออายุระหว่าง 26 – 64 ปี ควรนอน 7 – 9 ชั่วโมง / วัน
ช่วงวัยผู้สูงอายุ หรืออายุระหว่าง 65 ปีขึ้นไป ควรนอน 7 – 8 ชั่วโมง / วัน
14 วิธีแก้ง่วงตอนทำงาน แบบที่ไม่ต้องพึ่งกาแฟ
เมื่อเกิดอาการง่วงขึ้นมา หลายคนมักจะนึกถึงกาแฟเป็นอันดับแรกเสมอ เพราะคิดว่ากาแฟคือหนทางที่จะทำให้หายง่วงได้เร็วที่สุด แต่จริง ๆ แล้วการดื่มกาแฟหรือบริโภคคาเฟอีนมากจนเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายติดคาเฟอีนไปในที่สุด และยังส่งผลเสียต่อระบบการนอนหลับในระยะยาวได้ หากคุณอยากจะเพิ่ม Productivity โดยที่ไม่ต้องหันไปพึ่งกาแฟ ให้คุณลองใช้วิธีที่จะทำให้หายง่วงแบบง่าย ๆ ดังต่อไปนี้
1. ยืดคอ บริหารบ่าและไหล่
วิธีแก้ง่วง ตอนทำงานแบบที่ไม่ต้องพึ่งกาแฟ วิธีแรก คือ การยืดคอพร้อมทั้งขยับบ่าและไหล่ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณหายง่วงจากการนั่งทำงานเป็นระยะเวลานาน ๆ ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อตรงบริเวณช่วงคอ บ่า และไหล่มีลักษณะตึงจนเลือดไหลเวียนไม่ค่อยสะดวก การยืดเส้นประมาณ 1 – 2 นาที ด้วยการหมุนคอ กางแขน ดึงไหล่ไปบริเวณด้านหลัง จะสามารถช่วยลดความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นได้ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นระบบประสาทและปลุกให้ร่างกายมีลักษณะสดชื่นได้ยิ่งขึ้น
2. รับประทานผลไม้เปรี้ยวเพื่อเพิ่มพลัง
อีกหนึ่ง วิธีแก้ง่วง ในตอนบ่ายหรือในช่วงเวลาทำงาน นั่นก็คือ การรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว อย่างเช่น ส้ม มะนาว กีวี เป็นต้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นอาหารว่างที่ดีต่อสุขภาพ และยังมีส่วนช่วยปลุกสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย เนื่องจากวิตามินซีสูงมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และยังมีน้ำตาลจากธรรมชาติที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้เป็นพลังงานได้ในทันที ความเปรี้ยวเพียงแค่เล็กน้อยจะช่วยกระตุ้นระบบประสาทสัมผัส ทำให้มีลักษณะตื่นตัว สดชื่น และสามารถช่วยลดอาการง่วงลงได้
3. ดื่มน้ำทันที
หลายครั้งที่ความง่วงอาจจะไม่ได้เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่อาจจะเกิดจากภาวะขาดน้ำเล็กน้อยโดยที่ตัวเราไม่รู้ตัว และเมื่อร่างกายขาดน้ำ เลือดจะไหลเวียนได้ช้าลง ส่งผลทำให้สมองได้รับออกซิเจนและสารอาหารที่ไม่เพียงพอและส่งผลทำให้เกิดอาการอ่อนเพลียและง่วงขึ้นได้ การดื่มน้ำเย็น ๆ ทันทีเมื่อรู้สึกง่วงจะช่วยปลุกความสดชื่นและคืนสมดุลน้ำให้กับร่างกาย สามารถช่วยแก้ง่วงตอนทำงานและยังทำให้สมองกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
4. เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายสั้น ๆ
การเคลื่อนไหวร่างกายเพียงแค่ 1 – 2 นาที นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง วิธีแก้ง่วง ที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยสร้างความตื่นตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างเช่น การลุกขึ้นเดินหรือเดินขึ้นลงบันได หรือทำ Jumping Jack หรืออาจจะยืดกล้ามเนื้อแบบเบา ๆ โดยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยเร่งการสูบฉีดเลือด หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย และทำให้ร่างกายตื่นตัว สมองตื่นตัว พร้อมทั้งที่รับข้อมูลใหม่ ๆ เหมือนได้ชาร์จแบตให้ร่างกาย
5. จัดแสงบริเวณรอบตัว
สภาพแวดล้อมนับได้ว่ามีผลอย่างมากต่อความง่วง การทำงานภายในพื้นที่ที่แสงน้อยหรือห้องมีลักษณะมืด อาจจะส่งผลทำให้สมองเข้าใจผิดว่าเวลานั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน ส่งผลทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินออกมาและทำให้เกิดอาการง่วงได้ในที่สุด ด้วยเหตุนี้การเปิดม่านให้แสดงธรรมชาติได้เข้ามา หรืออาจจะใช้ไฟสว่างโทนขาวแทนโทนเหลือง อาจจะช่วยให้สมองตื่นตัวและสามารถโฟกัสได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการได้รับแสงแดดอ่อน ๆ จะช่วยปรับนาฬิกาชีวภาพของร่างกายเพื่อให้อยู่ในจังหวะที่เหมาะสมจนสามารถแก้ง่วงได้ดี
6. พักสั้น ๆ
การงีบพักในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 10 – 20 นาทีในระหว่างวัน นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง วิธีแก้ง่วง ตอนทำงานได้ดี โดยมีงานวิจัยรองรับว่าสามารถช่วยฟื้นฟูสมองและเพิ่มสมาธิ รวมไปถึงทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดียิ่งขึ้น โดยที่ไม่ทำให้รู้สึกมึนหรือกระทบต่อระบบการนอนในช่วงกลางคืน เพราะการหลับในระยะเวลาสั้น ๆ จะช่วยให้สมองเคลียร์ความล้า ตลอดจนสามารถรีเซตระบบประสาท ทำให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่นและมีความพร้อมที่จะทำงานต่อ
7. ฟังเพลงจังหวะสนุก
ดนตรี คือสิ่งที่มีผลโดยตรงต่อสมองและอารมณ์ของมนุษย์ เพลงที่มีจังหวะสนุก ๆ จะสามารถกระตุ้นสมองให้ปล่อยสารโดพามีนและสารเซโรโทนิน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและมีความสุขมากยิ่งขึ้น การฟังเพลงจังหวะเร็ว ๆ ในช่วงที่เริ่มง่วง ไม่เพียงแค่จะช่วยแก้ง่วงเพียงเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้การทำงานมีพลังและสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม
8. สูดอากาศบริสุทธิ์ให้สดชื่น
การนั่งภายในห้องปิดหรือเป็นออฟฟิศที่อากาศถ่ายเทได้ไม่สะดวก อาจจะทำให้ระดับออกซิเจนภายในร่างกายลดลงจนทำให้สมองอ่อนล้าและเกิดอาการง่วงได้ เพียงแค่คุณหันไปเปิดหน้าต่างและสูดอากาศบริสุทธิ์ หรือจะเดินออกไปข้างนอกประมาณ 5 – 10 นาที ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ช่วยกระตุ้นสมองให้ปลอดโปร่ง สดชื่น และพร้อมที่จะกลับมาทำงานได้อย่างเต็มที่
9. เคี้ยวหมากฝรั่ง
การเคี้ยวหมากฝรั่ง นับได้ว่าเป็น วิธีแก้ง่วง ตอนทำงานที่ง่ายที่สุด แถมยังช่วยปลุกสมองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เป็นเพราะการเคลื่อนไหวของกรามจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ส่งผลทำให้รู้สึกตื่นตัวมากขึ้น อีกทั้งรสชาติของหมากฝรั่งที่มีความสดชื่นจะช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่า และช่วยลดความเบื่อหน่ายในระหว่างการทำงานได้
10. เปลี่ยนอิริยาบถหรือท่าทาง
การนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมเป็นระยะเวลานาน ๆ ย่อมส่งผลทำให้ร่างกายรู้สึกเฉื่อยชาและเกิดอาการง่วงขึ้นได้ การเปลี่ยนอิริยาบถ อย่างเช่น จากนั่งให้ลุกขึ้นยื่น ลุกเดินไปหยิบของต่าง ๆ หรือย้ายไปทำงานอีกมุมหนึ่ง จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพร้อมทั้งกล้ามเนื้อให้ทำงานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดอาการง่วงซึมหรือแก้ง่วงได้ดี และวิธีนี้ยังช่วยป้องกันออฟฟิศซินโดรมได้อีกด้วย
11. กลิ่นกระตุ้นสมอง
เนื่องจากกลิ่นหอมบางชนิดมีคุณสมบัติที่จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทและช่วยเพิ่มสมาธิได้ อย่างเช่น กลิ่นเปปเปอร์มินต์ ซึ่งจะช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้น กลิ่นเลมอนช่วยกระตุ้นความตื่นตัว และกลิ่นโรมแมรีจะช่วยให้โฟกัสได้ดียิ่งขึ้น หรือจะใช้กลิ่นจากสมุนไพรก็สามารถใช้ได้เช่นกัน
12. การจัดโต๊ะทำงานให้สะอาดและเป็นระเบียบ
โต๊ะทำงานที่ดูรกมากจนเกินไปอาจจะทำให้สมองรับรู้ถึงความวุ่นวายโดยที่คุณไม่รู้ตัว เมื่อเป็นเช่นนี้ย่อมส่งผลทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยและหมดแรงจูงใจ เพราะฉะนั้น การจัดโต๊ะทำงานให้สะอาดและเป็นระเบียบจะสามารถสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ให้กับตัวคุณ และยังช่วยกระตุ้นพลังงานจนทำให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิมากยิ่งขึ้นนั่นเอง
13. ดื่มชาเขียวหรือชาอ่อน ๆ
ชาเขียวมีคาเฟอีนในปริมาณที่น้อยกว่ากาแฟ แต่ชาเขียวจะมีสาร L-theanine ที่จะช่วยปรับสมองให้ผ่อนคลายและไม่รู้สึกง่วง ทำให้สามารถโฟกัสกับงานที่ทำอยู่ได้ดีกว่า และไม่ทำให้หัวใจเต้นแรงหรือทำให้มือสั่นเหมือนดื่มกาแฟ นอกจากนี้ชาเขียวยังมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยบำรุงสุขภาพ นับได้ว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากจะได้พลังงานเบา ๆ และช่วยแก้ง่วงในระหว่างวันได้ดีอีกด้วย
14. ควรทำงานแบบแบ่งช่วง หรือ Pomodoro Technique
และสำหรับ วิธีแก้ง่วง ตอนทำงานวิธีสุดท้ายในบทความนี้ นั่นก็คือ Pomodoro เพื่อที่จะช่วยเพิ่ม Productivity ได้มากขึ้น โดยให้คุณเริ่มต้นโฟกัสไปกับการทำงาน 25 นาทีเต็ม ๆ แล้วให้คุณพักประมาณ 5 นาที ซึ่งการพักแบบสั้น ๆ นี้จะช่วยรีเซตสมองและป้องกันความเหนื่อยล้า หากคุณทำครบ 4 รอบแล้ว ให้คุณพักยาวประมาณ 15 – 30 นาที ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณไม่รู้สึกหมดแรงในระหว่างวันหรือช่วงตอนกลางวัน และยังช่วยให้คุณสามารถจัดการเวลาได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอาการง่วงในระหว่างวัน
ในระหว่างวัน มนุษย์ออฟฟิศหลายคนมักจะต้องพบเจอกับอาการง่วงที่เกิดขึ้นได้ ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง แต่จริง ๆ แล้วเราสามารถป้องกันเพื่อไม่เกิดอาการง่วงในระหว่างวันได้ หากเราดูแลสุขภาพร่างกายพร้อมทั้งพฤติกรรมให้เหมาะสม โดยเริ่มต้นด้วยการปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ โดยทางเรามีวิธีแนะนำ ดังนี้
นอนให้เพียงพอ
ควรเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา เพื่อให้นาฬิกาชีวภาพมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่ยังนอนไม่เป็นเวลาในช่วงแรก ๆ อาจจะเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าหากคุณทดลองกำหนดเวลานอนและนอนให้เป็นเวลาไปเรื่อย ๆ คุณจะสามารถนอนได้เพียงพอโดยที่คุณไม่ต้องฝืน
ควรเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอาการง่วงในระหว่างวันหรือในช่วงเวลาทำงาน ควรหลีกเลี่ยงมื้อกลางวันที่หนักจนเกินไป และควรเลือกของว่างที่ดีต่อสุขภาพแทนขนมที่มีรสชาติหวานจัด
ควรออกกำลังกายเบา ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การยืดเหยียด หรือการขยับตัวในระหว่างวัน เพียงเล็กน้อยก็จะช่วยให้เลือดไหวเวียนดีขึ้น และไม่ทำให้คุณเกิดอาการง่วงในระหว่างวัน นั่นเอง
ควรจัดสภาพแวดล้อมให้ดี
การจัดสภาพแวดล้อมในพื้นที่ทำงาน อย่างเช่น แสงสว่าง มีอากาศที่ถ่ายเท มีโต๊ะทำงานที่ถูกจัดไว้เป็นระเบียบ ทุกอย่างเหล่านี้จะช่วยให้สมองตื่น และนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง วิธีแก้ง่วง ในระหว่างวันที่มีประสิทธิภาพ
ควรจำกัดคาเฟอีน
การดื่มกาแฟหรือชาในปริมาณที่เหมาะสม โดยการหลีกเลี่ยงช่วงบ่าย - เย็น จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณเกิดอาการง่วงในระหว่างวันได้
ควรพักสายตาและผ่อนคลาย
การพักสายตาในระยะเวลาสั้น ๆ หรือการผ่อนคลายในระยะเวลาสั้น ๆ โดยใช้กฎ 20 – 20 – 20 หรือหันมองไปไกล ๆ เพื่อที่จะลดอาการตาล้าและลดอาการง่วงนอนลงได้
เทคนิคการดูแลตนเองระยะยาวเพื่อไม่ให้ง่วงง่าย
วิธีแก้ง่วง ระหว่างวันหรือการดูแลตนเองระยะยาวเพื่อให้ง่วงง่าย นับได้ว่าเป็นวิธีเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมชีวิตให้มีความเหมาะสม โดยทุกคนสามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
1. ควรนอนหลับให้เพียงพอและตรงเวลา
ควรกำหนดเวลานอนและเวลาตื่นนอนให้ชัดเจนและมีความสม่ำเสมอแม้ในวันหยุด และควรสร้างบรรยากาศห้องนอนให้มีความเหมาะสม อย่างเช่น ช่วงเวลากลางคืนควรมืด เย็น เงียบ และควรเลี่ยงหน้าจอก่อนนอนด้วยจะดีที่สุด
2. ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนให้ดีขึ้น เปรียบเสมือนเป็นการเพิ่มพลังงาน และที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ ในช่วงก่อนนอนประมาณ 2 – 3 ชั่วโมง
3. ควรรับแสงแดดธรรมชาติในตอนเช้า
การรับแสงแดดธรรมชาติในตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นการตื่นตัว พร้อมทั้งปรับนาฬิกาชีวภาพ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์เป็นสำคัญ และควรงดอาหารหนักช่วงเย็นพร้อมทั้งอาหารที่มีน้ำตาลสูง
4. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อวัน
การดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดทั้งวัน จะช่วยป้องกันอาการอ่อนเพลียจากร่างกายขาดน้ำ ซึ่งวิธีนี้นับได้ว่าเป็น วิธีแก้ง่วง นอนระหว่างวันได้ดี หากแก้ได้ถูกจุดก็จะช่วยลดอาการง่วงนอนในระหว่างวันได้มากยิ่งขึ้น
5. ควรจำกัดคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
ควรจำกัดการบริโภคคาเฟอีนพร้อมทั้งแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะในช่วงเวลาบ่ายถึงค่ำ เพื่อที่จะลดผลกระทบต่อการนอนหลับในช่วงเวลากลางคืน
6. ควรดูแลสุขภาพจิตให้ดี
การดูแลสุขภาพจิตให้ดี นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยลดอาการง่วงนอนระหว่างวันลงได้ ซึ่งการดูแลสุขภาพจิตนั้นสามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน อย่างเช่น การฝึกสมาธิ การหายใจลึก ๆ การเล่นโยคะ เป็นต้น และสำหรับท่านใดที่มีภาวะเครียดสะสม ควรหาทางจัดการความเครียดอย่างเหมาะสมร่วมด้วย
ง่วงนอนขนาดไหนที่ควรพบแพทย์?
หากคุณพบว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือได้ทดลองทำตาม วิธีแก้ง่วง นอนระหว่างวันหรือตอนทำงานแล้วไม่หายง่วงสักที ไม่แน่ว่าอาการง่วงนอนที่คุณกำลังพบเจอนั้นอาจจะเป็นสัญญาเตือนของโรคที่เกี่ยวกับการนอนหลับ, ระบบฮอร์โมนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ จำเป็นจะต้องพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ได้ประเมินอาการพร้อมทั้งตรวจวินิจฉัย เพื่อที่คุณจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและถูกต้อง
หากคุณมีอาการง่วงมากและง่วงตลอดทั้งวัน แม้จะนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ 7 – 9 ชั่วโมงแล้ว แต่นอนเท่าไหร่คุณก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย รู้สึกเหมือนไม่มีแรง และกระทบการใช้ชีวิต ควรพบแพทย์โดยด่วน
เผลอหลับในช่วงกลางวันบ่อย หรือหลับในขณะที่กำลังประชุม ขับรถ และทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่จำเป็นจะต้องใช้สมาธิ ส่งผลทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
รู้สึกง่วงนอนมากจนไม่สามารถตื่นตัวเพื่อทำงานหรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้จะพยายามแก้ไขด้วยวิธีพื้นฐานหลากหลายวิธีแล้วก็ตาม
มีอาการง่วงนอนบ่อยร่วมกับอาการอื่น อย่างเช่น มีอาการขี้หลงขี้ลืมด้วย มีอาการหงุดหงิดง่าย น้ำหนักเปลี่ยน ปวดศีรษะเรื้อรัง เป็นต้น
ง่วงนอนร่วมกับนอนกรนเสียงดัง หรือมีภาวะหยุดหายในในขณะหลับ เป็นความดันโลหิตสูง และมีประวัติภาวะสุขภาพจิต อย่างเช่น ซึมเศร้า
คำถามที่พบได้บ่อยเกี่ยวกับ วิธีแก้ง่วงตอนทำงาน (FAQ)
มนุษย์ออฟฟิศส่วนใหญ่อาจจะรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับ วิธีแก้ง่วง ตอนทำงานในระหว่างวัน โดยทางเราได้รวบรวมคำถามที่พบได้บ่อยพร้อมทั้งคำตอบที่เข้าใจได้ง่าย ดังนี้
ดื่มกาแฟมาก ๆ จะส่งผลอย่างไร?
การดื่มกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมย่อมช่วยให้ตื่นตัว แต่ถ้าดื่มกาแฟในปริมาณมาก ๆ หรือมากจนเกินไป ย่อมทำให้หัวใจเต้นเร็ว มีอาการมือสั่น กระสับกระส่าย และมีปัญหาการนอนในช่วงกลางคืนได้ นอกจากนี้ร่างกายของคุณอาจจะเกิดภาวะดื้อต่อคาเฟอีน ส่งผลทำให้ต้องดื่มกาแฟมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย
รู้สึกง่วงบ่อย เพราะนอนเยอะไปจริงไหม?
อาจจะใช่ในบางกรณี เนื่องจากการนอนมากจนเกินไปอาจจะทำให้นาฬิกาชีวภาพของร่างกายมีลักษณะแปรปรวน และร่างกายอาจจะไม่รู้จังหวะตื่นและจังหวะหลับที่แน่นอน จนทำให้รู้สึกเพลีย มีอาการง่วงระหว่างวัน หรือขาดพลังงานได้ในที่สุด
วิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ จะช่วยแก้ง่วงระหว่างวันได้บ้างไหม?
การรับประทานวิตามินบางชนิด อย่างเช่น วิตามินบีรวม ธาตุเหล็ก อาจจะช่วยเสริมพลังงานและลดความอ่อนล้าให้กับคุณได้บ้าง แต่ก็นับได้ว่าไม่ใช่ทางออกหลัก หากคุณมีอาการง่วงบ่อยควรปรับพฤติกรรมการนอนเป็นสำคัญ และควรรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ พร้อมทั้งออกกำลังกายด้วย
หากรู้สึกง่วงนอนในตอนบ่าย ถือเป็นเรื่องปกติไหม?
นับได้ว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากร่างกายมีจังหวะชีวภาพที่จะทำให้ระดับพลังงานลดลงในช่วงบ่าย แต่ถ้าหากคุณง่วงมากผิดปกติจนกระทบต่องานหรือชีวิตประจำวัน อาจจะต้องเช็กคุณภาพการนอนในช่วงกลางคืน หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย
สรุป
อาการง่วงในระหว่างวันหรือในช่วงเวลาทำงานไม่ได้เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอแค่อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังคงมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดภาวะง่วงนอนขึ้นได้ อย่างเช่น วงจรชีวภาพตามธรรมชาติ อาหารที่คุณรับประทาน รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรมในระหว่างวันร่วมด้วย ซึ่ง วิธีแก้ง่วง ตอนทำงานหรือในระหว่างวันสามารถทำได้ง่าย ๆ ดั่งวิธีที่ทางเราได้แนะนำไปแล้วในข้างต้น สิ่งสำคัญ ก็คือ หากคุณไม่อยากเผชิญกับอาการง่วงนอนจนทนไม่ไหว ควรนอนให้เพียงพอและเป็นเวลาเท่านั้น และควรรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นสำคัญ อย่าเลือกที่จะดื่มกาแฟแทนน้ำเปล่า เพียงแค่นี้ก็จะช่วยให้มนุษย์ออฟฟิศพร้อมทำงานได้แบบเต็มร้อย
และถ้าหากคุณเบื่อกับบรรยากาศเดิม ๆ และอยากลองค้นหาอะไรใหม่ ๆ อย่าลืมหางานหรือสมัครงานผ่าน Rongram Job แพลตฟอร์มที่ได้รวบรวมงานต่าง ๆ ไว้หลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น งานโรงแรม งานโรงแรมภูเก็ต งานโรงแรมภูเก็ต หางานกรุงเทพ หางานชลบุรี หางานพัทยา สมัครงานปราจีนบุรี และอื่น ๆ อีกมากมาย โดยที่คุณสามารถหางานและสมัครงานได้ง่าย ๆ และยังเปรียบเทียบฐานเงินเดือนได้อีกด้วย
เกี่ยวกับผู้เขียน

Joy writer
ผู้เขียนบทความเกี่ยวกับการทำงานในอุตสาหกรรมโรงแรมและท่องเที่ยว
บทความที่เกี่ยวข้อง

pm 2.5 คืออะไร? อันตรายแค่ไหน รวมสาเหตุ วิธีป้องกัน และไอเทมสู้ฝุ่นที่ต้องมี

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ต้องตรวจอะไรบ้าง พร้อมแชร์เทคนิคเตรียมตัวให้ผ่านฉลุย

17 อาชีพเสริมสร้างรายได้หลังเลิกงาน ทำที่บ้านได้ ได้เงินจริง อัปเดต 2569

เจาะลึกเรื่อง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมตอบทุกข้อสงสัยที่มนุษย์เงินเดือนควรรู้!

